หยดเลือดสีเข้มที่เปรอะเปื้อนอยู่บนปลายมีดสเตนเลสสตีลสะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบจากเพดานห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน รินทร์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาเพื่อขับไล่อะดรีนาลีนที่ยังคงพลانพล่านอยู่ในกระแสเลือด ระบบ 'Eye of Truth' ในดวงตาข้างซ้ายของเขายังคงทิ้งประกายแสงสีฟ้าจางๆ เอาไว้ขณะที่ตัวเลขค่าความเสถียรของร่างกายค่อยๆ ดีดกลับขึ้นสู่ระดับปกติทีละน้อย ทว่าในความเงียบสงบอันน่าอึดอัดหลังการปะทะกับหน่วยจู่โจมเงาเมื่อครู่ เสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ดังอยู่ข้างกายกลับดึงดูดความสนใจของเขาให้เบนไปมองร่างของหญิงสาว
เอเลน่าทรุดกายพิงผนังคอนกรีตเปลือยเปล่า เสื้อคลุมสีเข้มของเธอขาดวิ่นบริเวณหัวไหล่เผยให้เห็นรอยแผลถลอกและคราบเขม่าดินปืน แม้ภายนอกรองประธานสภานักเรียนผู้เยือกเย็นจะพยายามรักษามาดนิ่งสนิทไว้เช่นเคย แต่ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อยในยามที่เธอกดลงบนบาดแผลนั้น กลับเป็นหลักฐานชิ้นดีว่าการต่อสู้เมื่อสักครู่ได้ดึงเอาพลังงานและสติสัมปชัญญะของเธอไปจนเกือบถึงขีดจำกัด
"อย่าเพิ่งขยับตัวครับ"
รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเธออย่างระมัดระวัง ดวงตาคู่คมกวาดสำรวจบาดแผลด้วยตรรกะของนักวิเคราะห์คดีมือฉมังที่มองเห็นทะลุปรุโปร่งถึงโครงสร้างกล้ามเนื้อและจุดที่ต้องได้รับการปฐมพยาบาลเร่งด่วน
เอเลน่าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคมปลาบที่มักจะซ่อนความลับและคมดาบเอาไว้เสมอในยามนี้กลับไหววับคล้ายผิวน้ำยามต้องลม เธอเม้มริมฝีปากแน่นราวกับกำลังอดกลั้นความเจ็บปวด หรือบางที... อาจกำลังอดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่ปั่นป่วนอยู่ในอกยิ่งกว่าบาดแผลภายนอก
"ฉันไม่เป็นไร... รินทร์ แผลแค่นี้..." เธอฝืนเสียงตอบด้วยความถือดีตามวิสัยของสายลับที่ถูกฝึกฝนมาให้ไม่แสดงความอ่อนแอ
"รอยกระสุนเฉี่ยวผ่านกล้ามเนื้อเดลทอยด์ไปเพียงสองเซนติเมตรครับ ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเส้นประสาทสำคัญคงเสียหายไปแล้ว และที่สำคัญ..." รินทร์ชะفเล็กน้อย ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนกลิ่นอายจางๆ ของฝนและเหล็กกล้าผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเธอ "คุณกำลังฝืนใช้พลังจิตควบคุมอุณหภูมิร่างกายเพื่อไม่ให้เสียเลือดมากเกินไป ซึ่งมันกำลังทำลายเซลล์รอบข้างอย่างช้าๆ ครับ"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและแม่นยำราวนิติวิทยาศาสตร์ทำให้เอเลน่าชะงัก เธอยอมลดการป้องกันลงอย่างจำยอม ดวงตาสีไพลินจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาของเขาไม่มีความเย่อหยิ่งหรือความฉวยโอกาส มีเพียงความห่วงใยที่บริสุทธิ์และลึกซึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยได้รับมาตลอดชีวิตในองค์กรใต้ดิน
รินทร์หยิบผ้าพันแผลสะอาดออกจากกระเป๋าอุปกรณ์ฉุกเฉินของระบบ เขาลดมือลงบรรจงทำความสะอาดแผลให้อย่างเบามือที่สุด สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเขาที่แตะผ่านผิวหนังบริเวณหัวไหล่ทำให้เอเลน่าย่นหัวคิ้วเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของชายหนุ่มกำลังละลายกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาเนิ่นนานทีละชั้น
"ทำไมถึงเข้ามาขวางกระสุนนั่น" เอเลน่าเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงของเธอบางเบาราวกับเสียงกระซิบ "คุณก็รู้ว่าเป้าหมายของหน่วยจู่โจมคือฉัน การที่คุณเลือกปกป้องฉัน มันทำให้แผนการหลบหนีของคุณซับซ้อนขึ้นไปอีกสิบเท่า... คุณฉลาดพอที่จะรู้ว่าปล่อยให้ฉันถ่วงเวลาไว้จะเป็นประโยชน์กับคุณมากกว่า"
รินทร์หยุดมือลงชั่วขณะ เขาสสายตาขึ้นสบกับเธอตรงๆ นัยน์ตาคู่สีดำสนิทนั้นลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลที่เต็มไปด้วยเหตุผล
"เพราะในคดีนี้... และในชีวิตจริงของผม ไม่มีสมการไหนที่คำนวณค่าความคุ้มค่าด้วยชีวิตของคนข้างกายหรอกครับ" รินทร์ตอบด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "คุณอาจจะเป็นสายลับที่ถูกส่งมาตรวจสอบผม คุณอาจจะมีความลับอีกมากมายที่ยังไม่ได้บอก แต่ในวินาทีที่อยู่ท่ามกลางดงกระสุนเมื่อครู่ หัวใจและสัญชาตญาณของผมไม่ได้เลือกด้วยตรรกะของผลประโยชน์... มันเลือกคุณครับ เอเลน่า"
คำพูดที่ไร้ซึ่งการปรุงแต่งแต่กลับจริงใจจนน่าใจหายทำให้ลมหายใจของเอเลน่าสะดุดกึก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของนักฆ่าสาวกลับเต้นรัวระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ใบหน้าที่เคยซีดเซียวเพราะพิษบาดแผลบัดนี้กลับมีร่องรอยความเรื่อสีแดงจางๆ แต่งแต้มขึ้นที่พวงแก้มอย่างปิดไม่มิด เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลแผนการหลบหนีได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าลงถนัดตา
นี่คือความรู้สึกของหัวใจที่เริ่มหวั่นไหวอย่างนั้นหรือ... เป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยพบเจอในตำราสายลับเล่มไหนเลย
รินทร์ค่อยๆ พันผ้าพันแผลรอบหัวไหล่ของเธออย่างเรียบร้อยและมั่นคง ก่อนจะขยับถอยหลังเว้นระยะห่างที่เหมาะสมเพื่อให้เกียรติเธอ ทว่าบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกลับไม่ได้เย็นชาเหมือนก่อนหน้านี้ ตรงกันข้าม มันกลับอบอุ่นและแน่นแฟ้นขึ้นราวกับเส้นด้ายที่ถูกถักทอเข้าด้วยกันผ่านความเป็นความตาย
[ติ๊ง! เงื่อนไขลับ 'ความไว้วางใจระดับสูงสุด' สำเร็จลุล่วง]
[ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร: รินทร์ และ เอเลน่า ขยับสู่ระดับ 'คู่หูทางจิตวิญญาณ']
[ปลดล็อกทักษะพิเศษคอมโบ: 'Double Vision' - การประสานสายตาวิเคราะห์และสัญชาตญาณสายลับในระดับเรียลไทม์]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในโสตประสาทของรินทร์ พร้อมกับกระแสพลังงานอุ่นวาบที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายเพื่อฟื้นฟูพละกำลัง ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังดื่มด่ำกับความเงียบสงบอันเปราะบางนี้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางบันไดหนีไฟด้านนอก
กึก... กึก... กึก...
ไม่ใช่เสียงของหน่วยจู่โจมเงากลุ่มเดิม แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่พร้อมเพรียงและทรงพลังกว่ามาก แรงสั่นสะเทือนจากพื้นคอนกรีตบ่งบอกถึงการมาถึงของกองกำลังเสริมระดับหัวกะทิ
เอเลน่าดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที แม้จะมีอาการบาดเจ็บหลงเหลืออยู่ แต่แววตากลับกลับมาคมกริบดั่งใบมีด เธอกวาดตามองไปยังประตูกลทางหนีไฟที่ถูกล็อกตาย และก่อนที่รินทร์จะทันได้เปิดใช้งานระบบ 'Eye of Truth' เพื่อสแกนโครงสร้างประตู แสงไฟนีออนเหนือศีรษะก็ดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด
ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องนิรภัยในเสี้ยววินาที และในความมืดนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ สามครั้งก็ดังขึ้นจากมุมมืดที่ลึกที่สุดของห้อง—เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่จับตัวเป็นน้ำแข็ง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ!
กลลวงนางร้ายพลิกปมแผนจารชน•ตอนที่ 16
เอเลน่ากับหัวใจที่เริ่มหวั่นไหว
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงนางร้ายพลิกปมแผนจารชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!