กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับตะวันทมิฬที่ไร้ใจ•ตอนที่ 2

บุรุษในชุดคลุมสีนิล

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"หากเพลงกระบี่ไร้ลักษณ์แท้จริงไร้ซึ่งความรู้สึก เหตุใดปลายนิ้วของเจ้าจึงสั่นเทาเล่า, แม่นางเฟยหรง?" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกดังขึ้น ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าที่ผ่าลงมาฉีกกระชากท้องฟ้ายามราตรี เม็ดฝนกระหน่ำซัดสาดใส่หลังคาร้านค้าไม้เก่าแก่ของโรงเตี๊ยมกลางป่าทึบราวกับห่ากระบี่เหล็กกล้า กลิ่นอายความตายและกลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นดินชื้นแฉะ ภายในห้องโถงมืดสลัวที่มีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันกะพริบไหว บรรยากาศกดดันจนแทบทำให้ลมหายใจของเหล่าจอมยุทธ์หยุดชะงัก ลิ่วเฟยหรงไม่ขยับเขยื้อน ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินยืนหยัดอย่างมั่นคง ปลายกระบี่ 'เหมันต์โปรยปราย' ในมือสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อภัยพาล แต่เป็นเพราะความตกตะลึงระคนแค้นเคืองที่พุ่งพล่านขึ้นสู่ขั้วหัวใจ เสียงของผู้อาวุโสสูงสุด... อาจารย์ปู่ผู้ควรจะปิดด่านบำเพ็ญเพียรตัดขาดจากโลกภายนอก เหตุใดจึงมาปรากฏอยู่ ณ ดินแดนรกร้างแห่งนี้ หรือว่า... คัมภีร์กระบี่สวรรค์ขั้นสูงสุดได้ถูกชำระล้างด้วยโลหิตไปเสียแล้ว? "ท่านอาจารย์ปู่..." ริมฝีปากบางเฉียบเอื้อnเอ่นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราดรดด้วยน้ำแข็ง นางพยายามสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์ที่ตีรวนในอก "หรือวิญญาณของท่านถูกมารร้ายกลืนกินไปสิ้นเชิงแล้ว ถึงได้ใช้สำเนียงมารมาล้อเล่นกับวิถีกระบี่แห่งสำนักเรา!" "ฮ่าๆๆ... สำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ ช่างเป็นชื่อที่น่าขันสิ้นดี" เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากม่านหมอกสีดำสนิทที่ก่อตัวขึ้นตรงทางเข้าโรงเตี๊ยม เขาไม่ใช่ผู้อาวุโสสูงสุดอย่างที่นางหวาดหวั่น แต่เป็นบุรุษในชุดคลุมสีนิลสนิทปักลวดลายสุริยันสีชาดที่แผ่ไอความร้อนระอุตัดกับความหนาวยะเยือกของพายุหิมะด้านนอก เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายคลอเคลียลาดไหล่กว้าง ใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหยกดำ ดวงตาคมกริบลึกล้ำดั่งเหวลึกคู่นั้นกำลังจ้องมองนางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทั้งเย้ยหยัน ท้าทาย... และมีความโหยหาบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความไร้หัวใจ จ้าวอี้เฉิน! ชื่อของบุรุษผู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เจ้าแห่งวิชาตะวันทมิฬผู้ถูกหมายหัวจากทั่วยุทธภพ ปรากฏกายขึ้นต่อหน้าศิษย์เอกแห่งสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์อย่างไม่คาดฝัน หลิวเฟยหรงหรี่ตาลง ปราณกระบี่สีขาวบริสุทธิ์แผ่พุ่งออกจากร่างจนเกิดเสียงลมหวีดหิว นางไม่เอ่ยคำไร้สาระอีกต่อไป มือเรียวกำด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "เจ้าเป็นคนล่อข้ามาที่นี่... เพื่อสิ่งใด?" จ้าวอี้เฉินยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเกียจคร้านและท้าทายยิ่งนัก เขายกจอกสุราขึ้นจิบรสชาติบางเบา ราวกับไม่ได้กำลังยืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมิที่พร้อมจะนองเลือดได้ทุกเมื่อ "แม่นางเฟยหรงเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้ล่อลวงเจ้า... ข้าเพียงแต่เดินตามกลิ่นอายกระบี่อันหนาวยะเยือกที่สลักลึกอยู่ในใจข้าต่างหากเล่า" "วาจาเหลวไหล!" สิ้นคำพูด ร่างบางก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี ปราณกระบี่เหมันต์ระเบิดออกเป็นเกล็ดหิมะนับหมื่นชิ้นที่คมกริบดั่งใบมีด พุ่งเข้าจู่โจมจุดตายทั่วร่างของบุรุษชุดนิลในเสี้ยววินาที ความเร็วนี้เหนือล้ำกว่าจอมยุทธ์ทั่วไปนับร้อยเท่า สมกับเป็นศิษย์เอกผู้สืบทอดวิชาสูงสุดแห่งยุค *เคร้ง!* ประกายไฟสีทองและสีฟ้าสว่างวาบตัดกับความมืดมิด จ้าวอี้เฉินไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ เขากลับใช้เพียงฝักกระบี่สีนิลต้านทานคมกระบี่เหมันต์ของนางไว้ได้อย่างสมบูรณ์ แรงปะทะรุนแรงจนส่งผลให้พื้นไม้ของโรงเตี๊ยมแตกร้าวเป็นวงกว้าง ลมปราณสองสายที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง—หยินบริสุทธิ์อันหนาวยะเยือก และหยางทมิฬอันแผดเผา—เข้าห้ำหั่นกันจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว "วิชาของเจ้าพัฒนาขึ้นไม่น้อยเลยนี่ แม่นางน้อย" จ้าวอี้เฉินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูกลิ่นอายบุรุษอันตรายอบอวลอยู่รอบตัวเขา "แต่... เจ้ายังขาด 'ความปรารถนา' ที่จะไขว่คว้าชีวิต มีเพียงหน้าที่และคุณธรรมค้ำคอเช่นนี้ เคล็ดกระบี่ขั้นที่เก้าของเจ้า... ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่มีวันบรรลุหรอก" "หุบปาก!" หลิวเฟยหรงรู้สึกราวกับถูกล่วงล้ำจิตวิญญาณ นางสะบัดข้อมือพลิกแพลงกระบวนท่า 'เหมันต์ล้างโลก' เกล็ดหิมะนับร้อยแปรสภาพเป็นพายุหมุนเข้าโอบล้อมร่างของเขาก่อนจะพุ่งแทงทะลวงพร้อมกันทุกทิศทาง ทว่า จ้าวอี้เฉินกลับระเบิดพลังปราณตะวันทมิฬออกมาอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า คลื่นความร้อนอุณหภูมิสูงระอุหลอมละลายเกล็ดหิมะในพริบตา ไอความร้อนแผดเผาจนอากาศบิดเบี้ยว ร่างของเขากระโดดถอยหลังไปสามก้าวอย่างสง่างาม ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความชื่นชมที่ปิดไม่มิด "น่าเสียดาย..." จ้าวอี้เฉินทอดถอนหายใจแผ่วเบา น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง "หากเราพบกันในสถานการณ์อื่น... ข้าอาจยอมให้เจ้าเอาชนะข้าได้" "วันนี้ เจ้ากับข้าต้องมีผู้ใดผู้หนึ่งดับสูญ!" หลิวเฟยหรงประกาศกร้าว ดวงตาสวยฉายแววดุดัน ร่างกายเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้า นางกำลังจะรวบรวมลมปราณทั้งหมดเพื่อใช้กระบวนท่าไม้ตายที่อาจแลกมาด้วยอายุขัยของตนเอง ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะพุ่งทะยานเข้าประจันหน้าเป็นครั้งสุดท้ายนั้นเอง— เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอก ล้อมรอบโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไว้หมดสิ้น พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำเอาอากาศรอบตัวแข็งค้าง "ประกาศราชโองการสำนักสวรรค์! หลิวเฟยหรง... เจ้าแอบคบหากับมารร้ายจ้าวอี้เฉิน มีความผิดฐานกบฏต่อสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ จงวางกระบี่แล้วยอมจำนนแต่โดยดี มิฉะนั้น... โทษทัณฑ์จะตกถึงเก้าชั่วโคตร!" หลิวเฟยหรงชะงักงัน ดวงตาสวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่า... นี่คือแผนการจัดฉากอันแยบยลที่ถูกวางไว้เพื่อกำจัดนางตั้งแต่ต้น! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับถ้อยคำแห่งกระบี่และโลหิตนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับตะวันทมิฬที่ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%