กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับตะวันทมิฬที่ไร้ใจ•ตอนที่ 4

กระบี่ที่ไม่มีหยดเลือด

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โลหิตสีดำสนิทหยดลงบนพื้นหญ้าแห้งกรอบ ส่งกลิ่นคาวคลุ้งราวดอกไม้พิษที่ผลิบานในยมโลก เงาร่างในหน้ากากกระดูกสัตว์หัวเราะแหบพร่า เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทคล้ายเสียงเหล็กขูดกัน "สิบปี... หลิวเฟยหรง เจ้ายังคงไว้ซึ่งท่าทีสูงส่งเช่นเดิม คิดไม่ถึงเลยว่าทายาทแห่งสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์จะมาเดินแพร่งพรายอยู่ ณ แดนร้างผู้คนเช่นนี้" จ้าวอี้เฉินขยับตัวเล็กน้อย แผลฉีกขาดที่หัวไหล่ขวาจากการปะทะกับอสุรกายเงาก่อนหน้าส่งผลให้ลมปราณในกายปั่นป่วน แต่เขากลับฝืนยิ้มเยาะออกมา ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องนักฆ่าเบื้องหน้าไม่กะพริบ "ระวังตัวด้วยแม่นางหลิว ดูท่าสุนัขรับใช้ที่รอดตายจากกองเพลิงในอดีตตัวนี้ จะไม่ได้มาเพื่อเจรจาพาทีเป็นแน่" หลิวเฟยหรงมิได้เหลือบแลบุรุษข้างกายแม้แต่น้อย สมาธิทั้งหมดของนางหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่เหล็กเย็นเยียบในฝัก ร่างอรชรในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทร์สลัวราวกับเซียนผู้สูงส่งเกินกว่าจะแปดเปื้อนด้วยธุลีดิน แววตาของนางเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู "ความแค้นเมื่อสิบปีก่อน หากพวกเจ้าสำนักตะวันทมิฬยังหลงเหลือเดนตายอยู่บ้าง ย่อมสมควรใช้ชีวิตชดใช้ให้แก่ดวงวิญญาณนับร้อยที่ต้องสังเวยในคืนนั้น" เสียงหวานใสทว่าราบเรียบไร้ระลอกคลื่นเอ่ยขึ้น ประหนึ่งประกาศิตจากสรวงสวรรค์ "ฮ่าๆๆ! สำนักตะวันทมิฬงั้นหรือ? ช่างน่าขันนัก!" นักฆ่าสวมหน้ากากกระดูกแผדเสียงคำราม กลิ่นอายสังหารพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับเสือร้ายหลุดจากกรง ดาบใหญ่ในมือพล Lวงอาบด้วยประกายสีเพลิงทมิฬ "ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็จงลงไปถามพวกมันในนรกเถอะ!" ตู้ม! พริบตาเดียว แผ่นดินใต้เท้าสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ร่างของนักฆ่าพุ่งทะยานเข้ามาประชิดด้วยความเร็วปานสายฟ้า ฟาดฟันดาบลงมาหมายผ่าร่างของจ้าวอี้เฉินและหลิวเฟยหรงให้ขาดเป็นสองท่อนในคราเดียว อี้เฉินกัดฟันกรอด รวบรวมลมปราณตะวันทมิฬเฮือกสุดท้ายเตรียมรับมือ แม้รู้ดีว่าในสภาพบาดเจ็บเช่นนี้คงยากจะต้านทาน ทว่า... มีเร็วกว่านั้น เส้นผมสีดำสนิทของหลิวเฟยหรงสะบัดพลิ้วตามแรงลมปราณ นางไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง นิ้วเรียวดั่งหยกขาวสะกิดเข้าที่ด้ามกระบี่เพียงแผ่วเบา *กริ๊ง...* เสียงโลหิตกระทบฝักกระบี่กังวานใสราวดนตรีแห่งความตาย แต่มันคือเสียงเดียวที่ดังขึ้นก่อนที่โลกทั้งใบจะหยุดนิ่ง แสงกระบี่สีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งสพลพุ่งแหวกความมืดมิด มันมิใช่ประกายดาบธรรมดา หากแต่เป็นเจตจำนงแห่งกระบี่ที่บริสุทธิ์และเฉียบคมจนแม้แต่กาลเวลาก็ยังต้องหลีกทาง รัศมีกระบี่แผ่ขยายออกเป็นรูปดอกบัวเหมันต์กลีบซ้อน ท่ามกลางประกายแสงอันเจิดจ้า ร่างของนักฆ่าสวมหน้ากากกระดูกแข็งค้างกลางอากาศ ไม่มีเสียงร้องโหยหวน ไม่มีหยดเลือดกระเซ็นแม้แต่หยดเดียว รอยแยกบางเฉียบปรากฏขึ้นกลางหน้ากากกระดูก ก่อนที่มันจะสลายกลายเป็นผุยผง พร้อมกับร่างของนักฆ่าที่ถูกตัดแบ่งเป็นสองส่วนอย่างไร้ร่องรอยความเจ็บปวด ลมปราณและวิญญาณของอีกฝ่ายถูกความเย็นเยียบของกระบี่ไร้ลักษณ์แช่แข็งและทำลายล้างจนสิ้นซากในพริบตาเดียว จ้าวอี้เฉินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ หัวใจในอกเต้นกระหน่ำด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น เขารู้ว่านางเก่งกาจ แต่ไม่เคยคิดเลยว่า... หลิวเฟยหรงจะบรรลุถึงขั้น "กระบี่ไร้หยดเลือด" ที่แท้จริงแล้ว! วิถีกระบี่ที่เหนือล้ำถึงเพียงนี้ มีอยู่จริงบนโลกมนุษย์ด้วยหรือ? บรรยากาศรอบกายกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง หลิวเฟยหรงเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างนุ่มนวล ท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติราวกับเมื่อครู่มิได้มีศึกนองเลือดใดๆ เกิดขึ้น นางหันกลับมามองจ้าวอี้เฉินด้วยสายตาเรียเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกยินดียินร้ายใดๆ "บาดแผลของเจ้า..." นางเอ่ยเสียงเรียบ "หากยังไม่อยากตายที่นี่ ก็จงเร่งเดินลมปราณเสีย" จ้าวอี้เฉินแค่นหัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อนความตื่นตะลึงในอก เขายกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก ดวงตาคมกราดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น "แม่นางหลิวลงมือได้งดงามยิ่งนัก... แต่น่าเสียดาย ที่เจ้าเดาผิดไปอย่างหนึ่ง" หลิวเฟยหรงขมวดคิ้วเล็กน้อย "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" "ข้าไม่ได้หมายถึงนักฆ่าผู้นั้น..." อี้เฉินยิ้มเยาะ แววตาฉายประกายอันตรายบางอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน "แต่ข้าหมายถึง... สิ่งที่กำลังตื่นขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเราต่างหาก" สิ้นคำพูดของเขา ผืนดินที่สงบราบคาบเมื่อครู่กลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกขนาดมหึมาปริแตกออกเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สะท้อนมาจากใต้พิภพ ลมปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า กลืนกินแสงจันทร์จนมืดมิด และในความมืดมอนนั้นเอง เงาร่างนับร้อยที่สวมชุดเกราะโบราณและถืออาวุธอาบไอสังหาร ก็ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยก... หาใช่สัตว์อสูรไม่ หากแต่เป็นกองทัพผีดิบโบราณที่นำโดยบุคคลที่หลิวเฟยหรงไม่มีวันลืมเลือนตลอดกาล! รี้ดเดอร์คะ หลิวเยี่ยนซีขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในยุทธภพอันหนาวเหน็บนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยเหมันต์กับตะวันทมิฬที่ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%