กลิ่นอายความอับชื้นของห้องใต้ดินโบราณผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมของโลหะเวทมนตร์ ลอยอวลอยู่ในความมืดจนน่าสะอิดสะเอียน เสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินดังติ๊ก... ติ๊ก... ราวกับเข็มนาฬิกานับถอยหลังสู่วินาศกรรมที่ไม่มีใครล่วงรู้
รินทร์ซ่อนตัวอยู่หลังเสาศิลาแกะสลักรูปอสรพิษกลืนหาง ปลายนิ้วสัมผัสกับความเย็นเฉียบของเนื้อหินเพื่อดึงสติไม่ให้หลุดลอยไปกับภาพอนาคตอันบิดเบี้ยวที่ระบบพยากรณ์เพิ่งฉายซ้ำลงในสมอง ความเจ็บปวดจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดยังคงแล่นริ้วอยู่ตามเส้นประสาท แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความเหนื่อยล้าทางกาย คือเสียงกระซิบเมื่อครู่ที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
*"เก่งมาก... อาคิระ ลูกสาวตัวน้อยของฉัน ในที่สุดทายาทสายเลือดสุดท้ายก็รวบรวมภาชนะแห่งการสังเวยมาให้ฉันจนครบเสียทีสินะ..."*
คำพูดนั้น... น้ำเสียงแหบพร่าแต่เปี่ยมด้วยอำนาจกดดันระดับมหาเวท ทำเอารินทร์ต้องกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด เขาหันไปมองสหายร่วมรบและอาจารย์สาวผู้ยืนอยู่เคียงข้าง อาคิระในยามนี้ไม่ได้มีท่าทีเยือกเย็นสง่างามเช่นเคย ดวงตาคู่สวยไหวระริก ร่างเพรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว หากแต่เป็นเพราะแรงปะทะทางจิตวิทยาจากเบื้องบน—จากผู้ที่เธอเคยเรียกว่า 'อาจารย์' และ 'ผู้มีพระคุณ'
"อาคิระ..." รินทร์กระซิบแผ่วเบา สัมผัสที่ไหล่บางเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและสติสัมปชัญญะ "ตั้งสติไว้ค่ะ อาจารย์ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ มันคือแผนการล้างสมองและฝังรากความมืดมาตั้งแต่แรกแล้ว"
อาจารย์สาวสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับพยายามดึงวิญญาณที่หลุดลอยให้กลับเข้าร่าง เปลือกตาสีมุกปิดลงชั่วพริบตา ก่อนจะลืมขึ้นเผยให้เห็นแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นมาอีกครั้ง แต่ร่องรอยความเจ็บปวดในนั้นยังคงเด่นชัด
"ฉันรู้ค่ะ รินทร์..." เสียงของเธอลอดไรฟันออกมาเบาหวิว เต็มไปด้วยความขมขื่น "ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ฉันคิดว่าตัวเองกำลังทำตามเจตนารมณ์เพื่อปกป้องโรงเวทแห่งนี้จากภัยมืดภายนอก... ที่ไหนได้ ฉันกลับกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญ ในการรวบรวมผนึกทั้งเจ็ดเพื่อปลดปล่อย 'อสุรกายบรรพกาล' ออกมาทำลายทุกสิ่งเสียเอง"
เบื้องหน้าของคนทั้งสองคือลานประกอบพิธีกรรมขนาดยักษ์ วงเวทสีเลือดขนาดมหึมาแผ่ขยายปกคลุมพื้นห้องใต้ดินทั้งหมด ตรงใจกลางมีแท่นหินสีนิลตั้งตระหง่าน บนนั้นวางภาชนะเวทมนตร์ทั้งเจ็ดชิ้นที่อาคิระเป็นคนรวบรวมมาตามคำสั่งของเบื้องบน แสงสีม่วงดำทะมึนกำลังเต้นระบำอยู่รอบวัตถุเหล่านั้น ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวโหย
และเหนือแท่นหินนั้น เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทกำลังยืนหันหลังให้ ร่างกายของเขาลอยเหนือพื้นดินเล็กน้อย ไอทมิฬพวยพุ่งออกมาจากแผ่นหลังราวกับปีกของมัจจุราช
"ช่างเป็นภาพที่งดงามเสียจริง..." เสียงหัวسเราะแหบแห้งดังขึ้นโดยที่เงาร่างนั้นไม่ได้หันกลับมามอง "เจ้าเด็กโง่จากต่างมิติ... กับอาจารย์ผู้หลงทาง คิดจริงๆ หรือว่าร่องรอยการสะกดรอยตามที่เจ้าทำมาตลอด จะรอดพ้นสายตาของข้าไปได้?"
รินทร์หรี่ตาลง ระบบพยากรณ์ในหัวสั่นเตือนรุนแรง แถบสีแดงฉานกระพริบถี่พร้อมกับข้อมูลไทม์ไลน์ที่ไหลทะลักเข้ามาในหัว—*หากขยับตัวช้าไปแม้แต่สามวินาที คลื่นพลังทำลายล้างจะกวาดล้างห้องใต้ดินและโครงสร้างหลักของโรงเรียนเวทจนราบเป็นหน้ากลอง นักเรียนหลายร้อยชีวิตเบื้องบนจะไม่มีทางรอด*
"คุณไม่ใช่แค่ต้องการทำลายโรงเรียนนี้ใช่ไหมคะ" รินทร์ก้าวออกมาจากหลังเสา น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยวสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดิน "เป้าหมายที่แท้จริงของคุณ คือการใช้พลังชีวิตและวิญญาณของนักเรียนทั้งโรงเรียน เป็นเชื้อเพลิงในการเปิดประตูมิติสู่ยุคแห่งความมืดต่างหาก"
เงาร่างในชุดคลุมค่อยๆ หมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่ถูกปกกปิดด้วยหน้ากากโลหะลวดลายประหลาด ดวงตาสีเพลิงลุกโชนอยู่ภายใต้ความมืด มอบความกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัว
"ฉลาดสมกับที่เป็นผู้ถือครองระบบลึกลับที่แม้แต่สภากลางยังต้องจับตามอง..." เสียงนั้นเย้ยหยัน "น่าเสียดาย... ที่ความฉลาดไม่เคยช่วยให้ใครรอดชีวิตจากความจริงที่ยิ่งใหญ่กว่าได้ ในเมื่อพวกเจ้ามากันครบแล้ว ก็จงกลายเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานอาณาจักรใหม่แห่งนี้เสียเถอะ!"
สิ้นคำพูด พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแตกสีแดงฉานพุ่งแหวกพื้นหินเข้าหาทั้งสองคนด้วยความเร็วสูง รินทร์คว้าแขนอาคิระแล้วกระโดดหลบฉากไปด้านข้างอย่างเฉียดฉิว เศษหินและสะเก็ดไฟเวทมนตร์กระจายไปทั่วทิศทาง
"อาคิระ! ใช้ผนึกตระกูลของคุณตรึงวงเวทฝั่งซ้ายไว้ ส่วนฉันจะใช้พลังระบบสร้างแนวป้องกันทางนี้ อย่าให้มันรวบรวมพลังงานจากภาชนะชิ้นสุดท้ายได้เด็ดขาด!" รินทร์ตะโกนสั่งการด้วยความรวดเร็ว
"เข้าใจแล้วค่ะ!"
อาคิระสะบัดมือเรียกคัมภีร์โบราณออกมา อักขระเวทสีทองสว่างวาบขึ้นรอบตัวเธอ ร่างเพรียวพุ่งทะยานเข้าประชิดแท่นพิธีด้วยความเร็วแสง ประกายแสงแห่งการชำระล้างพุ่งเข้าปะทะกับไอทมิฬที่ปกป้องแท่นหิน เกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงอัดกระแทกทำให้อาคิระกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ริมฝีปากมีโลหิตสีสดไหลริน
ในขณะเดียวกัน รินทร์กำลังเร่งรีบประมวลผลไทม์ไลน์ในระบบอย่างหนักหน่วง ข้อมูลอนาคตหลายร้อยรูปแบบไหลผ่านสมองเพื่อหาช่องโหว่ ร่างกายของเขาเริ่มมีเหงื่อกาฬไหลซึมออกมาตามขมับ ความเจ็บปวดจากการฝืนใช้พลังงานเกินขีดจำกัดทำให้มองเห็นภาพตรงหน้าซ้อนทับกัน
*อีกนิดเดียว... อีกนิดเดียวก็จะเจอจุดอ่อนของวงเวทประสานนี้แล้ว!*
ทว่า ในวินาทีที่รินทร์กำลังจะยื่นมือไปสัมผัสกับแกนกลางระบบป้องกัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาไม่คาดคิดก็ดังขึ้นในหัว—เสียงที่ไม่ได้มาจากการคำนวณของเขา แต่เป็นเสียงระบบแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่ถูกปลุกเร้าด้วยเงื่อนไขบางอย่าง
**[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากตัวตนภายนอกไทม์ไลน์]**
**[แจ้งเตือนระดับ SSS: 'ผู้ดูแลกฎแห่งกาลเวลา' ปรากฏตัว ณ พิกัดปัจจุบัน]**
รินทร์ชะงักงือกึก ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาหันขวับไปมองยังมุมมืดที่สุดของห้องใต้ดิน—บริเวณที่ไอน้ำแข็งและเงาดำรวมตัวกันเป็นรูปร่างของบุคคลปริศนา ผู้มาใหม่ไม่ได้สวมชุดคลุมนักเวท แต่เป็นชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่ตัดกับบรรยากาศอันเน่าเฟะของห้องใต้ดินแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
ใบหน้านั้น... รอยยิ้มที่มุมปากนั้น... มันคือคนที่รินทร์ไม่คิดว่าจะได้พบเจอในสถานที่แห่งนี้ และไม่ควรจะมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ!
"สวัสดี... รินทร์ ดูเหมือนว่านายจะสนุกกับการเล่นเกมแก้ปริศนานี้มากเลยสินะ" เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสบายๆ ราวกับกำลังยืนจิบชาในยามบ่าย "แต่ก็น่าเสียดายนะ... เพราะว่าเกมนี้ กำลังจะถูกบังคับให้รีเซ็ตใหม่ทั้งหมดเดี๋ยวนี้แหละ"
...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครทุกตัวนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
— ขวัญเนตรทายใจ
ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 28
แผนการร้ายระดับชาติ
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!