เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาหนักตกลงบนโต๊ะไม้สักทองดัง *ตุบ* จนเศษฝุ่นละอองที่ลอยเคคว้างอยู่ในห้องบัญชาการยามวิกาลถึงกับสะเทือน
รินทร์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองต้นตอของเสียงนั้น นิ้วเรียวยาวของเด็กหนุ่มยังคงลากผ่านเส้นตารางสีฟ้าเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ หน้าจอโฮโลแกรมของระบบพยากรณ์ลับกำลังฉายภาพจำลองสามมิติของอาณาเขตโรงเรียนเวทแห่งนี้ในอีกเจ็ดสิบสองชั่วโมงข้างหน้า จุดสีแดงฉานนับร้อยจุดเบียดเสียดกันแน่นขนัดราวกับเนื้องอกร้ายที่กำลังกัดกินรากฐานของสถาบัน
"ถ้าเรายังจัดสรรค่ายกลป้องกันบริเวณหอพักทิศเหนือล่าช้ากว่านี้อีกแค่สิบนาที โครงสร้างเวทมนตร์ชั้นที่สามจะพังทลายลงก่อนที่พวกมันจะเหยียบเข้ามาถึงสนามประลองเสียด้วยซ้ำค่ะ อาคิระ"
น้ำเสียงของรินทร์ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกดดันอย่างหนักหน่วง ขอบตาของเด็กหนุ่มคล้ำลงเล็กน้อยจากการไม่ได้นอนติดต่อกันเป็นเวลาสามวันเต็ม พลังกายและพลังจิตถูกสูบฉีดไปกับการอ่านไทม์ไลน์อนาคตซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อหาช่องโหว่ที่เล็กที่สุดในการรอดชีวิต
อาคิระกอดอกพิงผนังห้อง ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นทรง The Row จ้องมองเด็กหนุ่มผู้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดด้วยแววตาที่อ่านยาก เยื่อใยความเอ็นดูแบบอาจารย์ลูกศิษย์ถูกกลบฝังไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็นตามวิสัยของผู้คุมกฎ
"เธอกำลังแบกรับภาระที่แม้แต่สภาเวทมนตร์อาวุโสยังส่ายหน้าหนี รินทร์" อาจารย์สาวเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มลึกแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "การพยากรณ์อนาคตไม่ใช่สิทธิ์อันชอบธรรม แต่มันคือคำสาปที่คอยกัดกินลมหายใจของเธอทีละน้อย... ดูมือเธอกสิ มันสั่นจนแทบจะควบคุมคทาควบคุมค่ายกลไม่ไหวอยู่แล้ว"
รินทร์ชะงัก เขาก้มลงมองมือข้างที่ถือปากกาเวทมนตร์ มันสั่นเทาจริงๆ รอยขีดสีทองที่เกิดจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดลามขึ้นมาถึงข้อศอกราวกับเถาวัลย์อัคคี ทุกครั้งที่ระบบพยากรณ์อัปเดตข้อมูลอนาคต ร่างกายของเขาจะรู้สึกเหมือนถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ แต่เด็กหนุ่มก็เพียงแค่กำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว
"ถ้าผมไม่ทำแล้วใครจะทำล่ะคะ... พวกเราฝึกซ้อมกันมาเพื่อวันนี้ไม่ใช่เหรอคะ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะแห้งๆ "อีกอย่าง สหายร่วมรบของพวกเรากำลังรอฟังคำสั่งอยู่ด้านนอกนะ"
สิ้นเสียงของเด็กหนุ่ม ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมหนาวพัดโชยนำพาความมุ่งมั่นและกลิ่นอายของพลังเวทเข้มข้นเข้ามาในห้อง
กลุ่มเพื่อนสนิทและสมาชิกแนวหน้าของหอพักก้าวเข้ามาทีละคน นำโดยฮิคาริ เด็กสาวผู้ควบคุมธาตุไฟที่ตอนนี้ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ความลังเล ตามด้วยเร็น นักดาบหนุ่มผู้เงียบขรึมที่สะพายดาบยาวคู่กายไว้ด้านหลัง และบรรดาสมาชิกชมการพยากรณ์ไสยเวทที่ต่างพากันพยักหน้ารับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศความตึงเครียดในห้องถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและพลังแห่งมิตรภาพที่พร้อมจะแผดเผาทุกอุปสรรคให้เป็นจุล
"ทางฝั่งป่าอาถรรพ์... ข้ากับพวกพ้องจัดการเคลียร์พื้นที่และวางค่ายกลดักวิญญาณระดับสี่เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ รินทร์" ฮิคาริเอ่ยรายงานทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครถาม เธอสะบัดผมยาวสลวยที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากการต่อสู้กับเหล่าภูตรับใช้เมื่อช่วงบ่าย "ไม่มีทางที่พวกเงาทมิฬจะเล็ดลอดผ่านแนวป้องกันชั้นแรกเข้ามาได้แน่ เว้นเสียแต่ว่าพวกมันจะมีปีกบินข้ามหัวพวกเราไป"
"อย่าประมาทค่ะ ฮิคาริ" รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างกายจะเซเล็กน้อยจนอาคิระต้องยื่นมือเข้ามาประคองข้อศอกไว้เงียบๆ แต่เด็กหนุ่มก็ปัดมือปฏิเสธอย่างสุภาพก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับแผนที่โฮโลแกรม "ข้อมูลจากระบบระบุว่า ภัยในครั้งนี้ไม่ใช่แค่กองทัพวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แต่มี 'ผู้ชักใย' ระดับบรรพกาลซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง พวกมันไม่ได้มาเพื่อทำลายล้างโรงเรียนเวทแห่งนี้ แต่พวกมันมาเพื่อ... เปิดประตูมิติเชื่อมต่อกับนรกภูมิ"
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในห้องถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เร็นที่ยืนกอดอกพิงเสาหินขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ถ้าเป้าหมายคือการเปิดประตูมิติ แปลว่าจุดศูนย์กลางของพิธีกรรมต้องอยู่ที่หอคอยดาราศาสตร์... จุดที่สูงที่สุดของโรงเรียนใช่ไหม"
"ถูกต้องค่ะ เร็น" รินทร์พยักหน้ารับ "และนั่นคือเหตุผลที่พวกเราต้องแบ่งกำลังออกเป็นสามสาย สายแรกคอยต้านทานกองกำลังหลักที่สนามประลอง สายที่สองตรึงกำลังที่ป่าอาถรรพ์ และสายที่สาม..." รินทร์เว้นจังหวะ สายตากวาดมองเพื่อนพ้องทีละคน "ต้องขึ้นไปขัดขวางพิธีกรรมที่หอคอยดาราศาสตร์ด้วยตัวคนเดียว"
"ฉันไปเอง" อาคิระเอ่ยแทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงเยือกเย็นเฉียบขาด "การเผชิญหน้ากับผู้ชักใยระดับบรรพกาลไม่ใช่สิ่งที่เด็กอายุสิบเจ็ดปีอย่างเธอควรแบกรับ รินทร์ นี่คือคำสั่งในฐานะผู้คุมกฎ"
"ไม่ได้ค่ะ อาจารย์อาคิระ" รินทร์ปฏิเสธสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นจนอาคิระเองยังต้องชะงัก "ระบบระบุชัดเจนว่า ผู้ที่จะหยุดยั้งพิธีกรรมนี้ได้ต้องเป็นผู้ที่มีสายเลือดแห่งการพยากรณ์และถือครองกุญแจไสยเวท... ซึ่งมีแค่ผมคนเดียวในมิตินี้"
เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาว แววตาที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวของคนที่มองเห็นอนาคตและเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงมันด้วยมือของตัวเอง
"พวกเราไม่ได้สู้เพื่อรอความตาย... แต่เราสู้เพื่อกำหนดชะตาชีวิตของเราเองค่ะ"
อาคิระจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มเนิ่นนาน ก่อนที่ริมฝีปากบางจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง เป็นการยอมรับในฐานะสหายร่วมรบอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เด็กในปกครองอีกต่อไป
"ระวังตัวด้วยล่ะ รินทร์... ถ้าเธอตายก่อนที่ฉันจะได้เก็บดอกเบี้ยเรื่องเอกสารกองนี้ ฉันจะตามไปลากวิญญาณเธอกลับมาทำงานต่อแน่นอนค่ะ"
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ช่วยละลายความหนาวเหน็บในใจของทุกคนลงได้บ้าง ฮิคาริและเร็นพยักหน้ารับคำสั่งครั้งสุดท้าย ทุกคนแยกย้ายกันไปประจำการตามจุดที่ได้รับมอบหมาย ความเงียบสงัดกลับคืนสู่ห้องบัญชาการอีกครั้ง เหลือเพียงรินทร์และแสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอระบบที่ยังคงกะพริบถี่รัว
รินทร์สูดหายใจเข้าลึก
ร่างเพรียวบางก้าวเดินออกไปที่ระเบียงห้อง ลมยามวิกาลพัดกระโชกแรงจนเส้นผมสีดำสนิทปลิวไสว เบื้องล่างคืออาณาเขตของโรงเรียนเวทที่เงียบสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เขารู้ดีว่าความสงบนี้เป็นเพียงภาพลวงตาก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ
ในวินาทีที่รินทร์ยกมือขึ้นเพื่อประสานอินทร์เตรียมเรียกอาวุธเวทประจำตัว จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน เสียงลมหายใจของเขากลายเป็นไอสีขาว ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เคยมีดวงดาวประดับประดา กลับถูกย้อมด้วยสีเลือดในพริบตา
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวไม่ได้มาพร้อมกับข้อความภารกิจปกติ แต่มันคือเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่ดังก้องกังวานจนแก้วหูแทบแตก
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติระดับวิกฤตสูงสุด! ไทม์ไลน์หลักถูกแทรกแซงจากตัวตนภายนอกมิติ!]
[ภารกิจลับระดับ SSS: 'ผู้มาเยือนจากมรดกต้องห้าม' ปลดล็อกอัตโนมัติ!]
[เงื่อนไขการรอดชีวิต: 0% — ผู้พยากรณ์โปรดเตรียมรับมือกับการล่มสลาย...]
ก่อนที่รินทร์จะทันได้ตั้งสติ เงาสودทะมึนขนาดมหึมาก็แผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้าเหนือหอคอยดาราศาสตร์ ร่างของสิ่งมีชีวิตที่มีปีกสีดำสนิทและดวงตาสีแดงฉานคู่ใหญ่ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นจากความมืดมิด พร้อมกับเสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังขึ้นข้างหอคอย...
"เจอตัวแล้ว... ผู้ถือครองกุญแจคนสุดท้าย"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตเคียงข้างรินทร์มาจนถึงบทนี้นะคะ
ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 29
เตรียมรับมือวันหายนะ
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!