เงาสีดำทมิฬที่ทาบทับอยู่เบื้องหน้าไม่ได้สะท้อนความน่ากลัวผ่านกรงเล็บหรือเขี้ยวคม หากแต่สะท้อนผ่านดวงตาคู่เดียวกับรินทร์ ดวงตาที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า ความผิดหวัง และคราบน้ำตาแห่งกาลเวลาที่บิดเบี้ยว ร่างของตัวตนในอนาคตยืนนิ่งสนิทอยู่หลังม่านพลังสีเลือด ขณะที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบพยากรณ์ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า เตือนถึงความเสียหายทางจิตวิญญาณที่กำลังจะมาถึงหากข้ามเส้นแบ่งแห่งโชคชะตา
"นาย... หรือตัวฉันในอีกสิบปีข้างหน้ากันแน่" รินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายของเด็กหนุ่มสั่นเทาไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะแรงกดดันมหาศาลจากมิติเวลาที่บีบอัดเข้าหากัน
"ถ้าไม่อยากให้ทุกสิ่งที่พวกเธอสร้างมาต้องพังทลายลงในค่ำคืนนี้ ทางเลือกเดียวที่มีก็คือการกลืนกินพลังของฉันซะ รินทร์" เงาร่างนั้นเอ่ยขึ้น เสียงของมันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดราวกับผ่านนรกมานับครั้งไม่ถ้วน "นายคิดว่าการพึ่งพาระบบพยากรณ์แบบเดิมๆ จะช่วยปกป้องอาจารย์อาคิระและเพื่อนๆ ได้อย่างนั้นหรือ? เปล่าเลย... โลกใบนี้โหดร้ายกว่าที่นายเห็นในหน้ากระดาษพยากรณ์นัก"
รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขากวาดสายตามองไปเบื้องหลัง ร่างของอาจารย์อาคิระทรุดลงคุกเข่ากับพื้น บาดแผลจากอาคมโบราณกำลังกัดกินพลังเวทของเธออย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยที่เคยเยือกเย็นและทรงอำนาจ บัดนี้ฉายแววห่วงใยและกังวลใจอย่างปิดไม่มิด แม้แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ เธอก็ยังพยายามส่งกระแสจิตเตือนเขาไม่ให้ก้าวเดินไปบนเส้นทางสายมืดนี้
"รินทร์... อย่าฟังมัน" อาคิระเอ่ยเสียงแผ่วเบา เลือดสีแดงสดไหลซึ่มมุมปากของเธอ "พลังที่ได้มาโดยแลกกับจิตวิญญาณ... มันไม่ใช่หนทางของผู้ใช้เวทที่แท้จริงค่ะ"
"แต่อาจารย์คะ ถ้าฉันไม่ทำ เราก็จะตายกันหมดที่นี่" รินทร์หันกลับไปสบตากับอาจารย์สาว ความลังเลใจฉายชัดในแววตาคู่นั้น เขารู้ดีว่ากฎเหล็กของศาสตร์พยากรณ์คือความสมดุล หากฝืนครอบครองพลังที่เหนือกว่าขีดจำกัด ร่างกายและจิตวิญญาณของเขาอาจแตกสลายกลายเป็นผุยผง แต่ถ้าเขาเลือกที่จะปฏิเสธ ความตายและความสูญเสียคือผลลัพธ์เดียวที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ตัวตนในอนาคตก็ก้าวทะลุกำแพงมิติเข้ามาใกล้ ร่างเงาทมิฬยื่นมือที่สั่นเทาออกไปแตะที่หน้าอกของรินทร์สัมผัสอันเย็นเฉียบราวน้ำแข็งแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ภาพเหตุการณ์นับร้อยนับพันหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเด็กหนุ่มในเสี้ยววินาที ภาพของโรงเรียนเวทที่ถูกเผาทำลาย เพื่อนร่วมชั้นที่นอนไร้ลมหายใจ และรอยยิ้มสุดท้ายของอาคิระที่ร่วงหล่นในอ้อมแขนของเขาเอง
*< ตรวจพบการแทรกแซงไทม์ไลน์ขั้นวิกฤต ระดับความเสี่ยง: เกินขีดจำกัดของมนุษย์ >*
*< แจ้งเตือน: ระบบกำลังถูกบังคับให้ปลดล็อก 'เนตรพยากรณ์ทมิฬ' ระดับ SSS >*
*< คำเตือน: อัตราการสูญเสียความเป็นมนุษย์ 45... 50... 55% >*
ความเจ็บปวดรุนแรงราวกับสมองถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้รินทร์ต้องคุกเข่าลงกับพื้น มือทั้งสองข้างกุมศีรษะแน่น เสียงกรีดร้องดังก้องอยู่ในหัวของเขาเอง ภาพอดีต ปัจจุบัน และอนาคตหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ความมืดมิดเข้าครอบงำทัศนวิสัยทีละน้อย ทว่าท่ามกลางความมืดมิดนั้น พลังงานมหาศาลที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนกลับระเบิดออกมาจากร่างของเขา แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนพื้นศิลาโบราณแตกร้าวเป็นทางยาว
อาคิระเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอลุกขึ้นยืนโดยฝืนทนต่อความเจ็บปวด "รินทร์! หยุดนะ! นี่เธอ... กำลังทำอะไรลงไป!"
รินทร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาข้างหนึ่งของเขายังคงเป็นสีดำสนิทตามธรรมชาติ ทว่าอีกข้างหนึ่งกลับเปล่งประกายด้วยแสงสีทองเจิดจ้าผสมผสานกับประกายสีม่วงเข้มของห้วงเวลา เส้นผมสีดำสนิทสะบัดพลิ้วไหวตามแรงลมเวทที่หมุนวนรอบกาย ออร่ารอบตัวเขาเปลี่ยนจากความอบอุ่นของเด็กหนุ่มผู้รอบคอบ กลายเป็นความเยือกเย็น ทรงพลัง และน่าสะพรึงกลัวราวกับเทพเจ้าแห่งโชคชะตาที่ตื่นจากการหลับใหล
"อาจารย์... ผมมองเห็นแล้วค่ะ" เสียงของรินทร์เปลี่ยนไป มันทุ้มลึกและสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงประสานจากหลายช่วงเวลา "ผมมองเห็นวิถีทางที่จะช่วยพวกเราทุกคนแล้ว"
เขายื่นมือออกไปเบื้องหน้าเพียงครั้งเดียว ม่านอาคมโบราณที่กักขังพวกเขาก็แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกบางๆ แรงกระแทกจากการปลดปล่อยพลังทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว ร่างของตัวตนในอนาคตค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ราวกับภาระอันหนักอึ้งที่แบกมานานนับทศวรรษได้รับการปลดเปลื้องแล้ว
ทว่าความตื่นตะลึงยังไม่ทันจางหาย เสียงระฆังเตือนภัยระดับสูงสุดจากหอคอยกลางของโรงเรียนเวทก็ดังสนั่นหวั่นไหว บ่งบอกว่ามีบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ากำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลตามแรงกระตุ้นของพลังงานระดับ SSS ที่รินทร์เพิ่งปลดล็อก
แสงสว่างวาบสีแดงฉานสาดส่องลงมาจากยอดหอคอย พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ก้าวลงมาจากฟากฟ้า ราวกับผู้พิพากษาแห่งสวรรค์ที่ลงมาเพื่อลงทัณฑ์ผู้ฝืนกฏแห่งฟ้าดิน และเมื่อเงาร่างนั้นเปิดฮู้ดคลุมศีรษะออก อาคิระก็ต้องหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด เพราะใบหน้าของบุคคลปริศนาผู้นั้น... คือผู้อำนวยการโรงเรียนผู้ล่วงลับที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามปีก่อน
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย รินทร์... เด็กน้อยผู้กล้าท้าทายโชคชะตา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินทร์และอาจารย์อาคิระนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 32
ปลดล็อกพลังต้องห้าม
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!