ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 17

การประลองเพื่อศักดิ์ศรี

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
"ถ้าการยืนอยู่บนจุดสูงสุดของลานประลองนี้ คือสิ่งที่พวกท่านนิยามว่า 'ความเหนือกว่า' ข้าเกรงว่ามาตรฐานของหอคอยเวทมนตร์คงต่ำกว่าที่ข้าเคยจินตนาการไว้มากทีเดียวค่ะ" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่น คงของรินทร์ดังสะท้อนก้องไปทั่วลานประลองเวทกลางแจ้ง แรงกดดันจากอาคมป้องกันบาตรแก้วสั่นสะเทือนเบา ๆ ตามคลื่นพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่ม รอบด้านเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบและสายตาดูแคลนจากเหล่าคุณชายตระกูลเวทมนตร์ชั้นสูง ที่ต่างมองมายังเขาด้วยความรู้สึกสมเพชระคนหมั่นไส้ ในฐานะสามัญชนผู้บังอาจก้าวเข้ามาเหยียบพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งการประลองรอบสุดท้ายนี้ "ปากดีนักนะไอ้สวะสามัญชน! แกคิดว่าการเอาชนะหุ่นเชิดระดับล่างได้ แล้วจะทำให้แกเทียบชั้นกับพวกเราได้หรือไง?" เสียงตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวมาจาก 'คาร์ล' ทายาทสายตรงตระกูลอัคคีโลหิต ผู้ครองสถิติคะแนนสูงสุดในการทดสอบรอบที่ผ่านมา เขาก้าวออกมาข้างหน้า แผ่ออร่าเปลวเพลิงสีชาดที่ร้อนระอุจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว รอยยิ้มเยาะเย้ยฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโส รินทร์ไม่แม้แต่จะขยับตัวถอยหลัง เขายืนไขว่ห้างหลวม ๆ ดวงตาสองข้างสะท้อนประกายแสงสีฟ้าจาง ๆ ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการทำงานอย่างหนักของระบบพยากรณ์ในหัวสมอง ในสายตาของเขาเวลานี้ ไทม์ไลน์ของอีกสามวินาทีข้างหน้าถูกฉายซ้ำราวกับภาพยนตร์สโลว์โมชั่น เขาเห็นเส้นทางการเคลื่อนไหวของเปลวเพลิง มุมองศาการเหวี่ยงหมัด และจุดบอดในค่ายกลเวทของคาร์ลอย่างทะลุปรุโปร่ง *ติ๊ง!* [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบเจตంట่อสู้ระดับสูงจากเป้าหมาย] [วิเคราะห์ความน่าจะเป็นในการโจมตี: รูปแบบ 'หมัดอัคคีทะลวงศิลา' จะถูกใช้งานในอีก 4.2 วินาที] [ช่องโหว่ที่ตรวจพบ: จุดรวมมานารักแร้ด้านขวาเกิดการติดขัดชั่วคราว 0.5 วินาที จากการไหลเวียนของธาตุไฟที่ไม่สมดุล] [คำแนะนำจากระบบ: หลบไปทางซ้าย 45 องศา แล้วสวนด้วยกระแสเวทธาตุดินผสานลมปราณระดับพื้นฐานที่จุดชีพจรใต้ซี่โครง] รินทร์กวาดสายตาอ่านข้อความสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดอย่างรวดเร็ว มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้อาคิระ อาจารย์สาวลึกลับผู้ยืนกอดอกสังเกตการณ์อยู่บนระเบียงหอคอยชั้นสอง ถึงกับต้องเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นด้วยความสนใจ *เด็กคนนี้... คำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้วสินะ* อาคิระคิดในใจ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นใสทอประกายเอ็นดูระคนทึ่ง เธอย่อมรู้ดีว่าคาร์ลนั้นฝึกฝนเวทมนตร์สายทำลายล้างมาตั้งแต่เด็ก พลังกายและปริมาณมานาเหนือกว่ารินทร์อย่างเทียบไม่ติด ทว่าในโลกแห่งเวทมนตร์ที่แท้จริง ชัยชนะไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานาอันมหาศาลเสมอไป แต่มันวัดกันที่ 'ความแม่นยำ' และ 'จังหวะเวลา' ต่างหาก "ถ้าคิดว่าข้าปากดี ก็ลองเข้ามาพิสูจน์สitiด้วยตัวเองสิครับ... อ้อ ขอโทษที ข้าลืมไปว่าสุภาพสตรีแถวนี้เขาไม่นิยมใช้กำลังพูดคุยกัน" รินทร์จงใจเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงเพื่อยั่วโมโห คำว่า 'สุภาพสตรี' ที่เขาใช้เหน็บแนมบรรดานักเรียนชายกลุ่มใหญ่ที่รวมหัวกันรังแกเขามาตลอด ทำให้หน้าของคาร์ลแดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนแทบคลั่ง "ตายซะเถอะไอ้สามัญชนชั้นต่ำ!" คาร์ลระเบิดพลังเวทพุ่งทะยานเข้ามาดั่งพายุเพลิง ความร้อนแผดเผาจนพื้นหินแกรนิตของลานประลองเริ่มปริร้าว เสียงเฮจากกลุ่มผู้ชมดังกระหึ่ม ทุกคนต่างรอชมวินาทีที่สามัญชนผู้จองหองคนนี้ถูกแผดเผาจนไม่เหลือซาก ทว่า ในวินาทีที่หมัดเคลือบเปลวเพลิงพุ่งเข้ามาประชิดตัว... รินทร์ขยับตัวอย่างไร้เสียง เขาก้าวหลบไปทางซ้ายตามมุมที่ระบบคำนวณไว้อย่างแม่นยำราศีกำหนด เฉียดเปลวเพลิงที่ร้อนระอุไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร เส้นผมสีดำสนิทไหวตามแรงลมวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะซัดฝ่ามือกระแทกเข้าที่ซี่โครงด้านขวาของคาร์ลอย่างพพอดีเป๊ะ *ปลัก!* เสียงอัดกระแทกหนักหน่วงดังสนั่น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน คาร์ลที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงกลับหยุดชะงักกะทันหัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนก กระแสมานาในร่างของเขาเกิดอาการตีกลับอย่างรุนแรงเนื่องจากการโจมตีเข้าจุดชีพจรที่บกพร่องพอดี ร่างหนากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น สำลักลิ่มเลือดสีเข้มออกมาคำโต ความเงียบสงบเข้าปกคลุมลานประลองในทันที ไม่มีใครส่งเสียงเชียร์ ไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบ ทุกคนต่างอ้าปากค้างด้วยความเหลือเชื่อ ภาพที่เห็นมันขัดกับสามัญสำนึกสิ้นเชิง เด็กหนุ่มระดับพลังเวทต่ำกว่า คลาดแคล้วจากการโจมตีที่รุนแรงที่สุด แล้วล้มยอดฝีมือประจำรุ่นด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวได้อย่างไร? "อะ... เป็นไปได้ยังไง? คาร์ลแพ้แล้วงั้นเหรอ?" เสียงใครบางคนในกลุ่มผู้ชมอุทานขึ้นด้วยความตกใจ รินทร์ยืนนิ่งสงบ ปัดฝุ่นที่หัวไหล่เบา ๆ ราวกับเมื่อครู่นี้เขาเพียงแค่ปัดแมลงตัวเล็ก ๆ ไม่ใช่การเอาชนะผู้มีพรสวรรค์อันดับต้น ๆ ของสถาบัน เขากวาดสายตากลับไปมองรอบสนาม สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความดูแคลนบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่น เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างเยือกเย็น "ยังมีใครอยากจะสั่งสอนข้าอีกไหมคะ?" รินทร์เอ่ยท้าทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง สร้างความรู้สึกกดดันจนแทบไม่มีใครกล้าสบตาด้วย ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงปรบมือช้า ๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของซุ้มประตูทางเข้าลานประลอง เป็นจังหวะ เนิบนาบ และน่าขนลุก "เก่งมาก... เก่งมากจริง ๆ รินทร์ เจ้าทำให้ฉันประหลาดใจได้เรื่อย ๆ เลยนะ" ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลวดลายดวงตาประหลาดที่ขยับได้ราวกับมีชีวิตก้าวออกมาจากเงามืด กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณจนเปลวไฟรอบลานประลองดับวูบลงในพริบตา ดวงตาทั้งสองข้างของแขกผู้มาใหม่เป็นสีแดงฉานไร้แววตา และที่น่ากลัวที่สุดคือ สัญลักษณ์เวทมนตร์บนหน้าผากของเขา... มันตรงกับบันทึกในตำราต้องห้ามของหอคอยเวทมนตร์ที่หายสาบสูญไปกว่าร้อยปี! [ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS ทำงาน!] [ตรวจพบเป้าหมายอันตรายสูงสุด: 'ผู้กลืนกินวิญญาณ' หนึ่งในเจ็ดบาตรแห่งหอคอยทมิฬ] [คำเตือน: พลังงานปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการหลบหนี ไทม์ไลน์รอบตัวกำลังถูกบิดเบือน... โปรดระวังตัว!] รินทร์หน้าถอดสีเป็นครั้งแรก หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อเสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นในหัว เขากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวเมื่อชายปริศนาก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาหาเขาคนเดียว - ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "ขวัญเนตรทายใจ" นะคะ -
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%