"ถ้าการยืนอยู่บนจุดสูงสุดของลานประลองนี้ คือสิ่งที่พวกท่านนิยามว่า 'ความเหนือกว่า' ข้าเกรงว่ามาตรฐานของหอคอยเวทมนตร์คงต่ำกว่าที่ข้าเคยจินตนาการไว้มากทีเดียวค่ะ"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มั่น
คงของรินทร์ดังสะท้อนก้องไปทั่วลานประลองเวทกลางแจ้ง
แรงกดดันจากอาคมป้องกันบาตรแก้วสั่นสะเทือนเบา ๆ ตามคลื่นพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่ม
รอบด้านเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบและสายตาดูแคลนจากเหล่าคุณชายตระกูลเวทมนตร์ชั้นสูง
ที่ต่างมองมายังเขาด้วยความรู้สึกสมเพชระคนหมั่นไส้
ในฐานะสามัญชนผู้บังอาจก้าวเข้ามาเหยียบพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งการประลองรอบสุดท้ายนี้
"ปากดีนักนะไอ้สวะสามัญชน! แกคิดว่าการเอาชนะหุ่นเชิดระดับล่างได้
แล้วจะทำให้แกเทียบชั้นกับพวกเราได้หรือไง?"
เสียงตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวมาจาก 'คาร์ล' ทายาทสายตรงตระกูลอัคคีโลหิต
ผู้ครองสถิติคะแนนสูงสุดในการทดสอบรอบที่ผ่านมา
เขาก้าวออกมาข้างหน้า แผ่ออร่าเปลวเพลิงสีชาดที่ร้อนระอุจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
รอยยิ้มเยาะเย้ยฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโส
รินทร์ไม่แม้แต่จะขยับตัวถอยหลัง เขายืนไขว่ห้างหลวม ๆ
ดวงตาสองข้างสะท้อนประกายแสงสีฟ้าจาง ๆ
ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการทำงานอย่างหนักของระบบพยากรณ์ในหัวสมอง
ในสายตาของเขาเวลานี้
ไทม์ไลน์ของอีกสามวินาทีข้างหน้าถูกฉายซ้ำราวกับภาพยนตร์สโลว์โมชั่น
เขาเห็นเส้นทางการเคลื่อนไหวของเปลวเพลิง
มุมองศาการเหวี่ยงหมัด และจุดบอดในค่ายกลเวทของคาร์ลอย่างทะลุปรุโปร่ง
*ติ๊ง!*
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบเจตంట่อสู้ระดับสูงจากเป้าหมาย]
[วิเคราะห์ความน่าจะเป็นในการโจมตี: รูปแบบ 'หมัดอัคคีทะลวงศิลา' จะถูกใช้งานในอีก 4.2 วินาที]
[ช่องโหว่ที่ตรวจพบ: จุดรวมมานารักแร้ด้านขวาเกิดการติดขัดชั่วคราว 0.5 วินาที จากการไหลเวียนของธาตุไฟที่ไม่สมดุล]
[คำแนะนำจากระบบ: หลบไปทางซ้าย 45 องศา แล้วสวนด้วยกระแสเวทธาตุดินผสานลมปราณระดับพื้นฐานที่จุดชีพจรใต้ซี่โครง]
รินทร์กวาดสายตาอ่านข้อความสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดอย่างรวดเร็ว
มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้อาคิระ
อาจารย์สาวลึกลับผู้ยืนกอดอกสังเกตการณ์อยู่บนระเบียงหอคอยชั้นสอง ถึงกับต้องเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นด้วยความสนใจ
*เด็กคนนี้... คำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้วสินะ* อาคิระคิดในใจ
ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นใสทอประกายเอ็นดูระคนทึ่ง
เธอย่อมรู้ดีว่าคาร์ลนั้นฝึกฝนเวทมนตร์สายทำลายล้างมาตั้งแต่เด็ก
พลังกายและปริมาณมานาเหนือกว่ารินทร์อย่างเทียบไม่ติด
ทว่าในโลกแห่งเวทมนตร์ที่แท้จริง ชัยชนะไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานาอันมหาศาลเสมอไป
แต่มันวัดกันที่ 'ความแม่นยำ' และ 'จังหวะเวลา' ต่างหาก
"ถ้าคิดว่าข้าปากดี ก็ลองเข้ามาพิสูจน์สitiด้วยตัวเองสิครับ... อ้อ ขอโทษที
ข้าลืมไปว่าสุภาพสตรีแถวนี้เขาไม่นิยมใช้กำลังพูดคุยกัน"
รินทร์จงใจเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงเพื่อยั่วโมโห
คำว่า 'สุภาพสตรี' ที่เขาใช้เหน็บแนมบรรดานักเรียนชายกลุ่มใหญ่ที่รวมหัวกันรังแกเขามาตลอด
ทำให้หน้าของคาร์ลแดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนแทบคลั่ง
"ตายซะเถอะไอ้สามัญชนชั้นต่ำ!"
คาร์ลระเบิดพลังเวทพุ่งทะยานเข้ามาดั่งพายุเพลิง
ความร้อนแผดเผาจนพื้นหินแกรนิตของลานประลองเริ่มปริร้าว
เสียงเฮจากกลุ่มผู้ชมดังกระหึ่ม ทุกคนต่างรอชมวินาทีที่สามัญชนผู้จองหองคนนี้ถูกแผดเผาจนไม่เหลือซาก
ทว่า ในวินาทีที่หมัดเคลือบเปลวเพลิงพุ่งเข้ามาประชิดตัว...
รินทร์ขยับตัวอย่างไร้เสียง
เขาก้าวหลบไปทางซ้ายตามมุมที่ระบบคำนวณไว้อย่างแม่นยำราศีกำหนด
เฉียดเปลวเพลิงที่ร้อนระอุไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร เส้นผมสีดำสนิทไหวตามแรงลมวูบหนึ่ง
ก่อนที่เขาจะซัดฝ่ามือกระแทกเข้าที่ซี่โครงด้านขวาของคาร์ลอย่างพพอดีเป๊ะ
*ปลัก!*
เสียงอัดกระแทกหนักหน่วงดังสนั่น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน
คาร์ลที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงกลับหยุดชะงักกะทันหัน
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนก
กระแสมานาในร่างของเขาเกิดอาการตีกลับอย่างรุนแรงเนื่องจากการโจมตีเข้าจุดชีพจรที่บกพร่องพอดี
ร่างหนากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
ก่อนจะทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น สำลักลิ่มเลือดสีเข้มออกมาคำโต
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมลานประลองในทันที
ไม่มีใครส่งเสียงเชียร์ ไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบ
ทุกคนต่างอ้าปากค้างด้วยความเหลือเชื่อ ภาพที่เห็นมันขัดกับสามัญสำนึกสิ้นเชิง
เด็กหนุ่มระดับพลังเวทต่ำกว่า คลาดแคล้วจากการโจมตีที่รุนแรงที่สุด
แล้วล้มยอดฝีมือประจำรุ่นด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวได้อย่างไร?
"อะ... เป็นไปได้ยังไง? คาร์ลแพ้แล้วงั้นเหรอ?"
เสียงใครบางคนในกลุ่มผู้ชมอุทานขึ้นด้วยความตกใจ
รินทร์ยืนนิ่งสงบ ปัดฝุ่นที่หัวไหล่เบา ๆ
ราวกับเมื่อครู่นี้เขาเพียงแค่ปัดแมลงตัวเล็ก ๆ
ไม่ใช่การเอาชนะผู้มีพรสวรรค์อันดับต้น ๆ ของสถาบัน
เขากวาดสายตากลับไปมองรอบสนาม
สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความดูแคลนบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่น
เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างเยือกเย็น
"ยังมีใครอยากจะสั่งสอนข้าอีกไหมคะ?"
รินทร์เอ่ยท้าทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
สร้างความรู้สึกกดดันจนแทบไม่มีใครกล้าสบตาด้วย
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด
เสียงปรบมือช้า ๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของซุ้มประตูทางเข้าลานประลอง
เป็นจังหวะ เนิบนาบ และน่าขนลุก
"เก่งมาก... เก่งมากจริง ๆ รินทร์ เจ้าทำให้ฉันประหลาดใจได้เรื่อย ๆ เลยนะ"
ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลวดลายดวงตาประหลาดที่ขยับได้ราวกับมีชีวิตก้าวออกมาจากเงามืด
กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณจนเปลวไฟรอบลานประลองดับวูบลงในพริบตา
ดวงตาทั้งสองข้างของแขกผู้มาใหม่เป็นสีแดงฉานไร้แววตา
และที่น่ากลัวที่สุดคือ สัญลักษณ์เวทมนตร์บนหน้าผากของเขา...
มันตรงกับบันทึกในตำราต้องห้ามของหอคอยเวทมนตร์ที่หายสาบสูญไปกว่าร้อยปี!
[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS ทำงาน!]
[ตรวจพบเป้าหมายอันตรายสูงสุด: 'ผู้กลืนกินวิญญาณ' หนึ่งในเจ็ดบาตรแห่งหอคอยทมิฬ]
[คำเตือน: พลังงานปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการหลบหนี ไทม์ไลน์รอบตัวกำลังถูกบิดเบือน... โปรดระวังตัว!]
รินทร์หน้าถอดสีเป็นครั้งแรก หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อเสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นในหัว
เขากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวเมื่อชายปริศนาก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาหาเขาคนเดียว
- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "ขวัญเนตรทายใจ" นะคะ -
ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 17
การประลองเพื่อศักดิ์ศรี
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!