กลิ่นไอมรณะของสนิมเหล็กและกลีบกุหลาบเน่าเปื่อยลอยอวลคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้... รินทร์ก้าวเท้าถอยหลังโดยสัญชาตญาณ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ขณะที่ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องร่างของ "พงศ์" เพื่อนสนิทผู้ร่วมเป็นร่วมตายมาตั้งแต่คาบเรียนแรก ที่บัดนี้กำลังลอยเคว้งอยู่กลางห้องใต้ดินสถาปัตยกรรมโบราณ ร่างทั้งร่างถูกพันธนาการด้วยกลุ่มควันสีม่วงอมดำที่แผ่พุ่งออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหลัง
ดวงตาของพงศ์เบิกโพลงไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต มีเพียงความว่างเปล่าและรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ฉีกกว้างถึงใบหู เสียงหัวเราะแหบพร่าดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเพื่อนรัก ราวกับไม่ใช่เสียงของมนุษย์อีกต่อไป
"รินทร์... ช่วยฉันด้วย... มันหนาวเหลือเกิน..." เสียงกระซิบแผ่วเบาลอดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือดของพงศ์ ทว่าแววตากลับกลอกกลิ้งด้วยความอาฆาตมาดร้าย พรบิดเบือนไสยเวทพุ่งเข้าจู่โจมจิตใจของรินทร์อย่างรุนแรงจนหน้าอกกระตุกวูบ
เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด รสชาติเค็มปร่าช่วยดึงสติสัมปชัญญะของเขาให้กลับคืนมาจากภาพลวงตาอันยบยล ระบบพยากรณ์ในหัวใจส่งเสียงเตือนระรัวเป็นจังหวะกระชั้นชิด แสงสีแดงฉานกะพริบถี่เตือนภัยระดับวิกฤต พร้อมกับตัวเลขไทม์ไลน์อนาคตที่กำลังแตกแขนงออกเป็นร้อยเส้นทาง—ซึ่งทุกเส้นทางล้วนจบลงด้วยความตายของพงศ์และการสูญสลายของหอพักเวท
*สมาธิ... นายต้องตั้งสติให้มั่น รินทร์* เขากล่าวเตือนตัวเองในใจ ลมหายใจเข้าออกถูกปรับให้ลึกและช้าลงเพื่อคงไว้ซึ่งความสุขุมรอบคอบตามวิสัยของนักพยากรณ์ผู้ผ่านศึกมาโชกโชน
"พงศ์ ตั้งสติหน่อย นายไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว นายมีสัญญาที่เราให้ไว้ต่อกันนะ!" รินทร์ตะโกนก้อง ฝ่าความเงียบงันของห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยอาถรรพ์ มือขวาเอื้อมไปสัมผัสผนึกยันต์โบราณในกระเป๋าเสื้อ แสงสีทองเรืองรองขึ้นเล็กน้อยเพื่อขับไล่ไอฟุ้งกระจายของวิญญาณอาฆาตที่พยายามกัดกินจิตวิญญาณของเพื่อนสนิท
ทว่า ทันใดนั้นเอง อุณหภูมิรอบกายก็ดิ่งฮวบลดลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ร่างของพงศ์ที่ดีดตัวลอยอยู่กลางอากาศพลันสะดุ้งเฮือก เงาปริศนาสายหนึ่งแยกตัวออกจากแผ่นหลังของเพื่อนสนิท มันคือดวงวิญญาณบรรพบุรุษผู้คลั่งไคล้ในศาสตร์ต้องห้าม เจ้าของอาถรรพ์ที่หลับใหลมานานนับร้อยปี และบัดนี้มันกำลังใช้ร่างของพงศ์เป็นสะพานเชื่อมเพื่อกลับคืนสู่โลกมนุษย์อย่างเต็มรูปแบบ
"เด็กน้อยผู้ถือครองตาสวรรค์... เจ้าคิดว่าจะขัดขวางวัฏจักรแห่งความแค้นนี้ได้งั้นหรือ?" เสียงก้องกังวานดังก้องขึ้นในหัวของรินทร์ จนเส้นเลือดขมับเต้นตุบๆ ความเจ็บปวดจากการฝืนอ่านอนาคตที่ซับซ้อนเกินพิกัดเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่าง พลังกายของเขาถูกสูบฉีดออกไปราวกับสายน้ำหลาก
"ฉันไม่ได้มาเพื่อขัดขวางวัฏจักร... แต่ฉันมาเพื่อทวงเพื่อนของฉันคืนต่างหาก!"
รินทร์ประกาศกร้าว แววตาคมปลาบฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่เกรงกลัว ร่างเพรียวพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยวิชาตัวเบาผสานเวทมนตร์ธาตุลม เท้าเหยียบย่างบนเศษซากปรักหักพังอย่างแม่นยำและรวดเร็วราวกับเงาร่าง สองมือประสานอินทร์ลับเฉพาะที่ได้รับการถ่ายทอดจากตำราพยากรณ์โบราณ อาคิระ อาจารย์สาวลึกลับเคยบอกเอาไว้ว่า การจะสลายอาถรรพ์ระดับนี้ จำเป็นต้องตัดวงจรพลังงานที่จุดศูนย์กลาง ไม่ใช่การทำลายร่างภาชนะ
*คลิก!* เสียงกลไกเวทมนตร์ในมิติซ้อนทับดังขึ้นในห้วงความคิด แผนผังโครงสร้างของอาถรรพ์ปรากฏขึ้นเป็นภาพสามมิติในหัวของรินทร์ จุดอ่อนของมันอยู่ที่บริเวณ ‘หัวใจทมิฬ’ ที่ซ่อนอยู่ใต้รอยสักอาคมบนแผ่นหลังของพงศ์
รินทร์พุ่งเข้าประชิดตัวเพื่อนรักในเสี้ยววินาทีที่วิญญาณร้ายกำลังง้างกรงเล็บเข้าปะทะ เขาไม่ลังเลที่จะใช้มือเปล่าคว้าจับข้อมือของพงศ์เอาไว้แน่น แรงปะทะสะท้อนกลับมาจนกระดูกแทบร้าว ทว่าเขากัดฟันอดทน มือซ้ายตวัดยันต์อัคคีสวรรค์แปะลงที่กลางหน้าอกของพงศ์ทันที
"ผนึกมาร... จงสถิต!"
ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณอาฆาตดังระเบิดขึ้นสะเทือนไปทั่วทั้งห้องใต้ดิน กลุ่มควันสีม่วงอมดำถูกแผดเผาด้วยความร้อนระอุจนระเหิดกลายเป็นไอสีขาวสะอาด พงศ์สะดุ้งสุดตัวก่อนที่ดวงตาสีดำสนิทจะกลับมาเป็นประกายใสอีกครั้ง ร่างท้วมของเพื่อนสนิทร่วงหล่นลงสู่อ้อมแขนของรินทร์ที่รอรับไว้อย่างทันท่วงที
"รินทร์... แฮ่ก... เกิดอะไรขึ้น... ทำไมฉันถึง..." พงศ์หอบหายใจอย่างรุนแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป
"ไม่เป็นไรแล้ว นายปลอดภัยดี" รินทร์ระบายยิ้มบางๆ ออกมาด้วยความโล่งอก แม้ว่าร่างกายของเขาจะแทบไม่เหลือแรงยืนหยัด ทว่ามิตรภาพที่รักษาไว้ได้นั้นมีค่ามากกว่าพลังชีวิตที่สูญเสียไป
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบควรจะกลับคืนมา รอยแยกมิติเบื้องหลังที่ควรจะปิดสนิทกลับฉีกกว้างขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงกรีดร้องที่ดังเสียดแก้วหูยิ่งกว่าเดิม พื้นห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนฝุ่นผงร่วงกราว รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อมองเห็นเงาดำทมิฬขนาดมหึมา กำลังก้าวเท้าทะลุกำแพงมิติออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาท
**[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการตื่นของ 'ผู้คุมกฎแห่งหรดี' — บอสลับระดับ SSS ปรากฏตัวตามเส้นเวลาวิกฤต!]**
**[ภารกิจฉุกเฉิน: รอดชีวิตจากการเผชิญหน้ากับผู้คุมกฎ และปกป้องหอพักเวทภายในเวลา 3 นาที!]**
**[คำเตือนจากอนาคต: เพื่อนสนิทที่คุณเพิ่งช่วยไว้... กำลังจะชักดาบแทงข้างหลังคุณในอีก 180 วินาทีข้างหน้า!]**
...ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และลุ้นระทึกไปกับรินทร์และผองเพื่อนนะคะ ห้ามพลาดตอนที่ 22 นี้และตอนถัดไปเด็ดขาดค่ะ เพราะทุกคำตอบที่คุณค้นหา กำลังจะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์โรงเรียนเวทไปตลอดกาล!
ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 22
สหายที่หายสาบสูญ
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!