"กลิ่นอายคาวเลือดและความชื้นของหินโบราณในเขตต้องห้าม... ไม่ใช่สิ่งที่เด็กปีหนึ่งควรจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้เล่นๆ นะคะ รินทร์"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยือกเย็นของอาจารย์อาคิระดังแว่วมาท่ามกลางความมืดมิดของผนังหินศิลาแลงที่ถูกกัดเซาะด้วยกาลเวลา ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นทรง The Great Gatsby กวาดมองไปเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำกระชับด้ามไม้เท้าเวทมนตร์ในมือแน่น จนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวเด่นชัด
รินทร์ไม่ตอบคำถามนั้นทันที เด็กหนุ่มกวาดสายตามองผ่านเลนส์แว่นตาที่ถูกเคลือบด้วยคาถาเนตรพยากรณ์ ภาพโครงสร้างซับซ้อนของพลังงานเวทสีครามที่ไหลเวียนราวกับเส้นเลือดใหญ่ของอสูรกายกำลังปรากฏชัดเจนอยู่ในม่านตา อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวขุ่น ความกดอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันบ่งบอกชัดเจนว่า พวกเขากำลังก้าวล่วงเข้าสู่เขตอาคมชั้นในของดันเจี้ยนโบราณใต้โรงเรียนเวทแห่งนี้เป็นครั้งแรก
เบื้องหน้าของทั้งคู่คือทางแยกสามแพร่งที่ถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด ผนังหินรอบด้านมีรอยขูดขีดลึกและคราบสีดำสนิท ซึ่งรินทร์วิเคราะห์จากฐานข้อมูลของระบบพยากรณ์แล้วพบว่า มันคือร่องรอยของการถูกกัดกร่อนด้วยกรดวิญญาณระดับสูง สิ่งนี้ยืนยันสมมติฐานของเขาว่า เบื้องหลังคดีปริศนาในโรงเรียนเวทไม่ได้มีแค่เบื้องหน้าของมนุษย์ แต่มีพลังงานลี้ลับบางอย่างกำลังชักใยอยู่
[ตรวจพบความผิดปกติทางพลังงานเวทระดับ A: พลังงานสะสมในรัศมี 50 เมตรกำลังพุ่งสูงขึ้น 300%]
[คำเตือนจากระบบ: เส้นทางด้านซ้ายคือ "ภาพลวงตาแห่งความทรงจำ" ด้านขวาคือ "กับดักความตายของอสูรเงา" ส่วนเส้นทางตรงกลาง... คือทางเดียวที่นำไปสู่ห้องโถงบอส แต่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียพลังชีวิตชั่วคราว]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบพยากรณ์ดังขึ้นในโสตประสาทของรินทร์ พร้อมกับตัวเลขพลังกายที่เริ่มลดฮวบลงตามสัดส่วนการใช้สมาธิขั้นสูง เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามไรผมของเด็กหนุ่มจนเปียกชื้น การลงดันเจี้ยนครั้งแรกนี้กินพลังงานมากกว่าที่เขาคาดคิดไว้หลายเท่าตัวนัก
อาคิระสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าที่ซีดเซียวของลูกศิษย์คนโปรด หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้ แตะมือลงบนไหล่บางเพื่อถ่าย
"ถ้าไม่ไหว อย่าฝืนฝากอนาคตไว้กับแค่ระบบวิเคราะห์อย่างเดียวนะคะ รินทร์ เวทมนตร์ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขและตรรกะ แต่มันคือสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดด้วย" อาคิระเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาคู่นั้นฉายแววความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดอาจารย์ผู้เคร่งครัด
"ผมไหวครับ... เอ๊ย ไหวค่ะ" รินทร์เกือบเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยเดิมออกไป แต่ด้วยความที่ต้องระวังตัวและรักษาบุคลิกในโลกใบนี้ เขาจึงรีบแก้คำพูดอย่างรวดเร็ว "ผมยังไหวค่ะ อาจารย์อาคิระ ระบบแจ้งเตือนว่าเส้นทางตรงกลางอันตรายที่สุด แต่ถ้าเราใช้จังหวะที่คลื่นพลังงานเวทกำลังเปลี่ยนถ่ายในช่วงพระจันทร์ตรงหัวพพอดี เราจะสามารถเลี่ยงกับดักกลไกศิลาได้ครับ... อภัยค่ะ ได้ค่ะ!" รินทร์กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดที่เผลอหลุดสรรพนามผิดพลาดซ้ำซาก ท่าทีนั้นทำให้อาคิระเผลอยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างนึกขัน แม้มนต์สถานการณ์จะตึงเครียดเพียงใดก็ตาม
"เด็กคนนี้นี่นะ... มีเรื่องให้แปลกใจได้ตลอดเวลาจริงๆ" อาคิระพึมพำเบาๆ ก่อนจะสะบัดมือขวาเบื้องหน้า เกิดเป็นละอองแสงสีฟ้าครามกระจายตัวออกไปเพื่อสร้างบาตรป้องกันรอบตัวทั้งสองคน "นำทางสิคะ นายหัวกะทิ ฉันจะคอยคุ้มกันหลังให้เอง"
รินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ เนตรพยากรณ์สว่างวาบขึ้นอีกครั้งจนนัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม เขาก้าวเท้าเดินนำเข้าสู่เส้นทางตรงกลางที่มืดมิดและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตาย ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับมันกำลังแบกรับน้ำหนักของความลับอันดำมืดที่ถูกฝังกลบมานานนับร้อยปี
บรรยากาศภายในเขาวงกตแคบลงเรื่อยๆ ผนังสองข้างเริ่มมีอักขระโบราณเรืองแสงสีแดงฉานขึ้นทีละนิด มันคือสัญญาณเตือนภัยขั้นเด็ดขาดที่ระบบไม่ได้ระบุไว้ในตอนแรก รินทร์ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้อาคิระหยุดเดินทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่พื้นศิลาเบื้องหน้า ซึ่งมีรอยแยกขนาดใหญ่และไอน้ำกรดพวยพุ่งขึ้นมาเป็นระยะ
"กับดักกลไกสลับซับซ้อนกว่าที่คาดการณ์ไว้ค่ะ..." รินทร์พึมพำกับตัวเองขณะคำนวณองศาการเคลื่อนที่ในหัวอย่างรวดเร็ว "ถ้าเราก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว แรงดันน้ำกรดใต้พื้นดินจะพ่นขึ้นมาละลายร่างเราภายในสามวินาที"
"งั้นก็อย่าพลาดสิคะ" อาคิระขยับตัวเข้ามาประชิดด้านหลัง ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและอัตราการเต้นของหัวใจที่สม่ำเสมอ มือบางเอื้อมมาจับชายเสื้อของรินทร์ไว้หลวมๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายพริบตา "ฉันจะใช้คาถาแรงโน้มถ่วงพยุงพวกเราลอยข้ามเขตอันตรายนี้ไปในจังหวะที่สาม นับพร้อมกันนะคะ... หนึ่ง... สอง..."
ในเสี้ยววินาทีที่คำว่า "สาม" กำลังจะหลุดออกจากริมฝีปากของอาจารย์สาว บรรยากาศรอบตัวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิที่หนาวเหน็บกลับพุ่งสูงขึ้นจนร้อนระอุราวกับเตาหลอมเหล็ก เสียงคำรามต่ำๆ ที่สะเทือนเลื่อนลั่นจากใต้พิภพดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมาเนิ่นนานกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล
พรึบ!
คบเพลิงเวทมนตร์ตามผนังเขาวงกตดับลงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ความมืดมิดสนิทเข้ามากลืนกินทัศนียภาพทั้งหมดเหลือเพียงความว่างเปล่า ทว่า ในความมืดมิดนั้น กลับปรากฏดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ลอยเด่นขึ้นรายล้อมรอบตัวพวกเขา เสียงกระซิบเยือกเย็นนับพันเสียงดังประสานกันก้องกังวานในหัวของรินทร์ จนระบบพยากรณ์ส่งเสียงร้องเตือนภัยดังลั่นด้วยความถี่สูงเกินขีดจำกัด
[คำเตือนวิกฤต: ตรวจพบการตื่น
...ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและร่วมไขปริศนาไปกับตัวละครนะคะ ห้ามพลาดตอนที่ 22 เด็ดขาดค่ะ เพราะความจริงที่คุณตามหา กำลังจะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์โรงเรียนเวทไปตลอดกาล!]
ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 21
กับดักในเขาวงกต
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!