คราบความชื้นบนผนังหอพักกริมัวร์ไม่ได้บอกเล่าแค่เรื่องราวของกาลเวลา หากแต่มันคือบันทึกประวัติศาสตร์แห่งความลับที่ถูกกัดกร่อนด้วยไสยเวทร้าย รินทร์กวาดสายตามองรอยร้าวรูปเกลียวคลื่นบนบานประตูไม้สักเก่าคร่ำคร่า สัมผัสเย็นเยียบจากปลายนิ้วที่แตะลงไปไม่ได้มาจากอากาศรอบกาย แต่มาจากกระแสพลังงานดิบที่หมุนวนอยู่เบื้องหลังบานประตูนี้ต่างหาก ในฐานะผู้ครอบครองระบบพยากรณ์ เขาเรียนรู้มานานแล้วว่าความบังเอิญไม่เคยมีอยู่จริงในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวมาหยุดยืน ณ ทางเดินมืดทึบของหอพักส่วนบุคคลยามวิกาล ถูกคำนวณไว้แล้วด้วยหมากกลของโชคชะตา
แอด...
เสียงบานประตูไม้หนักอึ้งเสียดสีกับพื้นหินดังขึ้นโดยไม่มีแม้แต่แรงผลัก รินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัสกับความมืดภายในห้อง กลิ่นอายของสมุนไพรโบราณผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเก่าลอยปะทะจมูก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขากลับไม่ใช่ความรกร้างของห้องพัก แต่เป็นเงาร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งที่ยืนหันหลังให้อยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ แสงจันทร์สีนวลที่ลอดผ่านกระจกสีสเตนลาสขับให้เรือนผมสีเงินยววงของเธอยาวสลวยราวกับเส้นไหมต้องมนตร์
"ไม่คิดเลยว่าเด็กปีหนึ่งที่เพิ่งสร้างเรื่องวุ่นวายไว้ที่ลานประลองเมื่อตอนกลางวัน จะมีความกล้าพอที่จะย่องเข้ามาในเขตหวงห้ามของหอพักกริมัวร์ยามวิกาลเช่นนี้... รินทร์"
เสียงทุ้มนุ่มรื่นหูเอ่ยขึ้นโดยที่ร่างนั้นยังไม่หันกลับมามอง น้ำเสียงมีความเยือกเย็นที่แฝงไว้ด้วยความรื่นรมย์ราวกับผู้ล่ากำลังมองดูเหยื่อเดินเข้าสู่กรงขังด้วยความเต็มใจ
รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วภายใต้สภาวะกดดัน ไทม์ไลน์อนาคตในหัวสมองของเขาแสดงผลภาพอนาคตอีกสามวินาทีข้างหน้า—หากเขาขยับถอยหลัง หนึ่งในกึ่งกลางเงาบนผนังจะพุ่งเข้าตรึงข้อเท้าของเขาทันที แต่ถ้าเขายืนนิ่งและเลือกใช้คำพูดที่ถูกต้อง เส้นทางแห่งความเป็นจริงจะเปลี่ยนทิศทางไปในทันที
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินเขตหวงห้ามครับ... เอ๊ย, ค่ะ" รินทร์เกือบหลุดปากใช้สรรพนามผิดทว่าแก้เกมได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับโค้งตัวลงเล็กน้อยด้วยความสุภาพ "เพียงแต่บันทึกพยากรณ์ในจิตสำนึกของผมมันฟ้องว่า หากผมไม่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ภายในเที่ยงคืนตรง ความลับที่จะช่วยชีวิตนักเรียนอีกสามคนที่กำลังจะหายตัวไปในสัปดาห์หน้า... จะถูกฝังกลบไปพร้อมกับซากปรักหักพังของหอพักแห่งนี้ตลอดกาล"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็พลันเงียบงันลงชั่วขณะ เงาร่างที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างค่อยๆ หมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ
ดวงตาคู่คมกริบสีอำพันทอประกายราวกับสัตว์นักล่าในยามค่ำคืน ใบหน้าเรียวสวยได้รูปประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก อาคิระ—อาจารย์สาวผู้ควบคุมกฎแห่งหอพักเวทมนตร์และผู้ดูแลหอพักกริมัวร์แห่งนี้ ปรากฏตัวต่อหน้าเขาอย่างเต็มตาในระยะประชิด รอยยิ้มของเธอบ่งบอกถึงความน่าสะพรึงกลัวและเสน่ห์อันเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน
อาคิระก้าวเท้าเข้ามาใกล้รินทร์ทีละน้อย เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับเข็มนาฬิกานับถอยหลัง เธอยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนรินทร์ได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าราตรีที่เจือจางด้วยกลิ่นอายของเวทมนตร์โบราณ
"เด็กปีหนึ่งที่กล้าต่อรองกับผู้คุมกฎด้วยการอ้างเรื่องอนาคต... เจ้าช่างบังเอิญหรือว่าเจ้ามีดีอะไรซ่อนอยู่กันแน่นะ รินทร์" อาคิระเอ่ยพางเอื้อมมือเรียวยาวเรียบร้อยขึ้นแตะที่ปกเสื้อยองใยของเด็กหนุ่มเบาๆ ปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบจนรินทร์รู้สึกได้ถึงกระแสเวทมนตร์ที่แผ่ซ่านเข้ามาในผิวเนื้อ "รู้ไหมว่าการมองเห็นอนาคตสำหรับคนที่นี่ มันไม่ได้เป็นพรวิเศษหรอกนะ... แต่มันคือคำสาปที่คอยสูบกินวิญญาณของผู้ใช้ทีละน้อยต่างหาก"
รินทร์ไม่หลบสายตา เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันคู่นั้น แม้ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่าพลังงานกายจากการใช้ระบบพยากรณ์กำลังลดฮวบลงจนเกิดอาการวิงเวียน แต่มือทั้งสองข้างของเขากลับกำเข้าหากันแน่นเพื่อรักษาความมั่น
"ผมทราบดีค่ะ... ว่าทุกสิ่งที่ได้มาต้องแลกมาด้วยราคาที่ต้องจ่าย" รินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง แม้จะยังไม่คุ้นชินกับการปรับเปลี่ยนสรรพนามในใจนักแต่เขาก็ต้องระมัดระวังตัวให้ถึงที่สุด "แต่ถ้าหากราคาที่ผมต้องจ่ายคือการยืนดูคนรอบตัวต้องล้มหายตายจากไปทีละคนโดยที่ผมรู้อยู่แก่ใจ... ผมยอมเป็นคนบาปที่ฝ่าฝืนกฎเพื่อแก้ไขมันดีกว่า"
รอยยิ้มบนริมฝีปากของอาคิระชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่แววตาของเธอจะเปลี่ยนเป็นประกายความสนอกสนใจอย่างปิดไม่มิด เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอดังขึ้นอย่างพึงพอใจ เธอนึกไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะมีจิตใจที่แข็งแกร่งและคำพูดที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจเช่นนี้
"น่าสนใจ... เจ้าช่างเป็นเด็กที่ทำให้ข้าประหลาดใจได้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ" อาคิระถอนมือกลับพร้อมกับสะบัดชายเสื้อคลุมสีดำสนิท "เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าอ้างว่ามีความลับที่จะช่วยคนอื่นได้ งั้นเรามาลองเดิมพันกันสักตั้งดีไหม? ข้าจะให้เวลาเจ้าสามนาทีในการไขปริศนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยร้าวบนผนังด้านนั้น หากเจ้าทำได้ ข้าจะยอมรับเจ้าเป็นผู้ช่วยและเปิดบันทึกต้องห้ามให้... แต่ถ้าเจ้าทำไม่ได้..."
อาคิระเว้นจังหวะไว้เล็กน้อย นัยน์ตาสีอำพันหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ "วิญญาณส่วนหนึ่งของเจ้าจะต้องถูกกักขังไว้ที่นี่ในฐานะผู้เฝ้าหอพัก... ตกลงไหม?"
รินทร์ยังไม่ทันได้เอ่ยปากรับคำท้า เสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นกังวานในโสตประสาทของเขา พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าอย่างกะทันหัน
[ติ๊ง! ตรวจพบภารกิจระดับ SSS: "คำสาปแห่งหอพักกริมัวร์และเงาที่สาม"]
[เงื่อนไขพิเศษ: ไขปริศนาในเวลา 3 นาทีร่วมกับอาคิระเพื่อปลดล็อกสายสัมพันธ์ระดับลึกซึ้ง]
[คำเตือนจากระบบ: หากภารกิจล้มเหลว ไทม์ไลน์ปัจจุบันจะถูกรีเซ็ตและความทรงจำทั้งหมดของตัวละครจะสูญหายถาวร!]
ทว่า ในวินาทีที่ตัวเลขถอยหลังสามนาทีเริ่มเดินเครื่องบนหน้าต่างระบบ ร่างของอาคิระที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็พลันเลือนรางลงกลายเป็นกลุ่มหมอกควันสีดำ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นจากด้านหลังต้นคอของรินทร์อย่างเยือกเย็น
"เกมเริ่มต้นขึ้นแล้วนะ... เด็กน้อยของข้า จงระวังให้ดีว่าใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อในห้องนี้"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันนะคะ
ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 3
มิตรภาพท่ามกลางความสงสัย
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!