กลิ่นอับชื้นของศิลาโบราณผสมผสานกับกลิ่นอายโลหะหนักจากเวทมนตร์อาคมที่ถูกผนึกมานับร้อยปี ลอยอบอวลอยู่รอบตัวจนแทบทำให้ลมหายใจสะดุด รินทร์กวาดสายตามองแผ่นศิลาตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบ แม้ในใจจะรู้ดีว่าทุกย่างก้าวใน “เขาวงกตพยากรณ์ตรีศูล” แห่งนี้ เดิมพันด้วยสติสัมปชัญญะและพลังชีวิตของตนเองก็ตาม
เบื้องหน้าของเขาคือเส้นทางแยกสามสายที่ทอดตัวหายไปในความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่างนำทาง นอกเสียจากละอองแสงสีครามจางๆ ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับดวงวิญญาณเร่ร่อน
"ถ้าเลือกผิดแม้แต่ก้าวเดียว แรงดันวิญญาณที่กดทับอยู่บริเวณนี้จะบดขยี้กระดูกซี่โครงของเธอจนแหลกสลายในสามวินาทีค่ะ รินทร์"
น้ำเสียงเยือกเย็นแต่เจือความกังวลเล็กน้อยดังขึ้นจากด้านหลัง อาคิระ อาจารย์สาวผู้คุมกฎแห่งหอพักเวทมนตร์ยืนกอดอกพิงผนังศิลา แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรง The Row จ้องมองเด็กหนุ่มนิ่งสนิท นางไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เพราะกฎของการทดสอบระดับสูงไม่อนุญาตให้ผู้คุมกฎแทรกแซง จนกว่าผู้รับการทดสอบจะร้องขอ—ซึ่งนั่นหมายถึงการยอมรับความพ่ายแพ้
รินทร์ไม่ตอบคำถาม เขายกมือขึ้นระดับอก ปล่อยให้สมาธิทั้งหมดดึงเอาพลังงานจาก “ระบบพยากรณ์ลับ” ออกมาใช้งาน หน้าจอสีฟ้าใสปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับตัวเลขและเส้นกราฟที่ซับซ้อนวิ่งพล่านราวกับสายธารข้อมูล
[ ตรวจพบสนามพลังอาถรรพ์ระดับ 4 ]
[ กำลังคำนวณเส้นทางความน่าจะเป็น... ]
[ แจ้งเตือน: พลังกายคงเหลือ 68% | ค่าความเหนื่อยล้าสะสมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ]
"อาจารย์อาคิระเคยบอกสินะคะว่า... อดีตคือสิ่งที่ถูกกำหนด อนาคตคือสิ่งที่เป็นไปได้ แต่วันนี้ ผมจะแสดงให้เห็นว่า เราสามารถ ‘เขียนทับ’ มันด้วยการคำนวณค่ะ"
รินทร์พึมพำเบาๆ ดวงตาคมกวาดมองเส้นทางทั้งสามสายในหัว ทันใดนั้น ภาพจำลองของอนาคตในอีกส้าววินาทีข้างหน้าก็ซ้อนทับเข้ามาในสายตา เส้นทางซ้ายมือเต็มไปด้วยกับดักศรเวทมนตร์ที่ซ่อนเร้น เส้นทางขวามีแรงโน้มถัดวิญญาณมหาศาลที่พร้อมจะดึงร่างให้จมดิ่ง และเส้นทางตรงกลาง... เส้นทางที่ดูเหมือนจะเป็นทางตัน แต่กลับมีจุดอับสายตาที่ซ่อนกลไกการปลดล็อกไว้
รินทร์ไม่รอช้า เขาก้าวเท้าออกไปอย่างมั่น ริมฝีปากหยักยกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้พึ่งพาสัญชาตญาณดิบเถื่อน แต่เป็นการคำนวณมุมองศา แรงเสียดทาน และจังหวะเวลาที่แม่นยำราศีกำหนด
"ซ้ายสามก้าว... เอี้ยวตัวสิบห้าองศา... แล้วพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด!"
ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง เขากระโดดหลบเสาหินที่จู่ๆ ก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินอย่างเฉียดฉิว ปลายเท้าแตะลงบนพื้นศิลาด้วยน้ำหนักที่เบาราวกับขนนก ก่อนจะหมุนตัวหลบคมดาบเวทมนตร์ที่กวาดผ่านอากาศไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ทุกท่วงท่าลื่นไหลและงดงามราวกับถูกร้อยเรียงไว้ด้วยบทเพลงแห่งความตาย
อาคิระที่ยืนมองอยู่ถึงกับหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคู่สวยฉายแววทึ่งอย่างปิดไม่มิด นางอยู่ในหอพักเวทมนตร์มานาน เห็นอัจฉริยะผ่านมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีใครคนไหนใช้การพยากรณ์มาผสานกับกายภาพได้อย่างไร้ที่ติขนาดนี้ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้แค่ "มองเห็น" อนาคต แต่เขากำลัง "ควบคุม" มัน
รินทร์ก้าวมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูศิลาบานมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดทางเดิน เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกพลังงานที่สูบฉีดไปทั่วร่างกลับคืนมา เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย แต่แววตายังคงแน่วแน่และเต็มไปด้วยประกายแห่งชัยชนะ
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนพื้นผิวศิลา เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาท—ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ
[ ตรวจพบการปลดล็อกเขตแดนลับระดับ SSS ]
[ ค่าสเตตัสความเข้ากันได้กับระบบพุ่งทะยานสู่ 100% ]
[ คำเตือน: สิ่งที่หลับใหลอยู่หลังประตูบานนี้ ไม่ใช่วิญญาณอาถรรพ์ทั่วไป... แต่เป็น ‘ผู้สร้าง’ ที่พวกคุณตามหา ]
รินทร์ชะงักค้าง มือที่กำลังจะผลักประตูออกพลันแข็งทื่อ เมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านลอดผ่านรอยแยกของประตูหิน พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาจากความมืดมิดเบื้องหลังบานประตู—เสียงที่ไม่ได้ดังมาจากภายนอก แต่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวใจของเขาเอง
"ในที่สุด... ก็มีคนเดินมาถึงจุดนี้จนได้ เจ้าหนู... เจ้าพร้อมจะรับฟังคำพยากรณ์ที่แท้จริงหรือยัง?"
ขวัญเนตรทายใจ เขียนค่ะ
ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 7
ค่าสเตตัสที่เหนือความคาดหมาย
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!