ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 8

ปริศนาศพในโถงทางเดิน

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
"ถ้าเธอเลือกก้าวเท้าซ้ายลงบนกระเบื้องแผ่นนั้น... สิ่งที่จะสูญเสียไปจะไม่ใช่แค่อนาคตของเธอคนเดียวหรอกนะ รินทร์" เสียงกระซิบที่เยียบเย็นจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวของโถงทางเดินปีกตะวันตก กลิ่นอายความชื้นของหินเก่าและกลิ่นฉุนจางๆ ของสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศ รินทร์หยุดชะงักฝีเท้า ปลายนิตยสารเวทมนตร์ในมือสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่เร่งเร้า เขาไม่ได้หันกลับไปมองทันที แต่ใช้หางตากวาดมองเงาสสะท้อนบนกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่ฝุ่นหนาเตอะ ร่างสูงโปร่งของอาจารย์อาคิระยืนกอดอกพิงผนังหินอยู่เบื้องหลัง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรง The Row จ้องมองตรงมายังแผ่นกระเบื้องหินอ่อนสีขาวนวลที่บัดนี้มีคราบสีคล้ำเป็นวงกว้าง—คราบของสิ่งที่ระบบพยากรณ์ลับเพิ่งแจ้งเตือนว่าเป็น 'ร่องรอยแห่งมรณะ' เมื่อไม่ถึงสามลมหายใจก่อน "ผมไม่ได้ตั้งใจจะเดินไปเหยียบมันเสียหน่อยครับ... เอ๊ย, ค่ะ" รินทร์เผลอหลุดปากแก้คำพูดตามความคุ้นชิน แต่น้ำเสียงยังคงความสุขุมราบเรียบไว้ได้เป็นอย่างดี เขาปรับสรรพนามในใจอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เสียสมาธิ "หนูแค่กำลังคำนวณระยะเวลาการระเหยของคราบโลหิตนี้ต่างหากล่ะคะ อาจารย์อาคิระ" อาคิระปรายตามองเด็กหนุ่มผู้เป็นลูกศิษย์คนโปรด (แม้เธอจะไม่เคยยอมรับมันออกมาตรงๆ ก็ตาม) มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา เธอสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่ไร้สุ้มเสียง ราวกับภูตพรายที่ล่องลอยอยู่บนผืนพรมแห่งความตาย "คำนวณไปก็เปล่าประโยชน์ หากตัวแปรสำคัญอย่าง 'เจ้าของเลือด' ยังเดินลอยชายอยู่ในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้" อาคิระย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ลงบนคราบสีคล้ำนั้น ก่อนจะยกขึ้นมาดมกลิ่นเล็กน้อย "นี่ไม่ใช่เลือดของนักเรียนธรรมดา... มีร่องรอยของพลังไสยเวทสายดำระดับสูงเจือปน ความเข้มข้นระดับนี้ มากพอที่จะแผดเผาจิตวิญญาณของเด็กปีหนึ่งให้แหลกสลายได้ภายในพริบตาเดียว" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าครามของระบบพยากรณ์ลับก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของรินทร์อย่างกะทันหัน ตัวอักษรเรืองแสงสีทองวิ่งพล่านด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงฮัมเบาๆ ในโสตประสาท [ ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ: เหตุการณ์ 'ปริศนาศพในโถงทางเดิน' เข้าสู่เฟสที่สอง ] [ คำเตือนจากระบบ: ไทม์ไลน์กำลังเกิดการบิดเบี้ยวเนื่องจากการแทรกแซงของบุคคลที่สาม ] [ เบาะแสลับถูกปลดล็อก: ผู้ตายไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหนึ่งในสมาชิกร่วมชั้นเรียนพยากรณ์ศาสตร์ขั้นสูง ] รินทร์ขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบ ภาพอนาคตอันเลือนรางที่เขาเคยเห็นผ่านนิมิตเมื่อคืนนี้ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ พลังกายของเขาถูกดึงไปใช้ประมวลผลไทม์ไลน์จนเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินกล้ามเนื้อ แต่เขารู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาแสดงความอ่อนแอ "อาจารย์คะ... เมื่อครู่ที่อาจารย์บอกว่ามันไม่ใช่เลือดของนักเรียนธรรมดา หมายความว่า..." รินทร์เอ่ยขึ้นเบาๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบโถงทางเดินที่ยาวเหยียด ไร้ซึ่งเงาของผู้คน เนื่องจากเป็นยามวิกาลที่กฎระเบียบของหอพักห้ามออกนอกห้องเด็ดขาด "ใช่" อาคิระลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังและเคร่งขรึมขึ้น "มันคือเลือดของคนที่ควรจะนอนหลับอยู่บนเตียงในหอพัก V.I.P. แต่กลับมากลายเป็น 'เป้าหมาย' ของพิธีกรรมบางอย่างที่นี่" อาจารย์สาวก้าวเดินนำไปข้างหน้าอย่างมั่นคง รินทร์ไม่รอช้ารีบสาวเท้าตามติดไปอย่างระมัดระวัง ทุกก้าวที่เหยียบลงไปบนพื้นหิน รินทร์ต้องใช้พลังจากระบบพยากรณ์ตรวจสอบความปลอดภัยล่วงหน้าสามก้าวเสมอ เพื่อป้องกันกับดักไสยเวทที่อาจถูกวางไว้ต้อนรับผู้มาเยือน บรรยากาศภายในโถงทางเดินปีกตะวันตกยามนี้วังเวงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ คบเพลิงเวทมนตร์ตามผนังหรี่แสงลงจนเกือบมืดสนิท ราวกับพวกมันกำลังหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่หลังความมืดมิดเบื้องหน้า กลิ่นอายความอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นดอกไม้แห้งโชยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่รินทร์จำได้แม่นยำ—มันคือกลิ่นเดียวกับสมุดบันทึกเวทมนตร์ที่หายไปจากห้องสมุดเมื่อสัปดาห์ก่อน "หยุดก่อนค่ะ!" รินทร์เอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อคลุมของอาคิระไว้โดยสัญชาตญาณเมื่อระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานกระพริบถี่รัวอยู่ตรงหน้า อาคิระหยุดชะงักทันทีโดยไม่มีคำถาม เธอเชื่อมั่นในสัญชาตญาณและการพยากรณ์ของเด็กหนุ่มคนนี้เสมอ ทั้งคู่ยืนนิ่งสนิท กลั้นหายใจฟังเสียงรอบข้าง ท่ามกลางความเงียบงัน มีเสียงหยดน้ำดัง 'ติ๋ง... ติ๋ง...' สะท้อนก้องมาจากมุมมืดสุดทางเดิน *ติ๋ง... ติ๋ง...* ไม่ใช่เสียงหยดน้ำธรรมดา... แต่มันคือเสียงของเหลวหนืดที่หยดลงมากระทบพื้นหินทีละหยอดอย่างสม่ำเสมอ รินทร์ค่อยๆ ใช้นิ้วชี้ดันกรอบแว่นขึ้น พร้อมกับเพ่งสมาธิไปยังจุดสิ้นสุดของโถงทางเดินที่ถูกความมืดกลืนกิน พลังพยากรณ์ถูกเร่งเครื่องจนเส้นเลือดขมับเต้นตุบๆ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในสมอง แต่เขากัดฟันอดทน ภาพอนาคตในอีกสามวินาทีข้างหน้าค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นในหัว... ภาพของร่างไร้ชีวิตที่ห้อยหัวลงมาจากเพดาน ดวงเบิกโพลงไร้แววตา และรอยยิ้มถูกกรีดกว้างจนถึงใบหู! "อาจารย์คะ... ข้างบนนั้น!" รินทร์ส่งเสียงเตือนพร้อมกับเบี่ยงตัวหลบสัญชาตญาณทันที ทว่า... ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ขยับตัวถอยหนี แสงไฟจากคบเพลิงทุกลดระดับดับวูบลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที ความมืดมิดสนิทพุ่งเข้าโอบล้อมพวกเขาราวกับสัตว์ประหลาดอ้าปากกลืนกิน *แอ๊ด...* เสียงประตูไม้บานใหญ่ที่ควรจะถูกล็อกสนิททางด้านหลังเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับสัมผัสดินปืนและไอเย็นยะเยือกที่พัดผ่านต้นคอ รินทร์สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ยืนอยู่ประชิดแผ่นหลังของเขา ลลมหายใจเย็นเฉียบเป่ารดรินอยู่ที่ต้นหู พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่จำแนกเพศไม่ออกดังขึ้นเบาๆ *“เจอตัว... แล้วล่ะค่ะ...”* ดวงตาของรินทร์เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ระบบพยากรณ์ลับส่งเสียงแจ้งเตือนเตลิดเปิดเปิงจนหน้าจอโปร่งใสเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานขั้นวิกฤต พร้อมกับข้อความใหม่ที่สั่นสะท้อนใจความสำคัญที่ทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดนิ่ง [ แจ้งเตือนภัยระดับ SSS: บอสลับแห่งหอพักเวทมนตร์ตื่น 100% ] [ เป้าหมายประชิดตัว: เงาอดีตของ 'รินทร์' จากไทม์ไลน์ที่ถูกลบ ] [ เวลาที่เหลือรอดก่อนการลบตัวตน: 00:10 วินาที ] ...โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! — ขวัญเนตรทายใจ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%