รสคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก รินทร์กลืนก้อนเลือดที่ตีรื้นขึ้นมาลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่นัยน์ตาข้างขวาซึ่งเคยเป็นสีนิลสนิท บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งหยดเลือด เส้นโลหิตฝอยรอบเบ้าตานูนปูดโปーンราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ภาพเบื้องหน้าของห้องใต้ดินหอพักเวทมนตร์สั่นไหวอย่างรุนแรง มิติอากาศบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอกคล้ายผืนน้ำยามถูกก้อนหินทุ่มลงไป
"หยุดเถอะค่ะ... รินทร์! ถ้าฝืนมองไทม์ไลน์นั้นต่อ เส้นประสาทตาของคุณจะขาดสะบั้นจริง ๆ นะคะ"
เสียงของอาคิระดังแทรกผ่านความอื้ออึงในโสตประสาท มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำเอื้อมมากุมข้อมือเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ยากจะพบเห็นจากอาจารย์สาวผู้เยือกเย็น ทว่า รินทร์กลับส่ายศีรษะช้า ๆ ความดื้อรั้นฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่ที่กำลังร้าวราน
เขากำลังเดิมพันด้วยสายตาคู่นี้—เนตรพยากรณ์ที่ระบบมอบให้เพื่อพลิกชะตากรรมของโรงเวทแห่งนี้
ร่องรอยอาถรรพ์ของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในหอพักเวทเมื่อสามปีก่อนไม่ได้จางหาย แต่มันกำลังซ้อนทับกับอนาคตที่เขากำลังมองเห็นในอีกสามวินาทีข้างหน้า หากเขาถอนสายตาตอนนี้ เพื่อนพ้องที่ยืนอยู่แนวหลังจะต้องกลายเป็นเหยื่อของเงาดำที่ซ่อนเร้นอยู่ในรอยแยกของมิติอย่างแน่นอน
"ผม... ยังไหวครับ... เอ่อ... ยังไหวค่ะ" รินทร์กัดฟันกรอดเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่รีบปรับน้ำเสียงให้มั่นคงขึ้นเมื่อเห็นสายตาตำหนิปนห่วงใยจากหญิงสาวเบื้องหน้า "อาจารย์อาคิระคะ มองไปที่เสาหินทิศหรรด... เงาอาถรรพ์นั่นกำลังจะพุ่งตัวออกมาจากจุดอับมุมนั้นแล้วนะคะ"
สิ้นคำเตือน ร่างบางของอาคิระก็เคลื่อนไหวราสายฟ้าฟาด ดาบคาตานะในฝักสีเงินถูกชักออกครึ่งเล่ม ประกายเวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งแผ่ซ่านจนเกล็ดน้ำค้างเกาะพราวบนพื้นหินอับชื้น เธอไม่ลังเลที่จะเชื่อมั่นในคำพยากรณ์ของเด็กหนุ่ม แม้ว่าเธอจะรู้ดีกว่าใครว่า "ราคา" ที่รินทร์ต้องจ่ายสำหรับการมองเห็นอนาคตในระดับมหภาคเช่นนี้คืออะไร
*โฮกกกกก—!*
เสียงคำรามแหบพร่าดั่งสัตว์ร้ายจากขุมนรกดังสะท้อนก้อง เงาสีดำสนิทพุ่งทะยานออกมาจากเสาหินตามทิศทางที่รินทร์ระบุไว้จริงๆ แรงปะทะของจิตสังหารรุนแรงจนเศษหินและฝุ่นผงปลิวว่อน อาคิระเหวี่ยงตัวเข้าขวางพร้อมตวัดดาบสร้างกำแพงน้ำแข็งหนาทึบขึ้นรับการโจมตี แรงระเบิดจากการปะทะทำให้รินทร์ที่ยืนประคองสติอยู่ทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้น
ความเจ็บปวดราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในสมองส่วนกลาง รินทร์ยกมือขึ้นกุมศีรษะ ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดจนไร้สีเลือด หยดเลือดสีแดงสดไหลรินจากหางตาข้างขวาหยดลงกระทบพื้นหินทีละหยด เสียงเตือนจากระบบที่เขาคุ้นเคยดังรัวกระหน่ำในหัวราวกับสัญญาณเตือนภัยระเบิดเวลา
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการใช้งานเนตรพยากรณ์เกินขีดจำกัดปลอดภัย 300%]
[สถานะร่างกาย: เข้าขั้นวิกฤต กล้ามเนื้อตาฉีกขาด ระบบประสาทส่วนกลางเสียหายชั่วคราว]
[คำเตือน: หากฝืนใช้เนตรพยากรณ์อีกครั้งภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ผู้ใช้เสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นถาวรและสมองพิการ]
หน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงของระบบกะพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน ข้อความเหล่านั้นพร่ามัวจนแทบอ่านไม่รู้เรื่อง รินทร์หอบหายใจถี่กระชั้น อากาศในห้องใต้ดินดูเหมือนจะเบาบางลงจนเขาต้องอ้าปากพะงาบๆ หาออกซิเจน แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ความอ่อนล้าแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน
นี่คือขีดจำกัดของพลังที่เขามีในยามนี้... ระบบมอบพลังในการมองเห็นอนาคตให้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ร่างกายมนุษย์กลับมีขีดจำกัดที่เปราะบางเกินกว่าจะรองรับมันได้
"รินทร์! ตั้งสติไว้ค่ะ!" เสียงเรียกของอาคิระดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของเวทมนตร์ฟื้นฟูที่แตะลงบริเวณขมับขวา ความเย็นนั้นช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผาลงได้บ้างเล็กน้อย ทว่าอาการวิงเวียนและคลื่นไส้ยังคงเล่นงานเขาอย่างหนัก
รินทร์เงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านน้ำตาที่ผสมเลือด เงาดำปริศนาตนนั้นถูกแรงดาบน้ำแข็งของอาคิระตรึงไว้ได้ชั่วคราว แต่มันกำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง และที่แย่ไปกว่านั้น... เมื่อเขากวาดสายตา (ด้วยตาซ้ายที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียว) ไปยังผนังฝั่งตรงข้าม รอยแยกมิติขนาดเล็กนับสิบกำลังปรากฏขึ้นทีละน้อย
พวกมันไม่ได้มาแค่ตัวเดียว... และเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่การโจมตีหอพักแห่งนี้ แต่พวกมันกำลังพยายามเปิด "ประตู" เชื่อมต่อกับแดนสนธยา!
"อาจารย์... ถอย... ถอยออกมาก่อนค่ะ..." รินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทิ้มจนแทบควบคุมไม่ได้ เขายันกายลุกขึ้นยืนด้วยเรียวขาที่สั่นพับ "พวกมันกำลัง... ล่อให้เราใช้พลังจนหมด... แล้วประตูบานนั้นก็จะ..."
อาคิระชะงักฝีเท้า เธอกวาดสายตาดุจเหยี่ยวไปยังจุดที่รินทร์พยักเพยิดบอก ใบหน้าหวานตึงเครียดขึ้นทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานความมืดที่กำลังหนาแน่นขึ้นอย่างผิดปกติ หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น ตัดสินใจสะบัดมือเรียกม่านอาคมระดับสูงมาครอบคลุมร่างของเด็กหนุ่มไว้เพื่อป้องกันอันตรายรอบด้าน
"คุณทำหน้าที่ของคุณได้ดีเกินพอแล้วค่ะ รินทร์" อาคิระเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แฝงไว้ด้วยความรู้สึกผิดที่เธอไม่สามารถปกป้องลูกศิษย์คนนี้ให้พ้นจากภาระอันหนักอึ้งได้ "จากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอาจารย์เองค่ะ"
ทว่า ก่อนที่อาคิระจะได้ก้าวเท้าเข้าประจัญหน้ากับฝูงเงาอาถรรพ์ที่กำลังทะลักออกมาจากรอยแยกมิติ ระฆังโบราณจากยอดหอคอยเวทมนตร์ก็ดังขึ้นสามครั้ง—
*ก๊อง... ก๊อง... ก๊อง...*
เสียงระฆังนั้นไม่ได้กังวานด้วยความศักดิ์สิทธิ์ แต่มันกลับส่งเสียงโหยหวนคล้ายเสียงกรีดร้องของมนุษย์ ท้องฟ้าเหนือหอพักเวทมนตร์ที่เคยเป็นยามราตรีอันเงียบสงบพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆหมอกก่อตัวหมุนวนเป็นรูปวงแหวนมหึมาเหนืออาคารเรียนหลัก
ในวินาทีนั้นเอง อุณหภูมิรอบตัวก็ดิ่งฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แม้เนตรพยากรณ์ของเขาจะเสียหายจนมองอนาคตไม่ได้ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดขั้นสูงสุดกลับกรีดร้องเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง
เงาดำเบื้องหน้าหยุดชะงัก พวกมันไม่ได้พุ่งเข้าโจมตีอีกต่อไป แต่กลับทรุดตัวลงคุกเข่าหันหน้าไปทางหอคอยเวทมนตร์ ราวกับกำลังสยบยอมต่อผู้มาเยือนที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านกดทับจนรินทร์และอาคิระแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลมพายุหมุนวนหอบเอาเศษกระดาษและตำราเวทปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความโกลาหลและกลิ่นอายความตายที่คลุ้งกระจาย แสงสีทองสว่างวาบขึ้นที่ยอดหอคอย พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวเดินลงมาตามบันไดวน
*ตึก... ตึก... ตึก...*
ทุกย่างก้าวที่ดังขึ้น ราวกับตอกย้ำความสิ้นหวังให้ดิ่งลึกลงไปในก้นบึ้งของหัวใจ อาคิระหน้าถอดสี มือที่ถือดาบสั่นเทาเล็กน้อย—ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตลอดชีวิตการเป็นผู้คุมกฎของเธอ
รินทร์ฝืนใจกวาดสายตาอันพร่ามัวมองไปยังเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวพ้นจากความมืดของบันไดหอคอย ร่างนั้นสวมชุดคลุมนักบวกลึกลับสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดกว้าง แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินทร์สะดุดกึกจนแทบหยุดเต้น คือสัญลักษณ์เวทมนตร์ที่สลักอยู่บนหลังมือข้างที่ยื่นออกมาจับราวบันได...
มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏใน "บันทึกหน้าสุดท้าย" ของคดีฆาตกรรมเมื่อสามปีก่อน—บันทึกที่ระบุว่า บุคคลผู้เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมทั้งหมด ได้เสียชีวิตและถูกฝังไว้ใต้ดินลึกของหอพักแห่งนี้ไปแล้ว!
"เป็นไปไม่ได้..." รินทร์พึมพำกับตัวเองด้วยเสียงอันสั่นเครือ เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปากอีกครั้งขณะที่ร่างทั้งร่างชาดิก "เขา... ยังไม่ตาย... และเป้าหมายของเขาในคืนนี้ คือ..."
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติคลาส EX "สถาปนิกแห่งความตาย" กำลังเข้าสู่พื้นที่]
[คำสั่งระบบ: ปฏิบัติการกวาดล้างอัตโนมัติเปิดใช้งาน... ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปแห่งเกมมรณะค่ะ ผู้เล่นรินทร์]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินทร์และอาคิระนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 26
ขีดจำกัดของพลัง
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!