กลิ่นอายจางๆ ของชาสมุนไพรกลิ่นดอกคาโมมายล์และเปปเปอร์มินต์อบอวลไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวของหอพักเวทมนตร์ยามวิกาล แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟระดับคริสตัลส่องกระทบกับกองเอกสารและแผนผังวงจรไสยเวทรอบโรงเรียนที่ถูกกางเกงไว้อย่างเป็นระเบียบ รินทร์ถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ความเหนื่อยล้าจากการคำนวณไทม์ไลน์อนาคตในเหตุการณ์ปะทะกับวิญญาณอาถรรพ์เมื่อช่วงหัวค่ำเริ่มกัดกินพลังชีวิตทีละน้อย จนปลายนิ้วทั้งสองข้างเย็นเฉียบและสั่นเทาเล็กน้อย
"เหนื่อยหน่อยนะคะ... ทุกคน"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของอาคิระดังขึ้น พร้อมกับถ้วยเซรามิกอุ่นๆ ที่ถูกเลื่อนมาวางตรงหน้าเด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบา อาจารย์สาวลึกลับในชุดคลุมยาวสีรัตติกาลไม่ได้เอ่ยคำตำหนิใดๆ ที่เขาฝืนใช้เนตรพยากรณ์เกินขีดจำกัด ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นทรง The Row กลับฉายแววความห่วงใยที่ยากจะปิดมิด เธอย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเก้าอี้ของเขา เพื่อให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกัน
รินทร์กะพริบตาปริบๆ ความอบอุ่นจากถ้วยชาช่วยขับไล่ความเหน็บหนาวในกระแสเลือดได้บ้างเล็กน้อย "ผม... แค่คิดว่าถ้าปล่อยให้รอยแยกพลังงานตรงนั้นขยายใหญ่ขึ้นอีกนิดเดียว นักเรียนปีหนึ่งคนอื่นๆ อาจจะได้รับอันตรายค่ะ... เอ๊ย หมายถึง ได้รับอันตรายครับ... อะ—" รินทร์ชะงักกึก เผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยเดิมออกมาจนหน้าถอดสี รีบเม้มปากแน่นด้วยความประหม่า
อาคิระหลุดหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างนึกเอ็นดู รอยยิ้มบางๆ ที่นานๆ ครั้งจะปรากฏบนใบหน้าเยือกเย็นทำให้บรรยากาศรอบตัวราวกับละลายลง "ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ค่ะ รินทร์ คุณเผลอหลุดพูดภาษาแปลกๆ แบบนี้เวลาประหม่าทุกทีสินะคะ... เด็กดื้อเอ๊ย"
ปลายนิ้วเรียวยาวของอาจารย์สาวเอื้อมออกไปแตะที่ข้อมือของรินทร์เบาๆ เพื่อถ่ายทอดกระแสเวทมนตร์ธาตุพฤกษาบริสุทธิ์เข้าไปช่วยปรับสมดุลออร่าที่ปั่นป่วนจากการใช้พลังเนตรพยากรณ์มากเกินไป ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากข้อมือลามไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว หัวใจที่เต้นรัวและหอบเหนื่อยค่อยๆ สงบลงตามจังหวะการหายใจที่ลึกขึ้น รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย ความใกล้ชิดนี้ทำให้เขาได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าจากตัวของอาคิระ ซึ่งช่วยให้จิตใจที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด
"อาจารย์อาคิระ... ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นเสียหน่อยครับ... ค่ะ!" รินทร์แก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของหญิงสาวโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มหยอกเย้า
"ค่ะ ทราบแล้วค่ะว่าเก่งมาก" อาคิระขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ดวงตายังคงจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยความลึกซึ้ง "แต่ความรับผิดชอบที่แบกไว้บนบ่ามันหนักเกินกว่าเด็กอายุเท่าคุณควรจะแบกรับนะคะ รินทร์... การมองเห็นอนาคตไม่ได้หมายความว่าคุณต้องวิ่งเข้าไปรับเคราะห์แทนทุกคนในโลกใบนี้ คุณมีสิทธิ์ที่จะเหนื่อย มีสิทธิ์ที่จะพึ่งพาคนอื่นบ้าง"
คำพูดนั้นสะท้อนลึกเข้าไปในจิตใจของรินทร์ ระบบพยากรณ์ลับในหัวของเขาถูกตั้งโปรแกรมให้คำนวณความเสี่ยงและหาทางรอดอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง จนเขาเกือบลืมไปแล้วว่าความรู้สึกของการ "พักผ่อน" หรือการมีใครสักคนคอยยืนเคียงข้างโดยไม่ต้องแบกโลกไว้ทั้งใบมันเป็นอย่างไร ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่เพิ่งสัมผัสยังคงหลงเหลือความรู้สึกจางๆ ไว้ที่ผิวหนัง
"ขอบคุณนะคะ... อาคิระ" รินทร์เปลี่ยนมาใช้สรรพนามและน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังหญิงสาว "ถ้าไม่ได้คุณคอยดึงสติผมไว้ในตอนที่ไทม์ไลน์มันเริ่มบิดเบี้ยว... ผมคงหลงทางอยู่ในนิมิตพวกนั้นไปนานแล้ว"
อาคิระนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาไหววูบคล้ายมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลัง แต่เธอก็เลือกที่จะคลี่ยิ้มบางๆ ออกมาแทนคำตอบ ก่อนจะหันไปหยิบแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ใต้กองตำราเวทโบราณขึ้นมาวางบนโต๊ะ
"ในเมื่อพักผ่อนกันพอหอมปากหอมคอแล้ว... เรามาคุยเรื่องงานจริงๆ กันต่อเถอะค่ะ" อาคิระเปลี่ยนโหมดกลับมาเป็นผู้คุมกฎแห่งหอพักเวททันที "บันทึกพยากรณ์ล่าสุดของคุณเมื่อช่วงเย็นระบุถึง 'จุดตัดแห่งกาลเวลา' ที่จะเกิดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า ณ ห้องใต้ดินต้องห้ามของหอสมุดกลาง... รินทร์ คุณเห็นอะไรมากกว่านั้นไหมคะในนิมิตล่าสุด?"
รินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสมาธิกลับมา พลังงานในร่างกายที่เพิ่งได้รับการฟื้นฟูทำให้เขาสามารถเรียกดูภาพจำลองในระบบพยากรณ์ได้อีกครั้ง ดวงตาของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นประกายแสงสีทองจางๆ ออร่ารอบตัวเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น ภาพเหตุการณ์ในอนาคตอันใกล้เริ่มฉายชัดขึ้นในหัว
"ผมเห็น... เปลวเพลิงสีครามและเงาร่างของใครบางคนกำลังเปิดผนึกประตูมิติโบราณ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ใบหน้าเริ่มซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อแรงกดดันจากอนาคตเริ่มสะท้อนกลับมา "และที่สำคัญที่สุด... คนๆ นั้นสวมแหวนตราประจำตระกูลเดียวกับผู้อำนวยการโรงเรียนเวทของเราค่ะ!"
อาคิระเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความเยือกเย็นบนใบหน้าสลายหายไปในพริบตาเมื่อได้ยินคำว่า "ผู้อำนวยการ" ก่อนที่บรรยากาศรอบห้องจะถูกความเงียบงันอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมทันที
ทันใดนั้นเอง หน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าใสของระบบพยากรณ์ที่ควรจะปิดการทำงานไปแล้ว กลับเด้งสว่างวาบขึ้นมากลางอากาศด้วยแสงสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวจนแก้วหูแทบแตก—
[แจ้งเตือนด่วนระดับ SSS!]
[ตรวจพบการบุกรุกเขตแดนหวงห้ามระดับสูงสุด: พลังงานวิญญาณปริมาณมหาศาลกำลังพุ่งตรงมายังห้องทำงานนี้!]
[คำเตือน: เป้าหมายคือกุญแจกาลเวลาในครอบครองของโฮสต์ จงเตรียมรับมือ—]
ยังไม่ทันที่รินทร์จะได้เปล่งเสียงเตือนใดๆ ออกมา ประตูไม้สักหนาหนักของห้องทำงานก็ถูกกระแทกเปิดออกด้วยแรงลมมหาศาล พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็น อาคิระขยับตัวยืนบังหน้ารินทร์ไว้ทันทีด้วยสัญชาตญาณ แต่วินาทีที่เงามืดนั้นเงยหน้าขึ้นสบตา ทั้งคู่ก็ต้องแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อพบว่าบุคคลผู้บุกรุกยามวิกาล—คือตัวตนที่ควรจะสลายหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของโรงเรียนเวทเมื่อสิบปีก่อน!
รินทร์ลืมหายใจ หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อระบบแจ้งเตือนข้อความสุดท้ายปรากฏขึ้นตรงหน้า...
[เงื่อนไขลับปลดล็อก: บอสลับ "ผู้กลืนกินกาลเวลา" ได้ตื่น 100%]
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินทร์และอาคิระในทุกก้าวเสี่ยงภัยนะคะ
ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท•ตอนที่ 19
ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้น
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพยากรณ์ลับ สยบวิญญาณอาถรรพ์โรงเรียนเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!