ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า•ตอนที่ 9

สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลง

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
เสียงตอกไม้ไผ่และเสียงเลื่อยไม้ดังระรัวก้องไปทั่วบริเวณบ้านพักเก่าคร่ำคร่าท้ายหมู่บ้าน ฝุ่นละอองที่สะสมมานานนับทศวรรษฟุ้งกระจายต้องกับแสงแดดที่สาดส่องลงมาจากรอยโหว่ของหลังคา หลี่เฉินใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบทอประกายความมุ่งมั่น ขณะที่ในใจของอดีตเซียนหุ้นกำลังคำนวณต้นทุนและวัสดุอุปกรณ์ทุกชิ้นอย่างแม่นยำดุจการวางกลยุทธ์ในตลาดหุ้น "พี่เฉิน พักดื่มน้ำอุ่นก่อนเถอะครับ เหนื่อยมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ" เสียงหวานเจือความห่วงใยดังขึ้น พร้อมกับร่างเพรียวบางของเหมยลี่ที่ก้าวเข้ามาในโครงสร้างบ้านที่กำลังถูกรื้อถอน ในมือของเธอถือถ้วยกระเบื้องเคลือบเก่าๆ บรรจุน้ำชาสมุนไพรจีนส่งกลิ่นหอมกรุ่น ดวงตาคู่สวยมองสามีด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนเกียจคร้านที่วันๆ เอาแต่สร้างปัญหาให้ครอบครัวอีกต่อไปแล้ว แต่เขาคือเสาหลักที่ทำให้เหมยลี่กล้าฝันถึงอนาคตที่มั่นคง หลี่เฉินวางค้อนในมือลง เขารับถ้วยชามาจากภรรยาโดยปลายนิ้วสัมผัสโดนมือเรียวเล็กโดยบังเอิญ ทำให้เหมยลี่สะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าเนียนขาวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก "ไม่เหนื่อยหรอกครับ เพื่อเรือนหอของเรา สองมือนี้ทำได้มากกว่านี้อีก" หลี่เฉินส่งยิ้มอบอุ่นที่ทำเอาหัวใจของภรรยาสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ "อีกสามวัน บ้านหลังนี้จะเปลี่ยนโฉมใหม่ กลายเป็นบ้านที่อบอุ่นที่สุดในอำเภอ และที่สำคัญ... ไม่มีใครหน้าไหนในตระกูลหลี่เข้ามาเหยียบเพื่อสูบเลือดสูบเนื้อเราได้อีก" คำพูดของเขาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเหมยลี่กว้างขึ้น ภาพจำของความอยุติธรรมที่อาหลี่กุ้ยเคยกระทำกับพวกเขาผุดขึ้นมาในหัว แต่ในเวลานี้ ความหวาดกลัวเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหิม นางไม่ใช่สะใภ้ผู้ถูกโขกสับอีกต่อไปแล้ว ด้วยความช่วยเหลือจากมิติลับในห้วงความคิด และความฉลาดหลักแหลมของสามี ทำให้พวกเขาสามารถสะสมทุนรอนจากการค้าขายในตลาดมืดได้อย่างรวดเร็ว "ฉันจัดการตากเนื้อสามชั้นและหมักเครื่องเทศรอบใหม่ไว้ในมิติลับเรียบร้อยแล้วครับ พรุ่งนี้เช้าตรู่ เราน่าจะเอาไปส่งให้พ่อค้าคนกลางที่ตลาดมืดได้มากกว่าเดิมถึงเท่าตัว" เหมยลี่กระซิบเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น หลี่เฉินพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ ภรรยาของเขาปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตของนักเก็งกำไรยุค 80 ได้อย่างยอดเยี่ยม ความเด็ดขาดและความขยันขันแข็งนี้เองที่จะนำพาพวกเขาก้าวไปสู่ความมั่งคั่งระดับพันล้านในอนาคต ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโวยวายที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาจากปากทางเข้าบ้าน "ไอ้หลี่เฉิน! ไอ้หลานอกตัญญู! แกซ่อนหัวอยู่ที่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนแผดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดมาพร้อมกับร่างท้วมของหลี่กุ้ย อาตัวร้ายผู้โลภโมโทสัน ก้าวเข้ามาในเขตบ้านด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ด้านหลังมีภรรยาของเขาและชาวบ้านอีกสองสามคนเดินตามมาดูเหตุการณ์ราวกับมารุมล้อมดูละครสัตว์ หลี่เฉินหรี่ตาลง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก นี่สินะ... เหยื่อที่เดินเข้ามาหาคมมีดด้วยตัวเอง "อ้าว อาใหญ่ ลมอะไรหอบท่านมาถึงเรือนหอที่กำลังซ่อมแซมของผมล่ะครับ หรือว่ากลิ่นเงินจากกระเป๋าผมมันโชยไปเตะจมูกท่านเข้าอีกแล้ว" หลี่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าแฝงความเย้ยหยันอย่างเต็มเปี่ยม หลี่กุ้ยหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าหลี่เฉินด้วยความโกรธ "แกกล้ามากนะไอ้หลี่เฉิน! กล้าดียังไงถึงไปตัดหน้าฉันซื้อไม้สักล็อตนั้นที่โกดังเก่า แถมยังปล่อยข่าวลือเรื่องหนี้สินของฉันในตลาดอีก แกคิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นรึ รีบเอาเงินกำไรจากการค้าขายช่วงนี้มาให้ฉันชดใช้ค่าเสียหายซะดีๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าแกทำตัวเป็นพ่อค้าเถื่อน!" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เหมยลี่ขยับเข้ามาใกล้สามีโดยสัญชาตญาณ มือเรียวเล็กกำชายเสื้อของหลี่เฉินแน่นด้วยความกังวล แม้เธอจะสู้คน แต่ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดของญาติผู้ใหญ่ในชนบทแบบนี้ก็ยังมีความหวาดกลัวอยู่บ้าง ทว่า หลี่เฉินกลับไม่มีอาการสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นตบเบาๆ บนหลังมือของภรรยาเพื่อส่งสัญญาณให้เธอนิ่งและวางใจ จากนั้นจึงก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอาตัวร้ายทีละก้าวอย่างมั่นคง รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของอดีตเซียนหุ้นทำให้หลี่กุ้ยถึงกับผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "อาใหญ่ครับ..." หลี่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ "ท่านบอกว่าผมเป็นพ่อค้าเถื่อนงั้นรึ? แล้วที่ผ่านมาตลอดสิบปีที่ท่านสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวผม เอาที่ดินนาของพ่อผมไปจำนองโดยไม่ยินยอม ท่านเรียกว่าอะไร... ความกตัญญูงั้นรึ?" "แก... แกพูดจาเหลวไหลอะไร!" หลี่กุ้ยละล่ำละลักปฏิเสธ ใบหน้าเริ่มซีดเผือดเมื่อเห็นสายตาที่หลี่เฉินใช้มองตน ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง "ผมไม่ได้เหลวไหลหรอกครับ..." หลี่เฉินยิ้มมุมปาก ก่อนจะควักกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เป็นเอกสารสัญญาเงินกู้และโฉนดที่ดินตัวจริงที่เขาแอบไปไถ่ถอนและจัดการเรียบร้อยแล้วผ่านช่องทางลับในตลาดมืดเมื่อวานนี้ "และที่สำคัญ... ตอนนี้บ้านหลังนี้ และที่ดินแปลงนั้น ไม่ได้เป็นของตระกูลหลี่อีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็นกรรมสิทธิ์ของ 'หลี่เฉิน' ผู้นี้แต่เพียงผู้เดียว!" สิ้นคำพูดนั้น หลี่เฉินก็หันไปส่งสัญญาณให้เหมยลี่เปิดฝาหม้อดินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเตาไฟชั่วคราวข้างบ้าน ซึ่งเธอกำลังเคี่ยวซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมป่าที่ได้มาจากมิติลับเพื่อบำรุงกำลัง ทันทีที่ฝาหม้อถูกเปิดออก กลิ่นหอมอวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อหมูตุ๋นยาจีนเข้มข้น ผสมผสานกับความหวานละมุนของโสมป่าและเครื่องเทศชั้นดี ก็พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กระจายตัวฟุ้งขจรขจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านอย่างรวดเร็วดุจคลื่นกระแทก จนผู้คนที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ต่างสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความหิวโหยและตะลึงงัน หลี่กุ้ยและชาวบ้านที่กำลังจะอ้าปากต่อว่า ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นหอมนี้มันเย้ายวนเกินกว่าจะต้านทานไหว! หลี่เฉินก้าวถอยหลังไปยืนเคียงข้างภรรรยาสุดที่รัก พร้อมกับตักซุปส่งกลิ่นหอมกรุ่นใส่ชามยื่นให้เหมยลี่คำแรกต่อหน้าต่อตาผู้คน ก่อนจะหันมามองหน้าอาตัวร้ายด้วยรอยtaintของชัยชนะ "ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญเชิญกลับไปเถอะครับ อาหารมื้อนี้ของภรรยาผม... คงไม่มีส่วนแบ่งสำหรับคนทรยศครอบครัวอย่างพวกท่านหรอกนะ" ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมอันเย้ายวนของซุปยาจีนนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของชายแปลกหน้าที่ไม่มีใครคาดคิดว่าะปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้... "ขอโทษนะครับ... ที่นี่ใช่บ้านของสหายหลี่เฉิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาวัตถุดิบหายากใช่หรือไม่?" (โปรดติดตามตอนต่อไป... เซียนหุ้นย้อนเวลาขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%