"ขอโทษนะครับ... ที่นี่ใช่บ้านของสหายหลี่เฉิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาวัตถุดิบหายากใช่หรือไม่?"
เสียงทุ้มกังวานและทรงอำนาจดังขึ้นที่หน้าประตูบ้านตระกูลหลี่ ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับสิบที่มารวมตัวกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลี่กุ้ยผู้ซึ่งกำลังยืนแอ่นอกวางท่าเป็นเจ้าบ้านและพยายามคุยโวโอ้อวดถึงบารมีของตนเองถึงกับชะงักกึก รอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าของชายวัยกลางคนแข็งค้างทันทีราวกับถูกสาปให้เป็นหิน
ผู้มาใหม่ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาในชุดมอซอ แต่เป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อแจ็กเก็ตสไตล์กึ่งราชการเนื้อดี ใบหน้าคมเข้มบ่งบอกถึงอำนาจและการผ่านโลกมาโชกโชน ด้านหลังของเขามีลูกน้องสวมแว่นตากรอบทองถือกระเป๋าเอกสารหนังแท้ท่าทางขึงขัง
หลี่กุ้ยกะพริบตาปริบๆ สมองที่ปรกติทำงานช้าอยู่แล้วตอนนี้แทบจะน็อตหลุด เขาเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มแล้วก้าวเข้าไปขวางหน้าผู้มาใหม่ทันทีด้วยท่าทางนอบน้อมจนน่าขัน
"เอ่อ... สหายท่านนี้ คงจะจำคนผิดกระมังครับ บ้านหลังนี้... เอ่อ คือบ้านของผมเอง หลี่กุ้ยผู้ใหญ่บ้าน... เอ้ย ผู้อาวุโสที่ผู้คนให้ความเคารพในย่านนี้ ส่วนหลี่เฉินน่ะเหรอครับ? มันก็แค่ไอ้หลานอกตัญญูที่เกาะพ่อแม่กินไปวันๆ ไม่มีทางเป็นผู้เชี่ยวชาญอะไรนั่นหรอกครับท่าน! หากท่านต้องการหาวัตถุดิบหายากอะไร เชิญคุยกับผมได้เลยครับ ผมจัดหาให้ได้ทุกอย่าง!"
หลี่กุ้ยรีบเคลมผลงานทันทีโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ความโลภเข้าครอบงำจนลืมคิดไปว่า คนระดับนี้จะมาหาคนธรรมดาได้อย่างไรหากไม่มีนัดหมายสำคัญ
ชายสู้ชีวิตผู้มาใหม่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองหลี่กุ้ยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตารังเกียจที่ปิดไม่มิด รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน "อ๋อ... หลี่กุ้ยอย่างนั้นหรือครับ? แต่ข้อมูลที่ผมได้รับมา และจดหมายนัดหมายอย่างเป็นทางการระบุไว้ชัดเจนว่า บ้านหลังนี้คือสำนักงานชั่วคราวของคุณหลี่เฉิน... ไม่ใช่บ้านของสําเนาต้มตุ๋นแถวนี้"
คำว่า "สำเนาต้มตุ๋นแถวนี้" กระแทกเข้ากลางหน้าหลี่กุ้ยอย่างจัง เสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบๆ ดังขึ้นทันที หลายคนเริ่มปิดปากหัวس หัวเราะเบาๆ ด้วยความสะใจ เพราะต่างก็รู้ดีว่าหลี่กุ้ยชอบฉวยโอกาสและหน้าหนาขนาดไหน
ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้เนื้อแข็งก็เปิดออกช้าๆ
หลี่เฉินก้าวออกมาด้วยท่าทีสงبนิ่ง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดสะอ้าน รีดเรียบไม่มีรอยยับ ใบหน้าคมคายฉายแววสุขุมลุ่มลึก ดวงตาดำขลับคู่นั้นกวาดมองผู้คนก่อนจะมาหยุดที่ชายวัยกลางคนผู้มาใหม่ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเป็นกันเอง
"ยินดีต้อนรับครับท่านผู้อำนวยการเฉิน ไม่นึกว่าท่านจะมาถึงเร็วกว่ากำหนดถึงครึ่งชั่วโมงเชียวครับ" หลี่เฉินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
ผู้อำนวยการเฉินรีบสาวเท้าเข้ามาจับมือกับหลี่เฉินด้วยความเคารพอย่างเห็นได้ชัด ท่าทีนี้ทำให้หลี่กุ้ยที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างๆ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปครึ่งท่อน ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ผู้อำนวยการเฉินคนนี้คือใคร? เขาคือผู้อำนวยการบริษัทนำเข้าส่งออกรายใหญ่ประจำมณฑล ผู้มีอำนาจอนุมัติโควตาสินค้ามูลค่ามหาศาล! บุคคลระดับนี้เหตุใดจึงให้เกียรติไอ้เด็กเหลือขออย่างหลี่เฉินถึงเพียงนี้?
"คุณหลี่ เกรงใจไปแล้วครับ ผมต่างหากที่ต้องรีบมา เพราะสินค้าล็อตล่าสุดที่คุณจัดหาให้ทางเรา... มันยอดเยี่ยมจนทางเมืองหลวงเอ่ยปากชมไม่ขาดปากเลยทีเดียว!" ผู้อำนวยการเฉินหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปปรายตามองหลี่กุ้ยที่กำลังหน้าซีดเป็นไก่ต้ม "เอ่อ... สหายท่านนี้ คือผู้ช่วยของคุณหลี่หรือครับ? ดูท่าทางกระตือรือร้นเสียเหลือเกินตอนที่ผมเพิ่งมาถึง"
หลี่เฉินเหลือบมองอาตัวแสบที่ตอนนี้เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ใบหน้าเผือดสีไร้ซึ่งความมั่นใจเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง เขายิ้มเย็นในใจก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนถึงกระดูก
"ไม่ใช่หรอกครับท่านผู้อำนวยการ... นี่คือคุณอาของผมเองครับ ท่านเป็นคนรักความยุติธรรมและชอบช่วยเหลือผู้อื่น... โดยเฉพาะการ 'ช่วย' ตรวจสอบทรัพย์สินของคนในครอบครัวน่ะครับ"
คำพูดกำกวมแต่แฝงด้วยความหมายลึกซึ้งทำเอาหลี่กุ้ยสะดุ้งเฮือก รีบโบกมือปฏิพัทธ์พัลวัน "มะ... ไม่ใช่แบบนั้นนะครับท่านผู้อำนวยการ! ผม... ผมแค่ทักทายตามประสาญาติผู้ใหญ่..."
"ญาติผู้ใหญ่ที่พยายามจะยึดบ้านและขับไล่พวกเราออกไปเมื่อสัปดาห์ก่อนน่ะหรือครับ?"
เสียงใสแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง เหมยลี่ภรรยาคู่ชีวิตของหลี่เฉินก้าวออกมาจากตัวบ้าน ในมือของเธอยกถาดไม้ที่วางกาน้ำชาเซรามิกเนื้อดีและจอกชาลวดลายประณีต กลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรชั้นดีลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ดึงดูดความสนใจของทุกคนในรัศมีสิบเมตร เหมยลี่ในวันนี้สวมชุดผ้าฝ้ายสีครามสะอาดตา ใบหน้าสะสวยประดับด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ดวงตาคู่งามฉายแววเฉลียวฉลาดและเด็ดเดี่ยว ไม่หลงเหลือเค้าลางของหญิงสาวผู้เคยถูกกดขี่ข่มเหงในอดีตแม้แต่น้อย
เหมยลี่วางถาดแช่ลงบนโต๊ะไม้รับแขกหน้าบ้านอย่างสง่างาม นางรินชาอุ่นๆ ส่งให้ผู้อำนวยการเฉินด้วยกิริยามารยาทที่ฝึกฝนมาอย่างดี
"เชิญดื่มชาก่อนครับท่านผู้อำนวยการ ชานี้สามีของฉันเป็นคนคัดสรรใบชาป่ามาคั่วเองกับมือ รสชาติกลมกล่อมและช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เหมาะสำหรับการเจรจาธุรกิจสำคัญยิ่งนัก" เหมยลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงไพเราะน่าฟัง
ผู้อำนวยการเฉินรับจอกชาขึ้นมาสูดกลิ่นหอมก่อนจะจิบเบาๆ ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นทันที "โอ้! ชานี้หอมละมุนยิ่งนัก รสชาติยอดเยี่ยมกว่าชาในภัตตาคารหลวงเสียอีก! คุณหลี่... คุณช่างเป็นชายผู้มีภรรยาที่เพียบพร้อมและมีความสามารถจริงๆ ครับ"
คำชมนี้ไม่ใช่แค่คำเยินยอตามมารยาท แต่มาจากความประทับใจที่แท้จริง หลี่กุ้ยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน ความอับGอายและความโกรธแค้นตีรวนขึ้นมาจนหน้าดำหน้าแดง แต่เขากล้าทำอะไรที่ไหนเล่า? เบื้องหน้าคือผู้อำนวยการผู้ทรงอิทธิพล ส่วนเบื้องหลังคือหลี่เฉินที่ตอนนี้สายตาดั่งพญายมกำลังจ้องมองมาที่เขา
"เอาล่ะครับท่านผู้อำนวยการ ในเมื่อเรามากันพร้อมหน้าแล้ว เราเข้าไปคุยรายละเอียดสัญญาการจัดหาวัตถุดิบและโควตาสินค้าล็อตใหม่ในห้องทำงานกันดีกว่าครับ ที่นี่... ดูเหมือนจะมีอากาศร้อนอบอ้าวเกินกว่าจะคุยเรื่องธุรกิจพันหยวนเสียแล้ว" หลี่เฉินเอ่ยยิ้มๆ พร้อมผายมือเชิญ
ผู้อำนวยการเฉินพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย "นั่นสินะครับ เชิญครับคุณหลี่"
ขณะที่หลี่เฉินกำลังจะก้าวเดินตามแขกคนสำคัญเข้าบ้าน เขาก็หยุดฝีเท้าลงชั่วขณะ หันกลับมามองหลี่กุ้ยที่ยังคงยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยแววตานิ่งสนิท
"อ้อ...คุณอาครับ เย็นนี้ถ้าว่าง... เชิญมารับประทานอาหารร่วมกันที่บ้านผมนะครับ พอดีภรรยาของผมกำลังเคี่ยวซุปไก่ตุ๋นโสมป่าหม้อใหญ่ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนเกรงว่าเพื่อนบ้านจะพากันน้ำลายสอเสียก่อน... หวังว่าคุณอาคงไม่ปฏิเสธกะโหลกกะลาความหวังดีของหลานชายคนนี้นะครับ"
พูดจบ หลี่เฉินก็หันหลังเดินเข้าบ้านไป ปล่อยให้หลี่กุ้ยยืนกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องครัวหลังบ้านของหลี่เฉิน เหมยลี่ที่เดินตามเข้ามาสมทบหลังจากเสิร์ฟชาเรียบร้อยแล้ว กำลังเปิดฝาหม้อดินเผาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเตาถ่าน
ไอน้ำพวยพุ่งขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมหวนอันเป็นเอกลักษณ์ของซุปไก่ตุ๋นยาจีนและโสมป่าล้ำค่าที่ผสานกลิ่นอายมิติลับเข้าด้วยกัน น้ำซุปสีทองใสกำลังเดือดปุดๆ เนื้อไก่เปื่อยนุ่มละลายในปากลอยเด่นอยู่เหนือเห็ดหอมป่าและเก๋ากี้เม็ดโต
ทว่า... ในวินาทีที่เหมยลี่กำลังจะตักซุปใส่ชามเพื่อเตรียมจัดเลี้ยงแขกคนสำคัญ ประตูหลังบ้านซึ่งควรจะปิดสนิท กลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับร่างเงาดำปริศนาที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางข้ามเวลาสร้างอาณาจักรไปด้วยกันนะครับ!
ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า•ตอนที่ 10
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!