"เปิดประตูเรอะ! ตำรวจภูธรมาตรวจค้นหมู่บ้านตามคำสั่งประกาศิตพิเศษ ใครซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมายเตรียมตัวรับโทษหนัก!"
เสียงทุบประตูไม้สนเก่าๆ ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นดินหน้าบ้านจนฝุ่นตลบอบอวล แรงกระแทกนั้นหนักหน่วงราiกับจะพังบานประตูให้พังครืนลงมาในคราเดียว
หลี่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาของอดีตเซียนหุ้นผู้ผ่านสมรภูมิการเงินมาอย่างโชกโชนไม่มีความตื่นตระหนกเจือปนแม้แต่น้อย เขาววางตะหลิวเหล็กในมือลงบนโต๊ะไม้ไผ่ด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะหันไปสบตากับเหมยลี่ ภรรยาคู่ยากที่กำลังยืนกำชายเสื้อด้วยความกังวลระคนมั่นใจ
"พี่เฉิน... ข้างนอกนั่น..." เหมยลี่เอ่ยเสียงเบา นางไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแอเหมือนชาติภพก่อนที่ยอมให้ใครมารังแกอีกแล้ว แต่การเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐในยุคปี 78 ที่กฎหมายเข้มงวดและเต็มไปด้วยช่องโหว่ทางการเมือง ย่อมสร้างความกดดันให้คนธรรมดาไม่น้อย
"อย่าได้กลัวเลย ยิ่งพวกมันมาเร็วเท่าไหร่ แผนการของเราก็ยิ่งเดินหน้าเร็วขึ้นเท่านั้น" หลี่เฉินส่งยิ้มอบอุ่น มือหนายื่นไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของภรรยาไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นคง "ไปเถอะครับ ออกไปต้อนรับท่านผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กันหน่อย"
เอี๊ยด... เสียงประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของสารวัตรกัว ผู้มีใบหน้าถมึงทึงและมักจะรับสินบนจากหลี่กุ้ยผู้เป็นอาตัวแสบอยู่เสมอ ด้านหลังของเขาคือลูกน้องติดอาวุธครบมือสองนาย สายตาของสารวัตรกัวกวาดมองเข้ามาในบ้านด้วยความหิวกระหาย คล้ายสุนัขล่าเนื้อที่ได้กลิ่นเลือด
"หลี่เฉิน! มีคนแจ้งเบาะแสว่าบ้านแกซุกซ่อนเนื้อสัตว์เถื่อนและสินค้าหนีภาษี ผิดกฎหมายควบคุมราคาช่วงนี้! หลบไป ข้าจะค้นทุกซอกทุกมุม!" สารวัตรกัวผลักไหล่หลี่เฉินหมายจะเดินดุ่มๆ เข้าไปในบ้าน
แต่หลี่เฉินกลับยืนปักหลักนิ่งรากแก้ว ราวกับภูเขาไท่ซานที่ไม่มีวันสั่นคลอน แรงผลักนั้นไม่ทำให้ร่างสูงขยับแม้แต่นصفนิ้ว กลับกัน สารวัตรกัวต่างหากที่เซถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจ
"เชิญครับ สารวัตรกัว" หลี่เฉินแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ "บ้านคนยากจนข้นแค้นอย่างพวกเรา มีแต่ฝุ่นกับหยากไย่ จะไปมีสินค้าผิดกฎหมายอะไรได้ ถ้าสารวัตรอยากรื้อค้นให้เสียเวลาชาวบ้าน ก็เชิญตามสบาย... แต่หากค้นไม่พบ รบกวนสารวัตรช่วยเซ็นชื่อรับรองความเสียหายให้ผมเป็นหลักฐานด้วยนะครับ"
สารวัตรกัวชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาฉายแววฉุนเฉียว "ปากดีนักนะไอ้หลี่เฉิน! ค้น!"
ลูกน้องสองนายกรูเข้าไปรื้อค้นข้าวของในครัวและห้องนอนทันที เสียงหม้อไหข้าวของกระทบกันดังโคร้งคราม เหมยลี่กำมือแน่นด้วยความโกรธแค้น แต่นางท่องไว้ในใจตามที่สามีสอน—*ความอดทนคืออาวุธของผู้ชนะ*
ผ่านไปสิบนาทีเต็ม ทั้งสองคนเดินกลับออกมาด้วยสีหน้าว่างเปล่าและงุนงง ในบ้านหลังนี้ไม่มีแม้แต่เงาของเนื้อสัตว์เถื่อน หรือสิ่งผิดกฎหมาย มีเพียงกลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศเท่านั้น
"สารวัตร... ไม่เจออะไรเลยครับ นอกจากแป้งสาลีเก่าๆ กับผักกาดดอง..." ลูกน้องคนหนึ่งกระซิบรายงาน
สารวัตรกัวหน้าเสีย กัดฟันกรอด เขารู้สึกเสียหน้าอย่างแรงที่อุตส่าห์รับคำสั่งและรับสินบนก้อนโตมาจากหลี่กุ้ย แต่กลับคว้าเหลวไม่เป็นท่า สายตาดุดันหันมาจ้องหลี่เฉินเขม็ง "แกซ่อนมันไว้ที่ไหน!"
"ถ้าสารวัตรไม่มีหมายค้นฉบับจริงที่มีลายเซ็นจากอำเภอ หรือยังกล่าวหาผมลอยๆ เช่นนี้ ผมคงต้องเชิญพวกท่านออกไปจากบ้านของผมแล้วล่ะครับ" หลี่เฉินเสียงเข้มขึ้น แววตาคมกริบดุจใบมีดโกนกวาดมองเจ้าหน้าที่ทั้งสาม จนสารวัตรกัวต้องหลบตาด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด—ไอiเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่มคนนี้ ช่างน่ากลัวเกินกว่าชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปจะมี
เมื่อจนด้วยหลักฐาน สารวัตรกัวจึงได้แต่ฮึดฮัดสะบัดตูดเดินกลับออกไป พร้อมกับทิ้งคำขู่ อาฆาตไว้ "ฝากไว้ก่อนเถอะแก!"
เสียงประตูปิดลง ความเงียบสงบกลับคืนสู่บ้านไม้หลังเล็กอีกครั้ง เหมยลี่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก นางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ก่อนจะเงยหน้ามองสามีด้วยความทึ่ง "พี่เฉิน... พวกมันไปแล้วจริงๆ ด้วย แล้วเนื้อหมูสามชั้นกับไก่ตุ๋นยาจีนที่เราเตรียมไว้..."
"ยังอยู่ในที่ปลอดภัยของพวกเราครับ" หลี่เฉินยิ้มกริ่ม พลางเดินไปที่หลังบ้าน เหมยลี่รีบเดินตามไปติดๆ
ณ พื้นที่มิติลับในห้วงจิตสำนึกที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอก ผ่านการคิดค้นและพัฒนาระบบโดยอัจฉริยะแห่งยุค หมูสามชั้นชั้นดีที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันและไก่บ้านเนื้อแน่น ถูกเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสมอย่างไร้ที่ติ ความสดใหม่ราวกับเพิ่งเชือดเมื่อวินาทีที่แล้ว ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศที่หลี่เฉินแอบเคี่ยวไว้ตั้งแต่มืดค่ำ
"วันนี้แหละ ลี่อิง... เราจะไป 'ตลาดเช้ามืด' กัน" หลี่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยน์ตากลับเป็นประกายของนักล่าโอกาส
ตลาดเช้ามืดริมสถานีรถไฟในยุค 78 เป็นจุดศูนย์รวมของพ่อค้าแม่ค้าเร่และแรงงานรับจ้าง ผู้คนพลุกพล่านและเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บในยามเช้าตรู่ กลิ่นอายของความยากจนและกลิ่นเหงื่อไคลคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แผงลอยส่วนใหญ่ขายเพียงแป้งนึ่งแข็งๆ หรือโจ๊กเจือจางน้ำจนแทบมองไม่เห็นเม็ดข้าว
แต่ในวันนี้... บรรยากาศเดิมๆ กำลังจะถูกทำลายลงอย่างราบคาบ
หลี่เฉินและเหมยลี่เข็นรถเข็นไม้คันเก่ามาหยุดอยู่ที่มุมอับใกล้ทางเข้าตลาด ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ผู้คนต้องเดินผ่านเพื่อเข้าไปข้างใน บนรถเข็นมีเตาถ่านขนาดเล็กที่ถูกจุดจนไฟแดงฉาน วางหม้อดินเผาใบเขื่องที่ส่งเสียงเดือดปุดๆ
"ฟู่... หอมอะไรวะเนี่ย?" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งเป็นกรรมกรแบกหาม หยุดเดินกะทันหัน เขาสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาเบิกกว้างเมื่อลมพัดโชยเอากลิ่นหอมเย้ายวนของพะло้อสูตรลับผสมกับเครื่องเทศสมุนไพรจีนเตะเข้าจมูกอย่างจัง
มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา... มันคือกลิ่นของความสุข ความอิ่มหนำสำราญ และรสชาติที่คนยากไร้อย่างพวกเขาไม่ได้สัมผัสมานานนับปี!
เหมยลี่เปิดฝาหม้อดินเผาช้าๆ ไอความร้อนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับหมูสามชั้นตุ๋นสีแดงฉ่ำน้ำราด ที่เคี่ยวจนหนังนุ่มละมุนละไม ไขมันแทรกซึมเข้ากับเนื้อแดงจนฉ่ำวาว ราดบนข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากข้าวสารชั้นดีในมิติลับ เม็ดข้าวเรียงตัวสวยงามส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนน้ำลายสอ
"ขายอะไรน่ะแม่น้อง? ขายยังไง?" หญิงสาวชาวสวนที่เดินผ่านมาอดใจไม่ไหว เดินตรงดิ่งเข้ามาที่แผงทันที
หลี่เฉินแย้มยิ้มต้อนรับด้วยไมตรีจิตอันอบอุ่น "ข้าวหน้าหมูสามชั้นตุ๋นสูตรโบราณครับ ชามละ 2 เหมา (0.2 หยวน) เท่านั้น พิเศษใส่ไข่พะโล้เพิ่มอีก 5 เฟินครับ!"
ราคาดังกล่าวถือว่าสูงกว่าโจ๊กทั่วไปเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับหน้าตาและกลิ่นที่ยั่วยวนชวนน้ำลายสอแล้ว มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!
"เอาชามนึง! เอาแบบพิเศษใส่ไข่ด้วย!" กรรมกรแบกหามคนแรกพุ่งเข้ามาจองคิวทันที กลัวว่าสินค้าหมดก่อน
เหมยลี่ลงมือตักข้าวและราดน้ำพะโล้สีเข้มข้นลงไปอย่างคล่องแคล่ว เนื้อหมูสามชั้นชิ้นโตถูกโปะลงบนข้าวร้อนๆ ตามด้วยไข่พะโล้สีน้ำตาลเข้มที่ตุ๋นจนเข้าเนื้อ ทันทีที่ชามแรกถูกยื่นส่งให้ลูกค้า กลิ่นหอมยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนคนรอบข้างต้องหันมามองเป็นตาเดียว
คำแรกที่กรรมกรหนุ่มตักเข้าปาก... ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นทันที รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมละมุนลิ้น ละลายในปากโดยไม่ต้องเคี้ยว ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งคืนพลันมลายหาย aว, ไปชั่วพริบตา น้ำตาซึมออกมาด้วยความอร่อยที่ไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน
"อร่อย! อร่อยชิบหายเลยเว้ย! นี่มันอาหารฮ่องเต้ชัดๆ!" เขาอุทานเสียงดังลั่นตลาด
เพียงพริบตาเดียว แผงลอยเล็กๆ ของหลี่เฉินก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยฝูงชนนับสิบคน เสียงแย่งกันสั่งดังเซ็งแซ่
"เฮ้ย ทางนี้เอาสองชาม!"
"ฉันเอาสามชาม กลับบ้านด้วย!"
"อย่าเพิ่งแซงคิวสิฟะ ข้ามาก่อนนะ!"
เงินเหรียญและธนบัตรยับยี่ยัดใส่มือของหลี่เฉินและเหมยลี่จนแทบไม่มีเวลาเก็บ เหมยลี่หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและปีติยินดี เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมแต่นางกลับยิ้มกว้างได้อย่างสดใสที่สุดในรอบหลายปี
ในขณะที่ยอดขายกำลังพุ่งทะยานจนข้าวในหม้อพร่องลงอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเอง... ฝูงชนที่กำลังรุมล้อมก็พลันเงียบเสียงลงโดยมิได้นัดหมาย บรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบลงถนัดตา
เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาแหวกฝูงชนด้วยท่าทางกร่างและคุ้นเคยเป็นอย่างดี
หลี่กุ้ย... อาตัวแสบผู้ถือไม้เท้าหัวงู เดินเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาสอดส่องมองความสำเร็จของหลี่เฉินด้วยความอิจฉาริษยาจนเส้นเลือดปูดโปน เขาเอื้อมมือจะปัดหม้อข้าวบนรถเข็นให้คว่ำลงพร้อมกับตะโกนลั่น
"พวกแกกล้าดียังไงมาตั้งแผงค้าขายเถื่อนแย่งลูกค้าตลาดแถวนี้! ไสหัวไปซะ!"
หลี่เฉินหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปทันที...
ติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้
---
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความมั่งคั่งไปกับหลี่เฉินและเหมยลี่นะครับ
ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า•ตอนที่ 4
เมนูเด็ดแจ้งเกิด
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!