"ถ้าสะใภ้รองอย่างเธอยังกล้าเอาข้าวขาวมากินให้เต็มคราบในบ้านหลังนี้อีกล่ะก็ อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือน! รู้จักเจียมกะลาหัวเสียบ้าง ว่าสามีเธอมันก็แค่ไอ้ทหารกระจอกที่วันๆ เอาแต่แบกหาม!"
เสียงแหลมสูงบาดหูของ 'หวังซื่อ' สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลี่ดังแผดก้องทะลุกำแพงดินอัดแน่นจนสั่นสะเทือน หล่อนจงใจกระแทกชามกระเบื้องบิ่นๆ ลงบนโต๊ะไม้จนน้ำซุปกระเด็นเลอะเทอะ สองมือเท้าสะเอว เชิดคางขึ้นสูงด้วยความสะใจที่ได้กดขี่ข่มเหง
ในห้องครัวคับแคบ ควันจากเตาฟืนยังคงลอยอ้อยอิง เหมยลี่สะดุ้งเฮือกเล็กน้อย มือเรียวที่กำลังถือตะหลิวไม้ผัดผักป่าสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง ดวงตาคู่สวยฉายแวววอดวายไหวระริก ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นความอึดอัดคับแคบที่สะสมมานานแรมปี ภายใต้เสื้อผ้าเก่าๆ ที่ปะชุนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เหมยลี่กัดริมฝีปากจนห่อเลือด หล่อนไม่ใช่คนยอมคน แต่ในยุคสมัยที่ผู้หญิงต้องพึ่งพาตระกูลสามี การต่อปากต่อคำกับสะใภ้ใหญ่ผู้กุมอำนาจในบ้านย่อมหมายถึงหายนะ
ทว่า... ก่อนที่เหมยลี่จะได้ทันตอบโต้ ประตูห้องครัวก็ถูกกระชากเปิดผางด้วยแรงมหาศาล!
ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็คเกตสีเขียวทหารเก่าๆ ก้าวเข้ามาด้วยฝาดเท้าหนักหน่วง ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากตัวหลี่เฉินจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคยประดับบนใบหน้าหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความเยือกเย็นของเซียนหุ้นผู้ผ่านสมรภูมิการเงินมาอย่างโชกโชน
หลี่เฉินก้าวเข้ามาขวางหน้าภรรยาตัวน้อยไว้ทันที มือหนาคว้าข้อมือของเหมยลี่ที่กำลังสั่นเทาขึ้นมาสำรวจเบาๆ ก่อนจะปัดเศษขี้เถาออกจากไหล่ของนางอย่างทะนุถนอม สายตานี้... อบอุ่นและลึกซึ้งจนเหมยลี่ถึงกับกลั้นหายใจ
"เมื่อครู่นี้... พี่สะใภ้ใหญ่พูดว่าอะไรรدุจกันนะครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น รอยยิ้มมุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย
หวังซื่อชะงักไปวูบหนึ่ง นางไม่เคยเห็นแววตาที่น่ากลัวขนาดนี้จากไอ้รองผู้เงียบขรึมและยอมคนมาตลอดชีวิตมาก่อน แต่ด้วยความที่เป็นคนปากจัดและถือดีว่าตนคุมครัว หวังซื่อจึงเชิดหน้าขึ้นแล้วสวนกลับทันควัน
"ฉันพูดความจริง! หลี่เฉิน! เมียแกมันผลาญเสบียงบ้านเรา ข้าวขาวพวกนี้สมควรเก็บไว้ให้ลูกชายฉันสอบจอหงส์ ไม่ใช่เอามาให้ผู้หญิงไร้ค่ากินจนอ้วนพี! แกดูสิ หน้าตานวลเนียนขึ้นผิดหูผิดตา ไม่รู้แอบไปเอาเสบียงมาจากไหน หรือว่า..." หวังซื่อหรี่ตามองอย่างน่ารังเกียจ "แอบไปลักขโมยของในสหกรณ์หมู่บ้านมา!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศตึงเครียดเสียจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ
หลี่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยการดูแคลนและเย้ยหยัน "ลักขโมย? พี่สะใภ้ใหญ่ใช้สมองส่วนไหนคิดครับ ถึงได้คิดว่าภรรยาของผมต้องไปลักขโมยข้าวของคนอื่น ในเมื่อข้าวสารและเนื้อหมูชั้นดีบนโต๊ะนี้... เป็นสิ่งที่ผมหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง!"
"เหลวไหล! แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อ! เงินเดือนทหารกระจอกของแก แค่ค่าหยูกยาตอนแกบาดเจ็บกลับมาก็หมดแล้ว!" หหวังซื่อแผดเสียงเถียงสุดเสียง หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความริษยา เมื่อเหลือบไปเห็นถาดเนื้อหมูติดมันสามชั้นที่ซ่อนอยู่หลังเตา
หลี่เฉินไม่โต้เถียงด้วยคำพูด เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวหวังซื่อทีละก้าว แรงกดดันระดับอดีตซีอีโอและเซียนหุ้นพันล้านทำให้สะใภ้ใหญ่ผู้ดีแต่ปากถอยหลังกรูดจนสะดุดขาตัวเองเกือบล้ม
"เงินเดือนทหารอาจจะไม่มาก..." หลี่เฉินโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "แต่ 'สมอง' ของผมมันมีค่ามากกว่าทรัพย์สินทั้งบ้านของตระกูลหลี่รวมกันเสียอีก! พี่สะใภ้ใหญ่จำใส่สมองเอาไว้ให้ดีนะครับ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องภรรยาของผม หรือแม้แต่พูดจาดูถูกนางแม้แต่คำเดียว... อย่าหาว่าผมไม่เตือนว่า หนี้สินที่สามีของท่านไปกู้ยืมมาเล่นการพนันเมื่อเดือนก่อน อาจจะไปปรากฏอยู่บนโต๊ะอาหารของหัวหน้าคอมมูนเร็วกว่ากำหนดเดิมนะคร้าบ!"
ใบของหวังซื่อเผือดสีลงทันทีจนขาวซีดราวกับกระดาษ ความลับเรื่องสามีติดการพนันจนเอาโฉนดที่ดินไปจำนองนอกระบบ เป็นเรื่องที่นางพยายามปิดบังมาตลอด หล่อนอ้าปากพะงาบๆ ราวกับปลาขาดน้ำ ความเย่อหยิ่งทลายลงในพริบตา
เหมยลี่ที่ยืนมองอยู่ด้านหลัง เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสามีของนางจะมีความเฉียบขาดและล่วงรู้ความลับของคนตระกูลใหญ่ได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความรู้สึกปลอดภัยอย่างล้นพ้น... นี่น่ะหรือ คืออ้อมอกของสามีที่นางฝากชีวิตไว้
หลี่เฉินหันกลับมาหาภรรยา สีหน้าที่ถมึงทึงเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในเสี้ยววินาที เขายกมือขึ้นลูบผมของเหมยลี่เบาๆ สายตาทอประกายระยิบระยับ
"ลี่ลี่... อย่าไปสนใจคนใจแคบพวกนี้เลยครับ ไปเถอะครับ เราไปกินข้าวของเราดีกว่า วันนี้พี่ตั้งใจทำเมนูพิเศษให้เธอโดยเฉพาะ"
พูดจบ หลี่เฉินก็จูงมือภรรยาเดินเลี่ยงออกมาจากห้องครัว ทิ้งให้หวังซื่อทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นด้วยความหวาดกลัวและแค้นเคือง
ภายในห้องพักส่วนตัวที่คับแคบแต่สะอาดสะอ้าน กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารลอยฟุ้งกระจายไปทั่ว หลี่เฉินจัดการยกหม้อดินเผาใบเล็กที่ซ่อนไว้ในมิติลับออกมาเปิดฝา... ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของ 'หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฮ่องเต้' ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก เคียงคู่กับข้าวสวยร้อนๆ เม็ดอวบอ้วนที่หุงจากข้าวไรซ์berryชั้นดีในมิติพิเศษ
เหมยลี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก อาหารหน้าตาร่ำรวยเช่นนี้ แม้แต่ในความฝันนางก็ไม่เคยกล้าคิดว่าจะได้กิน หลี่เฉินตักเนื้อหมูชิ้นโตสีแดงฉ่ำราดลงบนชามข้าวของภรรยาด้วยความใส่ใจ
"กินเยอะๆ นะครับ ช่วงนี้เธอลำบากมามากแล้ว ต่อไปนี้... ผมจะเอาคืนพวกมันทีละคน ทบต้นทบดอกให้สาสมเลยทีเดียว"
ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารมื้อพิเศษที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งทะลุหน้าต่างออกไปจนรบกวนจมูกของชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ทันใดนั้นเอง... เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายของ 'หลี่กุ้ย' อาตัวแสบผู้โลภโมโทสัน ที่พานักเลงประจำหมู่บ้านบุกมาถึงหน้าบ้านพักด้วยท่าทีคุกคาม!
"ไอ้หลี่เฉิน! แกกล้าดียังไงมาขู่เมียฉัน! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!"
หลี่เฉินชะงักมือที่กำลังคีบเนื้อหมูให้ภรรยา รอยยิ้มเยnชาปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง ดวงตาคู่คมทอประกายวาวโรจน์
"มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะเนี่ย..." หลี่เฉินพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันไปตบหลังมือของเหมยลี่ที่กำลังแสดงความกังวลอย่างแผ่วเบา "นั่งกินต่อให้รอดท้องก่อนเถอะครับ... เดี๋ยวผมออกไปต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญพวกนี้สักหน่อย"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางข้ามเวลาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้ด้วยนะครับ!
ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า•ตอนที่ 5
ภรรยาที่ถูกรังแก
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!