เสียงกระแทกกระทั้นที่หน้าประตูไม้เก่าๆ ดังสนั่นจนฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากร่องคานบ้าน หลี่กุ้ยผู้เป็นอาแท้ๆ ของหลี่เฉิน ไม่รอให้เจ้าบ้านอนุญาตด้วยซ้ำ เขากระทืบเท้าเข้ามาพร้อมกับสีหน้าถมึงทึง ดวงตาเรียวเล็กกวาดมองไปทั่วห้องโถงคับแคบด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังประเมินราคาซากสัตว์ใกล้ตาย
"ไอ้หลานอกตัญญู! แขกเหรื่อมาเยือนถึงบ้านเรือน ยังต้องให้ยืนรอนานขนาดนี้เชียวหรือวะ!"
หลี่กุ้ยแผדเสียงคำรามลั่น ประหนึ่งจงใจให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่แอบชะเง้อมองอยู่หลังรั้วได้ยินกันทั่วหน้า ข้างกายของเขามีชายร่างท้วมสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีหม่นยืนยันอำนาจ นั่นคือเฒ่าเฉิน พ่อค้าคนกลางผู้ผูกขาดตลาดค้าส่งในอำเภอ ผู้มีชื่อเสียงในทางรีดนาทาเร้นเป็นเลิศ
หลี่เฉินไม่ได้ขยับตัวลุกขึ้นยืนทันที เขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ มือข้างหนึ่งถือตะเกียบไม้คีบชิ้นเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสีเข้มเข้าปากเคี้ยวอย่างช้าๆ รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมที่ละลายบนปลายลิ้นทำให้เขาหลับตาลงเล็กน้อยเพื่อซึมซับความสุขยามเช้า ตรงข้ามกัน เหมยลี่ภรรยาคู่ยากกำลังยืนบังหน้าหม้อดินเผาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มธัญพืช เธอไม่ได้มีสีหน้าตื่นตระหนกเหมือนในอดีตอีกต่อไป ดวงตากลมโตฉายแววเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวอย่างเห็นได้ชัด
"อ้าว อาหลี่กุ้ย ลมอะไรหอบท่านมาแต่เช้าตรู่เชียวครับ?" หลี่เฉินวางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงกระแสกดดันบางอย่างที่ทำให้หลี่กุ้ยถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
"แก... แกยังมีหน้ามาถามอีกเรอะ!" หลี่กุ้ยชี้หน้าหลี่เฉินด้วยความโมโหที่เห็นอีกฝ่ายไม่สะทกสะทราน "หนี้สินที่แกติดคอยืมไว้เมื่อเดือนก่อน ถึงกำหนดคืนแล้วนะเว้ย! ถ้ารวมดอกเบี้ยด้วย วันนี้แกต้องจ่ายฉันเจ็ดสิบหยวน! ถ้าไม่มีเงินสด ก็เอาที่ดินแปลงเล็กหลังบ้านกับเกวียนเก่าๆ นั่นมาขัดดอกซะดีๆ!"
รอยยิ้มมุมปากของหลี่เฉินปรากฏขึ้นช้าๆ มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้อาผู้โลภโมโทสันรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไร้สาเหตุ
ในความทรงจำชาติก่อน หนี้สินเจ็ดสิบหยวนนี้ถูกก섬ัดมือชกด้วยดอกเบี้ยมหาโหดจนทำให้ครอบครัวของเขาต้องสูญเสียที่ดินทำกินชิ้นสุดท้ายไป กลายเป็นคนเร่ร่อนและจบลงด้วยโศกนาฏกรรม แต่นี่คือปี 1978 ยุคสมัยที่ประตูเปิดกว้างขึ้น และเหนือสิ่งอื่นใด... เขามี "มิติลับ" และ "ความรู้ระดับเซียนหุ้น" ที่คนยุคนี้ไม่มีทางตามทัน
"เจ็ดสิบหยวน..." หลี่เฉินทวนคำอย่างอารมณ์ดี เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนและได้รับสารอาหารจากมิติลับในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาทำให้เขาดูสง่าผ่าเผยและทรงพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนหลี่กุ้ยต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "อาครับ เงินจำนวนนี้ สำหรับคนอื่นอาจจะมากโข แต่สำหรับผมในตอนนี้..."
หลี่เฉินควักธนบัตรใบละสิบหยวนใหมเอี่ยมปานพิมพ์ออกจากกระเป๋าเสื้อนับออกมาเจ็ดใบอย่างไม่สะเทือนใจ โยนลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *ปึก*
"นี่ครับ เงินต้นเจ็ดสิบหยวนครบถ้วน ส่วนดอกเบี้ย... ตามกฎหมายสหกรณ์หมู่บ้าน คิดสูงสุดไม่เกินร้อยละสี่ต่อปี สำหรับหนึ่งเดือน มันคือสองหยวนกับสี่สิบเฟิน" หลี่เฉินเลื่อนเหรียญเงินย่อยไปตรงหน้าหลี่เฉินด้วยปลายนิ้ว "รับไปสิครับ หนี้ระหว่างเราถือว่า 'สะสาง' กันเรียบร้อยแล้ว ห้ามมาเหยียบเรือนผมด้วยข้ออ้างเรื่องหนี้สินนี้อีกเป็นอันขาด"
หลี่กุ้ยอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกมา เขาไม่คาดคิดเลยว่าไอ้หลานชายขี้แพ้คนนี้จะมีเงินสดก้อนโตอยู่ในมือ แถมยังตอกกลับด้วยข้อกฎหมายที่เขาเองก็เถียงไม่ออก เฒ่าเฉินที่ยืนดูอยู่ข้างๆ หรี่ตาลงทันที ประเมินความเปลี่ยนแปลงของหลี่เฉินด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
"เก่งนี่ไอ้หนู..." เฒ่าเฉินก้าวเข้ามาแทนที่หลี่กุ้ย น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยการกดขี่ "แต่มีเงินสดแค่นี้ไม่ได้หมายความว่าแกจะรอดตัวไปได้นะหลี่เฉิน ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้แกแอบไปเก็บเกี่ยวสมุนไพรป่าและพืชผลแปลกๆ มาได้ไม่น้อย เกวียนของแกเมื่อวานซืนก็เพิ่งบรรทุกของลับตาคนออกไป... ค้าขายโดยไม่ผ่านสหกรณ์ ระวังโทษฐาน 'นายทุนน้อย' จะเล่นงานเอานะเว้ย!"
สายตาของเฒ่าเฉินจดจ้องไปที่หม้อข้าวต้มและเข่งไม้ไผ่ที่มุมห้อง ซึ่งภายในบรรจุผักกาดขาวปลูกพิเศษจากมิติลับของเหมยลี่ ที่แม้จะเก็บไว้ข้ามคืนแต่ใบยังคงเขียวขจี กรอบแน่น และแผ่กลิ่นหอมหวานจางๆ ออกมาอย่างยั่วยวน
หลี่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองพ่อค้าหน้าเลือดผู้นี้ "ท่านเฒ่าเฉินไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นหรอกครับ สินค้าของผมถูกกฎหมายทุกชิ้น... และที่สำคัญ วันนี้ผมไม่ได้จะขายส่งให้สหกรณ์กดราคาเล่นๆ หรอกนะ แต่ผมกำลังจะนำ 'ก้าวแรก' ของการค้าไปเปิดตลาดในตัวเมืองต่างหากล่ะ"
เหมยลี่เดินเข้ามาเคียงข้างสามี มือเรียวบางยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่บรรจุซุปไก่ตุ๋นโสมป่าชิ้นเล็กๆ ส่งให้หลี่เฉิน ไอความร้อนระอุพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมหวานล้ำลึกที่ทะลักทะลายจนอบอวลไปทั่วทั้งห้อง แค่เพียงสูดดมครั้งเดียวก็ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าราวกับได้รับพลังชีวิตใหม่
หลี่เฉินรับถ้วยซุปจากภรรยา สบตากับเธอด้วยความหมายลึกซึ้ง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับสองตัวปัญหาที่เริ่มกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอยากรู้อยอยากเห็น
"ถ้าพวกท่านยังไม่รีบไสมือออกไปจากบ้านผมตอนนี้ เกรงว่า... 'สินค้าล็อตแรก' ที่ผมจะเอาไปเปิดตลาดในเมือง อาจจะขายหมดเกลี้ยงต่อหน้าต่อตาพวกท่านโดยที่ไม่ได้แม้แต่จะดมกลิ่นมันเลยนะครับ"
หลี่กุ้ยกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ แต่จำต้องคว้าเงินบนโต๊ะยัดใส่กระเป๋าแล้วสะบัดก้นเดินหนีไปพร้อมกับเฒ่าเฉินที่ยังคงเหลียวหลังกลับมามองเข่งไม้ไผ่ด้วยสายตาโลภโมโทสัน
เมื่อแขกไม่ได้รับเชิญพ้นประตูไป หลี่เฉินก็วางถ้วยซุปیลง หันมาหาภรรยาที่กำลังยิ้มบางๆ อย่างโล่งอก
"ลี่ลี่ ได้เวลาแล้วครับ... เตรียมตัวเอา 'ของดี' ไปถล่มตลาดมืดในเมืองกันเถอะ"
หลี่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มมุมปากของเซียนหุ้นผู้ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู ขณะที่ภายนอกรั้วบ้าน เสียงเกวียนม้าแล่นผ่านหน้าบ้านไปพร้อมกับกลิ่นออมของอาหารพื้นบ้านลอยฟุ้งไปทั่วตรอกซอกซอย เป็นสัญญาณเตือนว่าเกมธุรกิจพันล้านได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว... แต่ทว่า ในวินาทีที่หลี่เฉินกำลังจะก้าวเท้าออกจากประตูบ้านนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอีกครั้ง สามครั้งซ้อนอย่างหนักแน่น
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ไม่ใช่เสียงของชาวบ้านทั่วไป และไม่ใช่เสียงของหลี่กุ้ย... แต่เป็นเสียงรองเท้าคอมแบทของเจ้าหน้าที่รัฐจากส่วนกลางที่ถือหมายค้นและใบอนุญาตค้าปลีกฉบับพิเศษ ซึ่งตามกำหนดการแล้ว... มันควรจะมาถึงในอีกสามวันข้างหน้าไม่ใช่หรือ?
--------------------------------------------------
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" นะครับ*
ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า•ตอนที่ 6
ก้าวแรกของการค้า
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!