"แปะ! แปะ! เสียงฟาดปึกธนบัตรลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว จนกาน้ำชาเคลือบกระเบื้องสั่นระริก
หลี่กุ้ยถลึงตาโตจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าอวบอ้วนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจนแทบคลั่ง เงินสดปึกโตตรงหน้าไม่ได้ทำให้เขารู้สึกยินดีแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับเป็นเครื่องตอกย้ำว่าเขาเพิ่งพลาดท่าเสียทีให้กับไอ้หลานชายหัวดองยาที่เขาเคยเหยียบย่ามไว้ใต้ฝ่าเท้า!
"ไอ้หลี่เฉิน! แกกล้าดียังไงถึงมาตัดราคาข้า! ผักกาดขาวล็อตนี้ในตลาดอำเภอควรจะเป็นของสมาคมพ่อค้าที่ข้าดูแลอยู่!" หลี่กุ้ยตวาดลั่น กัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก
หลี่เฉินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หวายอย่างใจเย็น มือเรียวยาวรินชาเขียวร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน สายตาคมปลาบราวกับเซียนหุ้นผู้กำลังมองกราฟหุ้นตกต่ำของบริษัทคู่แข่ง เขาวางจอกชาลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับเยียบเย็นเสียจนหลี่กุ้ยต้องสะดุ้งเฮือก
"อาสามครับ... คำว่า 'ตัดราคา' ดูจะรุนแรงไปหน่อยนะครับ ผมแค่ขายสินค้าในราคาที่ยุติธรรมและสะท้อนถึงคุณภาพที่แท้จริงก็เท่านั้นเอง ผักกาดขาวออร์แกนิก ใบเขียวกรอบ ไร้รอยแมลง น้ำหนักเต็มกิโล... ในเมื่อสินค้าของผมดีกว่า ย่อมดึงดูดลูกค้ามากกว่า เป็นสัจธรรมของการค้าขายไม่ใช่หรือครับ?"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทิ่มแทงใจดำ ทำให้หลี่กุ้ยถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเช้ามืด หลี่เฉินไม่ได้รอให้สุนัขบ้ากลุ่มของหลี่กุ้ยวิ่งเข้ามาติดกับดักในหมู่บ้านอย่างเดียว เขายังใช้ระบบมิติลับเร่งผลผลิตผักกาดขาวและพืชผักสวนครัวเกรดพรีเมียมที่รดด้วยน้ำทิพย์สวรรค์ จนได้ผลผลิตงอกงามสมบูรณ์เกินธรรมชาติถึงสิบเท่าตัว สินค้าล็อตแรกถูกลำเลียงเข้าสู่ตลาดค้าส่งรายใหญ่ในเมืองโดยตรง ข้ามหัวพ่อค้าคนกลางหน้าเลือดอย่างหลี่กุ้ยไปแบบหมัดน็อค!
ในห้องครัวด้านหลังบ้าน เหมยลี่กำลังงละมุนละไมอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบมื้อเที่ยงเพื่อเป็นรางวัลให้สามีและตัวเอง หญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายสะอาดสะอ้านกำลังผัด 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' ในหม้อดินเผา กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวกับซีอิ๊วชั้นดีและเครื่องเทศโชยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้าน เรียกน้ำลายของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้ต้องเหลียวมองด้วยความอิจฉา
เหมยลี่ใช้ตะหลิวไม้คนหมูสามชั้นที่ตุ๋นจนหนังนุ่มละมุนลิ้น สีสันแดงฉานน่ารับประทาน ข้างๆ กันมีต้มซุปกระดูกหมูหัวไชเท้าร้อนๆ ส่งควันกรุ่น เคี่ยวจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวข้นหวานกลมกล่อม ฝีมือการทำอาหารของเธอในตอนนี้พัฒนาขึ้นมาก ด้วยวัตถุดิบชั้นยอดที่หลี่เฉินแอบหยิบออกมาจากมิติลับ ทำให้ทุกเมนูที่เธอทำมีรสชาติอร่อยล้ำเลิศราวกับภัตตาคารใหญ่
"พี่หลี่เฉินคะ... เอ่อ พี่หลี่เฉินครับ" เหมยลี่เกือบเผลอหลุดปากพูดแบบเดิม รีบเปลี่ยนคำสรรพนามทันทีเมื่อนึกถึงคำเตือนของสามีที่บอกให้เธอเรียกเขาอย่างสนิทสนมในยามอยู่กันตามลำพัง แต่นี่คือยามหน้าสิ่วหน้าขัด เธอจึงต้องระวังตัว
หลี่เฉินที่เดินกลับเข้ามาในห้องครัวพอดี ได้ยินเสียงเรียกนั้นก็อมยิ้มบางๆ เขาเดินเข้าไปสวมกอดเอวบางของภรรยาจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่สูดดมกลิ่นหอมสะอาดจากตัวเธอ
"เหนื่อยไหมครับคนดี กลิ่นหอมนี่ลอยไปไกลถึงหน้าบ้านแน่ะ ท้องผมร้องประท้วงใหญ่แล้วนะเนี่ย" หลี่เฉินกระซิบเสียงนุ่มข้างใบหู ทำเอาเหมยลี่หน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
"ทะลึ่งจริงๆ เลยค่ะ... เอ๊ย พี่หลี่เฉิน! เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้าจะ
อายเขานะคะ กำลังทำอาหารอยู่แท้ๆ" เหมยลี่ตีมือหนาเบาๆ ทว่าไม่ได้ผลักไส รอยยิ้มมีความสุขฉายชัดบนใบสวยที่เคยซีดเซียวผอมแห้ง บัดนี้มีน้ำมีนวลและเปล่งประกายความงามออกมาอย่างเต็มที่
ชีวิตในยุค 78 ของพวกเขาไม่ได้ยากลำบากเหมือนเก่าอีกต่อไปแล้ว ด้วยเงินทุนก้อนโตจากการขายผักกาดขาวล็อตแรกผ่านระบบค้าส่ง หลี่เฉินกำลังวางแผนขั้นต่อไปที่จะเขย่าวงการเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ให้สะเทือนเลื่อนลั่น
ทว่า... ความสุขมักอยู่ไม่นาน เมื่อเสียงทุบประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของป้าสะใภ้ใหญ่ที่แหกปากโอดครวญเสียงดังลั่นซอย
"ไอ้หลี่เฉิน! นังเหมยลี่! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้! พวกแกอกตัญญู ร่ำรวยแล้วทิ้งญาติพี่น้อง ปล่อยให้หลี่กุ้ยต้องเดือดร้อนได้อย่างไร ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!"
หลี่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาคมกริบดุจใบมีดโกน เขาผละออกจากภรรยาอย่างใจเย็น เดินไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดมือช้าๆ
"มาได้เวลาพอดี... ข้ากำลังรอให้สุนัขบ้าฝูงนี้วิ่งเข้ามาติดกับดักชุดใหญ่ด้วยตัวเองพอดีเลยล่ะครับ"
หลี่เฉินหันไปส่งยิ้มให้เหมยลี่ที่ถือตะหลิวเตรียมพร้อมสู้ศึก "ที่รักครับ ล็อคประตูหลังไว้ก่อนนะ มื้อเที่ยงนี้เราอาจจะต้องรอชิมหมูตุ๋นกันนานขึ้นอีกนิด เพราะผมมี 'รายการพิเศษ' ต้องต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเสียก่อน"
ชายหนุ่มก้าวเดินผ่านลานบ้านด้วยฝีมือมั่นคง ประตูรั้วไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างของป้าสะใภ้ใหญ่ที่ยืนเท้าสะเอวหน้าบูดเบี้ยวเตรียมด่ากราด แต่ทว่า... ด้านหลังของนาง กลับมีชายร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงก้าวออกมาจากเงาไม้ พร้อมกับเอกสารหมายศาลในมือที่ประทับตราแดงฉานอย่างเป็นทางการ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเซียนหุ้นย้อนเวลาคนนี้นะครับ
ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า•ตอนที่ 19
ก้าวสู่การค้าส่ง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!