"ถ้าพวกแกคิดว่าการพาคนมาล้อมบ้าน แล้วจะทำให้หลี่เฉินคนนี้คุกเข่าอ้อนวอนได้ล่ะก็... คงต้องบอกว่าพวกแกฝันกลางวันตื่นสายเกินไปหน่อยแล้วล่ะครับท่านอา"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นผ่ากลางความเงียบงันของลานบ้าน หลี่เฉินก้าวเท้าออกมาจากประตูด้านในด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็นราวกับพญาเสือโคร่งที่กำลังมองฝูงสุนัขจิ้งจอกตื่นตูม ดวงตาคมกริบทอดมองฝูงชนของกองกำลังผลิตคอมมูนที่ถือปืนยาวเก่าๆ ยืนหน้าสั่นด้วยความตื่นกลัว ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านที่มารุมล้อมดูเหตุการณ์
ร่างของเหมยลี่ภรรยาคู่ชีวิตก้าวตามออกมาติดๆ แม้ใบหน้าจะยังหลงเหลือร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักในอดีต แต่แววตาดำขลับคู่นั้นกลับเปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ที่ติ มือเรียวเล็กกำด้ามไม้กวาดแน่นพร้อมซัดหน้าใครก็ตามที่บังอาจเข้ามาล้ำเส้นในบ้านของพวกเขา
หลี่กุ้ย อาผู้โลภโมโทสัน ยืนยิ้มเยาะอยู่ข้างนายทหารยศนาย 1 นายที่สวมชุดเครื่องแบบรีดเรียบกริบ เขากวาดสายตามองบ้านไม้เก่าๆ ทรุดโทรมหลังนี้ด้วยความโลภที่ฉายชัดผ่านรอยยิ้มบิดเบี้ยว
"ไอ้หลี่เฉิน! แกอย่ามาปากดีนะ! วันนี้หัวหน้ากองกำลังและสหายผู้กองจากในเมืองมาที่นี่เพื่อตรวจสอบความผิดของแก! ข้อหาลักลอบค้าของเถื่อนและซุกซ่อนทรัพย์สินต้องห้าม! รีบเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่ค้นบ้านโดยดีซะ ไม่อย่างนั้นแกกับเมียได้ไปนอนซังเตหัวโตแน่!" หลี่กุ้ยแผดเสียงตะโกนลั่นด้วยความสะใจ หวังจะให้ชาวบ้านรอบข้างรุมประณาม
ทว่า หลี่เฉินกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ "หึ... ค้าของเถื่อนอย่างนั้นหรือครับท่านอา? หรือว่าท่านแค่อยากได้ที่ดินแปลงนี้กับสูตรลับน้ำพริกเผาของตระกูลเรา จนถึงกับยอมเป็นสุนัขรับใช้ให้คนอื่นมาพังบ้านตัวเองกันแน่?"
คำพูดแทงใจดำทำเอาหลี่กุ้ยหน้าซีดเผือด สบถด่าด้วยความโกรธจัด "ไอ้หลี่เฉินปากดี! สหายผู้กองครับ! ท่านเห็นแล้วใช่ไหมว่ามันไม่มีความเคารพต่อเจ้าหน้าที่รัฐเลยแม้แต่น้อย รีบจัดการมันเลยครับ!"
นายทหารยศผู้กองที่ยืนนิ่งมานาน ก้าวเท้าออกมาก้าวหนึ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองหลี่เฉินและเหมยลี่ด้วยแววตาพิจารณา ลึกๆ แล้วเขากำลังประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ในฐานะนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน เขาย่อมดูออกว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ท่าทางเช่นนี้มีเพียงสองอย่างคือ 'บ้าบิ่นไร้สมอง' กับ 'มั่นใจว่าถือไพ่เหนือกว่า'
และสัญชาตญาณบอกเขาว่า... หลี่เฉินคืออย่างหลัง
"หยุดก่อนหลี่กุ้ย" ผู้กองหนุ่มยกมือขึ้นห้ามปรามลูกน้องและอาตัวแสบ น้ำเสียงกังวานทรงอำนาจดังขึ้น "ผมได้รับเรื่องร้องเรียนว่าบ้านหลังนี้มีการซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย แต่การจะเข้าตรวจค้นจำเป็นต้องมีหมายหรือเหตุผลที่สมควร... สหายหลี่เฉิน คุณมีอะไรจะชี้แจงไหม?"
เหมยลี่ขยับตัวเข้ามาใกล้สามี พร้อมส่งสายตาถามไถ่ หลี่เฉินบีบมือเรียวของภรรยาเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและมั่นใจ ก่อนจะก้าวไปข้างหน้ารับหน้าผู้กองด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยชั้นเชิง
"ยินดีต้อนรับครับสหายผู้กอง เชิญตรวจค้นได้ตามสบายเลยครับ บ้านจนๆ หลังนี้ไม่มีอะไรมีค่าหรอกครับ นอกจาก... ความบริสุทธิ์ใจของผม" หลี่เฉินผายมือเชิญด้วยความสุภาพ แต่แววตากลับเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์ลึกซึ้งที่แม้แต่นายทหารอาชีพยังต้องขมวดคิ้วสงสัย
เมื่อได้รับอนุญาต หลี่กุ้ยและกองกำลังคอมมูนจึงกรูเข้าไปรื้อค้นข้าวของในบ้านไม้เก่าทันที เสียงหม้อไหข้าวของกระจัดกระจายดังโครมคราม แต่ผ่านไปครึ่งชั่วโมง สิ่งที่พวกเขาพบมีเพียงข้าวสารก้นถุงไม่กี่กำมือ และผักดองเก่าๆ กปุกหนึ่งเท่านั้น!
"เป็นไปได้ยังไง! โกหกชัดๆ! เมื่อวานฉันยังเห็นพวกมันซ่อนแป้งสาลีชั้นดีและเนื้อหมูชิ้นโตไว้ในบ้านหลังนี้!" หลี่กุ้ยหน้าตาตื่นตระหนก ร้องโวยวายราวกับคนเสียสติเมื่อไม่พบหลักฐานตามที่ตนกุเรื่องขึ้นมา
ผู้กองหนุ่มหันมามองหลี่กุ้ยด้วยสายตาเย็นชา "สหายหลี่กุ้ย คุณกำลังรายงานเท็จต่อเจ้าหน้าที่รัฐรู้ตัวไหม? โทษฐานนี้ทำให้หน่วยงานของเราเสียเวลาไม่น้อย"
"ผู้กองครับ! ผมไม่ได้โกหกนะ! ไอ้บ้านี่มันต้องซ่อนไว้ที่อื่นแน่ๆ! ในห้องครัว! ต้องในห้องครัวหลังบ้านแน่นอน!" หลี่กุ้ยดิ้นรนสุดชีวิต ชี้ไม้ชี้มือไปยังห้องครัวเล็กๆ ท้ายบ้าน
หลี่เฉินยิ้มเยาะในใจ... *เชิญค้นหาตามสบายเลยครับท่านอา เพราะของพวกนั้นไม่ได้อยู่ในมิติทางกายภาพภายนอกสักหน่อย*
เมื่อกองกำลังเข้าไปรื้อค้นห้องครัวจนพลิกคว่ำพลิกหงาย ก็ยังคงไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ เพิ่มเติม สีหน้าของหลี่กุ้ยซีดเผือดราวกับศพไร้ญาติ ส่วนชาวบ้านที่มามุงดูเริ่มซุบซิบนินทาถึงความเจ้าเล่ห์เพทุบายของหลี่กุ้ยที่กลั่นแกล้งญาติสนิทของตนเอง
"ในเมื่อไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย สหายหลี่กุ้ย... คุณคงต้องไปอธิบายเรื่องการแจ้งความเท็จที่สถานีคอมมูนแล้วล่ะครับ" ผู้กองหนุ่มออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด ทำให้หลี่กุ้ยเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันที
ทว่า ก่อนที่เหตุการณ์จะสงบลง สายตาของนายทหารผู้กองกลับเหลือบไปเห็นไหหมักเหล้าเก่าคร่ำครึใบหนึ่งที่ตั้งอยู่มุมอับหลังเตาไฟ กลิ่นหอมจางๆ ที่แปลกประหลาดและชวนให้รู้สึกสดชื่นอย่างน่าประหลาดลอยโชويออกมาจากไหใบนั้น มันไม่ใช่กลิ่นเหล้าฉุนกึกทั่วไป แต่เป็นกลิ่นหอมหวานละมุนของสมุนไพรล้ำค่าที่เขาไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนในชีวิต!
ผู้กองหนุ่มชะงักฝีเท้า หันขวับกลับมามองไหใบนั้นด้วยความสนใจอย่างยิ่งยวด
หลี่เฉินที่สังเกตเห็นประกายตาของนายทหาร หัวใจกระตุกวูบเล็กน้อย... *แย่ล่ะสิ กลิ่นจากมิติลับเล็ดลอดออกมาสินะครับเนี่ย*
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับกลิ่นหอมปริศนา หลี่เฉินก็ตัดสินใจก้าวเข้าไปขวางหน้าไหใบนั้นไว้ พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ซ่อนความลับระดับร้อยล้านเอาไว้เบื้องหลัง
"สหายผู้กองสนใจไหหมักสมุนไพรโบราณของตระกูลเราหรือครับ? หากไม่รังเกียจ... สนใจมาลองชิมอาหารฝีมือภรรยาผมสักมื้อไหมครับ?"
ผู้กองหนุ่มชะงัก มือกำลังจะเอื้อมไปเปิดไหใบนั้นค้างเติ่ง ดวงตาคมกริบมองหน้าหลี่เฉินสลับกับเหมยลี่ ก่อนที่กลิ่นหอมกรุ่นของ 'ซุปไก่ตุ๋นโสมป่า' อันเข้มข้นจะโชว์ย้อนพัดผ่านลมหนาว กระจายอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนทุกคนต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว...
และในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรถจípกองทัพอีกคันก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้าน พร้อมกับการก้าวลงมาของบุคคลระดับสูงที่ไม่คาดคิด... ใครบางคนที่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของหลี่เฉินไปตลอดกาล!
---
ติดตามตอนต่อไป... พรุ่งนี้เวลาเดิมนะครับ!
เซียนหุ้นย้อนเวลา
ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า•ตอนที่ 2
มิติลับในบ้านไม้เก่า
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!