กระดาษคำสั่งตราครุฑสีชาดในมือของหลี่เฉินสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงบีบ สายตาดุดันของอดีตเซียนหุ้นกวาดมองตัวอักษรราชการด้วยความรวดเร็ว สมองอันชาญฉลาดประมวลผลสถานการณ์ในเสี้ยววินาที
"ผู้กองหลี่ครับ! ในที่สุดผมก็หาตัวเจอ... คำสั่งด่วนจากเบื้องบนส่งตรงถึงคุณแล้วครับ!"
นายทหารสื่อสารหน้าตาตื่นตระหนกหอบหายใจโยนตัวลงจากจักรยานฟีนิกซ์ เสียงล้อเหล็กบดขยี้พื้นดินดังเอี๊ยดอาร์ดท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่เริ่มมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ข่าวสารในยุคปี 78 มักแพร่สะพัดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง และการที่ทหารจากส่วนกลางดึงตัวหลี่เฉินในเวลานี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน
หลี่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย เขายื่นมือไปรับเอกสารฉบับนั้นด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึกผิดกับความโกลาหลรอบตัว ในชาติก่อน คำสั่งฉบับนี้คือจุดเริ่มต้นของการถูกหักหลังและพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา แต่ทว่า... ตอนนี้มันแตกต่างออกไป
"ผมรับทราบคำสั่งแล้วครับ สหายผู้กอง ฝากบอกเบื้องบนด้วยว่า ผมจะเดินทางไปรายงานตัวตามกำหนด" หลี่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง จนทหารหนุ่มผู้นั้นเผลอแสดงความเคารพโดยสัญชาตญาณ
ทว่า ก่อนที่ความตื่นตระหนกเรื่องกองทัพจะทันได้ฝังรากลึกในใจใคร เหมยลี่ ภรรยาคู่ชีวิตผู้สู้ชีวิตเคียงบ่าเคียงไหล่ก็เดินถือตะกร้าไม่ไผ่บรรจุวัตถุดิบสดใหม่ก้าวออกมาจากห้องครัว กลิ่นหอมของเครื่องเทศและซีอิ๊วสูตรพิเศษโชยเตะจมูกทันทีที่ร่างบางก้าวเข้ามา นางไม่ได้มีแววตาหวาดกลัวหรือหวั่นไหวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวในดวงตากลมโตที่ผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน
"สามีค่ะ... เอ๊ด... สามีครับ เรื่องร้านอาหารตามสั่งในเมืองของเรา ทุกอย่างพร้อมแล้วนะครับ ลูกค้ากลุ่มแรกกำลังรออยู่" เหมยลี่เปลี่ยนสรรพนามอย่างรวดเร็วตามคำตกลง เพื่อรักษามาดของสามีในสายตาคนนอก นางส่งยิ้มให้เขาอย่างรู้ใจ
หลี่เฉินหันกลับมามองภรรยา ความอบอุ่นสายหนึ่งไหล่ทะลักเข้าสู่หัวอกที่เคยด้านชาจากการห้ำหั่นในตลาดหุ้น การย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ เป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่การสั่งสอนญาติจอมสูบเลือดสูบอย่างหลี่กุ้ยให้หมดเนื้อหมดตัว แต่คือการสร้างอาณาจักรความมั่งคั่งให้ครอบครัวนี้มีความสุขที่สุดต่างหาก
"ดีมาก ลี่ลี่... เราไปลุยกันเถอะ เมืองนี้ยังไม่เคยลิ้มรสอาหารที่แท้จริงเลย"
ทั้งสองตัดสินใจพับเรื่องกองทัพเก็บไว้ในลิ้นชักชั่วคราว แล้วมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองทันที อาคารพาณิชย์ขนาดกะทัดรัดสองชั้นที่หลี่เฉินใช้เงินก้อนแรกจากการเก็งกำไรในตลาดมืดกว้านซื้อไว้ ถูกเนรมิตให้กลายเป็นร้านอาหารตามสั่งชื่อ "หอมหมื่นลี้" ป้ายชื่อร้านไม้แกะสลักตัวอักษรจีนโบราณสีทองดูโดดเด่นสะดุดตาตัดกับผนังปูนสีขาวสะอาดตา
กลิ่นอายความคึกคักของย่านการค้าในยุค 78 บีบให้ผู้คนเดินผ่านไปมาต้องเหลียวมอง หลี่เฉินสวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม ยืนประจำการหน้าเตาถ่านที่ส่งความร้อนระอุ ขณะที่เหมยลี่ทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจและความคล่องแคล่วว่องไว นางจัดเตรียมโต๊ะไม้ขัดมันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
"สหายครับ! ร้านเปิดใหม่มีอะไรขึ้นชื่อบ้าง?" เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนสวมเสื้อแจ็คเก็ตกรมท่า ซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานก่อสร้างในย่านนั้นเดินนำลูกน้องอีกสี่คนเข้ามานั่งที่โต๊ะ พร้อมกระแทកกระเป๋าเงินลงบนโต๊ะเสียงดัง
หลี่เฉินเงยหน้าขึ้นจากกระทะเหล็ก รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นทันที นี่คือกลุ่มเป้าหมายชั้นดีที่จะสร้างกระแสปากต่อปาก
"ยินดีต้อนรับครับ เมนูแนะนำวันนี้คือ 'หมูผัดพริกเสฉวนกระทะเหล็ก' และ 'ข้าวผัดกากหมูสูตรโบราณ' รับรองว่าหอมกลิ่นคั่วกระทะจนคุณลืมไม่ลงแน่นอนครับ ถ้าไม่อร่อยอย่างที่คุย ผมยินดีไม่คิดเงิน" น้ำเสียงมั่นอกมั่นใจของหลี่เฉินเรียกเสียงฮือฮาจากกลุ่มคนงานได้ทันที
เตาถ่านลุกโชนเปลวไฟสีส้มสะท้อนใบหน้าคมคาย หลี่เฉินสะบัดข้อมืออย่างคล่องแคล่วราวกับเซียนกังฟู เสียงตะหลิวกระทบกระทะเหล็กดัง *เคร้ง! ครึ่ง!* ดังก้องกังวาน ข้าวสวยเม็ดร่วนสีทองคลุกเคล้ากับกากหมูเจียวกรุบกรอบและต้นหอมซอย ส่งกลิ่นหอมฟุ้งทะลุประตูร้านลอยไปตามสายลมโชยเข้าจมูกผู้คนที่เดินสัญจรไปมาบนถนนใหญ่
เพียงไม่กี่นาที จานแรกก็ถูกยกเสิร์ฟตรงหน้าลูกค้า
หัวหน้าคนงานก่อสร้างมองจานข้าวผัดที่มีไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับประกายตาวาวโรจน์ เขาดำเนินตะเกียบตักข้าวเข้าปากคำโต ทันทีที่สัมผัสแรกแตะลงบนลิ้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ความเค็มกลมกล่อมของซีอิ๊วชั้นดี ความกรุบกรอบของกากหมูที่ละลายในปาก และกลิ่นหอมของกระเทียมเจียวคั่วใหม่ๆ มันระเบิดรสชาติออกมาอย่างไม่เคยสัมผัสมาก่อนในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้!
"อร่อย! อร่อยชะมัด! นี่มันรสชาติอะไรกันเนี่ย!" หัวหน้าคนงานอุทานออกมาเสียงดังลั่นจนโต๊ะข้างๆ ต้องหันมามองด้วยความอิจฉา
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง โต๊ะทุกตัวในร้าน "หอมหมื่นลี้" ก็ถูกจับจองจนเต็มแน่น เสียงซดน้ำซุปและเสียงเคี้ยวอาหารอย่างเอร็ดอร่อยดังประสานกันเป็นเสียงดนตรีแห่งความมั่งคั่ง เหมยลี่เดินเสิร์ฟอาหารด้วยความกระฉับกระเฉง รอยยิ้มบนใบหน้าของนางงดงามยิ่งกว่าดอกไม้แรกแย้ม ทำให้บรรยากาศในร้านอบอวลไปด้วยความสุขและความมีชีวิตชีวา
ทว่า ในขณะที่ยอดเงินในลิ้นชักเก็บเงินพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนน่าตกใจ หลี่เฉินที่กำลังก้มหน้าผัดอาหารจานใหม่อยู่หน้าเตาก็ต้องชะงักกึก เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยที่ยืนบังแสงสว่างบริเวณหน้าร้าน
ร่างท้วมของหลี่กุ้ย อาตัวร้ายผู้โลภโมโทสัน ยืนเท้าสะเอวจ้องมองป้ายร้านด้วยสายตาคุกกรอมและรอยยิ้มเยาะเย้ย ด้านข้างยังมีชายฉกรรจ์ร่างยักษ์หน้าตาถมึงทึงอีกสองคนพกท่อนไม้เดินตามมาติดๆ
บรรยากาศในร้านเริ่มอึมครึมลงทันที ลูกค้าบางคนที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารเริ่มชะลอการใช้ตะเกียบ
หลี่เฉินวางตะหลิวลงช้าๆ เขาเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองผู้เป็นอาผ่านกระจกใสหน้าร้านโดยไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
ก่อนที่หลี่กุ้ยจะทันได้ก้าวเท้าเข้ามาพังร้าน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของหลี่กุ้ยเย็นเฉียบลงในพริบตา
"ใครกล้ามาก่อกวนร้านของสหายหลี่เฉิน... ถือว่าท้าทายกฎหมายในเขตนี้!"
หลี่เฉินหรี่ตาลงรอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก เมื่อร่างของนายทหารยศสูงผู้หนึ่งในชุดเครื่องแบบเต็มยศก้าวผ่าฝูงชนเข้ามา พร้อมกับชี้ปากกระบอกปืนสั้นไปที่หลี่กุ้ยโดยตรง
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลี่เฉินและเหมยลี่ด้วยความอบอุ่นหัวใจเสมอนะครับ
ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า•ตอนที่ 14
ขยายอาณาจักร
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนคืนปี 78 สร้างอาณาจักรพันล้านจากมือเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!