"ถ้าคิดว่าการส่งคนมาทำหน้าถมึงทึงที่หน้าประตูบ้าน จะทำให้ฉันก้มหัวยอมรับคำสั่งไร้สาระพวกนั้นได้ เกรงว่าพวกท่านคงต้องคำนวณต้นทุนความหน้าแตกใหม่อีกสักรอบนะครับท่านผู้อาวุโส"
น้ำเสียงของหลินชิงหยวนไม่ได้สั่นเครือแม้แต่น้อย แม้ว่าเบื้องหน้าของนางในเวลานี้ จะคือชายชราในชุดสูทราคาแพงที่แผ่รังสีความน่าเกรงขرامออกมาจนผู้คนในละแวกต่างพากันก้าวถอยหลังด้วยความหวาดหวั่น ตราประทับตระกูลลู่ที่ปกเสื้อของอีกฝ่าย บ่งบอกสถานะอันสูงส่งที่คนในชนบทไม่มีวันเอื้อมถึง ทว่าหญิงสาวกลับยืนกอดอกอย่างสบายอารมณ์ ดวงตากลมโตพินิจพิเคราะห์ผู้มาเยือนราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าเกษตรเกรดรอง
ลู่ถิงเฟิงก้าวขึ้นมาบังร่างเพรียวของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาวางลงบนบ่าบางเบาอย่างมั่นคง ถ่าย
ทอดความอบอุ่นและพลังอำนาจที่เงียบงัน แต่นัยน์ตาคมกลาบกลับจ้องมองผู้อาวุโสสายเลือดเดียวกันด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"ชิงหยวน... หนูช่างกล้าต่อปากต่อคำกับประธานสมาคมธุรกิจการค้าภาคเหนือสินะ" เสียงทุ้มต่ำของชายชราดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความเย้ยหยัน "คิดว่าการแต่งงานมาขุดดินอยู่ในหมู่บ้านกันดารแบบนี้ จะทำให้ตระกูลลู่ปล่อยแกให้ลอยนวลไปได้หรือไง ถิงเฟิง... แกเองก็หูหนวกตาบอดไปแล้วสินะ ถึงได้ยอมก้มหัวให้ผู้หญิงปากจัดคนนี้จูงจมูก"
"ถ้าการมีภรรยาที่ฉลาดและสร้างรายได้เดือนละเป็นแสนๆ มันเรียกว่าการถูกจูงจมูก ผมคิดว่าพวกท่านคงไม่เข้าใจคำว่า 'ความเจริญทางสมอง' หรอกครับ" ลู่ถิงเฟิงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมรา5ใบมีดโกนที่เคลือบน้ำผึ้ง
หลินชิงหยวนอมยิ้มมุมปาก นางตบหลังมือสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ใจเย็นลง ก่อนจะก้าวออกมาเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสตระกูลลู่ด้วยตนเอง เรื่องตบตีกับญาติขี้อิจฉาอย่างป้าสะใภ้หลินชุ่ยเฟิง นางทำมาจนเบื่อแล้ว การได้ปะทะคารมกับระดับผู้มีอิทธิพลนอกเมือง ก็นับว่าเป็นสีสันใหม่ในการบริหารสมองยามบ่ายที่ดีไม่น้อย
"ท่านประธานลู่ครับ หากท่านเดินทางมาไกลเพื่อจะมาอบรมสั่งสอนเรื่องมารยาท ผมเกรงว่าท่านจะเสียเวลาเปล่า เพราะพื้นที่ตรงนี้... ไม่ต้อนรับคนหน้าหนาที่วันๆ จ้องจะเอาเปรียบคนอื่นโดยไม่ลงแรง" ชิงหยวนกวาดสายตามองผู้ติดตามด้านหลังที่พยายามทำตัวคุกคาม ก่อนจะแค่นเสียงเบาๆ "แต่อם... ถ้าท่านมาในฐานะ 'ลูกค้า' ที่สนใจสินค้าเกรดพรีเมียมของผม ผมก็ยินดีต้อนรับด้วยความเต็มใจ"
คำพูดของนางทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดชะงักงันไปชั่วขณะ ชายชราขมวดคิ้วมุ่น ประเมินหญิงสาวตรงหน้าใหม่อีกรอบ นางไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด แถมยังมีท่าทีเหมือนคนกุมความลับทางการค้าที่เขากำลังตามหา
ใช่แล้ว... ข่าวลือเรื่องผักในมิติลับของหลินชิงหยวนที่ให้รสชาติอร่อยล้ำและฟื้นฟูร่างกายได้จริง ได้แพร่สะพัดไปถึงหูของกลุ่มทุนใหญ่ระดับบนแล้ว และนั่นคือสาเหตุที่ชายชราผู้หยิ่งยโสต้องเดินทางมาด้วยตัวเองถึงที่นี่
"เธอหมายความว่ายังไง เรื่องสินค้าเกรดพรีเมียม?" ชายชราถามเสียงเข้ม พยายามรักษาฟอร์มของผู้อาวุโส
"เชิญทางนี้สครับ ท่านจะได้รู้ว่า 'กลยุทธ์การตลาดฉบับเซียนเกษตร' ที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นอย่างไร"
หลินชิงหยวนผายมือเชิญแขกผู้ไม่ได้รับเชิญเดินไปยังโรงเรือนแปรรูปสมุนไพรด้านหลังบ้าน ซึ่งในเวลานี้ กลิ่นหอมอวลของเครื่องเทศ สมุนไพรหายาก และผักดองสูตรพิเศษกำลังลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ กลิ่นนั้นไม่ได้ฉุนเฉียวเหมือนผักดองตามตลาดทั่วไป แต่กลับมีความหอมหวานละมุนลึก ชวนให้ต่อมน้ำลายทำงานอย่างควบคุมไม่ได้
ป้าสะใภ้หลินชุ่ยเฟิงที่แอบย่องตามมาดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือมาจับหน้าอกตัวเองด้วยความริษยา นางแอบเห็นโหลแก้วคริสตัลราคาแพงที่เรียงรายอยู่บนชั้นไม้ ภายในบรรจุโสมป่าดองน้ำผึ้งป่าและผักสมุนไพรเจียวกู่หลานที่ถูกตัดแต่งอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ
"นี่มัน... โหลละเท่าไหร่กันแน่?" ป้าสะใภ้พึมพำกับตัวเองด้วยความโลภ
ทว่า หลินชิงหยวนไม่ได้สนใจสายตาอิจฉาริษยาของญาติจอมปลอม นางกำลังหยิบขวดเซรามิกสีขาวนวลลวดลายประณีตออกมาวางตรงหน้าประธานตระกูลลู่
"นี่คือ 'สึนามิแห่งรสชาติ' ครับท่านประหาร" ชิงหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงการค้าที่มั่นใจ ผักกาดมิติลับหมักด้วยน้ำผึ้งเดือนห้าและรากโสมอายุร้อยปี ผ่านกระบวนการหมักในอุณหภูมิควบคุมด้วยพลังงานจากมิติลับ ไม่เพียงแต่ช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกาย แต่ยังช่วยชะลอวัยและเพิ่มพละกำลังได้อย่างอัศจรรย์ ล็อตแรกนี้ ผมผลิตออกมาเพียงสิบล็อตเท่านั้น และราคาเริ่มต้น... อยู่ที่ขวดละเก้าหมื่นหยวนครับ"
*เก้าหมื่นหยวนต่อขวด!*
ผู้ติดตามด้านหลังถึงกับสูดปากด้วยความตกใจ ผักดองบ้าอะไรราคาเท่ากับรถยนต์ขนาดเล็กหนึ่งคัน!
ชายชราตระกูลลู่จ้องมองขวดเซรามิกนั้นด้วยแววตาที่ไหววูบ เขาเองเริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพตามวัย และหมอประจำตัวก็เคยแนะนำให้หาอาหารเสริมหายากมารับประทาน แต่ไม่เคยมีอะไรที่ส่งกลิ่นหอมและดึงดูดใจเท่านี้มาก่อน
"เธอกล้าตั้งราคาขูดเลือดขูดเนื้อขนาดนี้เชียวหรือ?" ชายชราเค้นเสียงถาม แต่สายตายังคงจดจ้องไม่วาง
"ไม่ได้ขูดเลือดขูดเนื้อหรอกครับท่าน แต่เรียกว่า 'การตั้งราคาตามคุณค่าที่แท้จริง' ต่างหาก" ลู่ถิงเฟิงก้าวเข้ามาเสริมทัพด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ถ้าท่านคิดว่าแพงเกินไป ประตูทางออกก็อยู่ตรงนั้นครับ เพราะต่อให้ท่านไม่ซื้อ พรุ่งนี้เช้าตัวแทนจากตระกูลจ้าวคู่แข่งทางธุรกิจของท่าน ก็จองโควต้านี้ไว้หมดเกลี้ยงแล้วเช่นกัน"
ดวงตาของชายชราเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ข้อมูลนี้ทำให้เขาตระหนักทันทีว่า หากปล่อยให้คู่แข่งได้ครอบครองสินค้าตัวนี้ ตระกูลลู่ของเขาอาจเพลี่ยงพล้ำในศึกการค้าครั้งใหญ่
หลินชิงหยวนยิ้มรับความสำเร็จในขั้นแรก นางหยิบตะเกียบไม้ไผ่ขัดเงา คีบชิ้นผักดองสีทองอร่ามขึ้นมาส่งให้สามีป้อนเข้าปากเพื่อเป็นการสาธิตความปลอดภัยและรสชาติอันยอดเยี่ยม กลิ่นหอมเย้ายวนขจรขจายไปทั่วห้องรับรองจนแม้แต่ลมพัดผ่านก็ยังดูเหมือนจะอบอวลไปด้วยความอร่อย
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ และชายชรากำลังจะเอ่ยปากเซ็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
*ปัง!*
เสียงทุบประตูรั้วหน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนโหยหวนด้วยความตื่นตระหนกของชาวบ้านคนหนึ่งที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"คุณชิงหยวน! แย่แล้วครับ! คลังสินค้าสมุนไพรล็อตใหญ่ที่เชิงเขา... อยู่ๆ ก็มีควันพวยพุ่งออกมา และ... และสินค้าทั้งหมดกำลังละลายหายไปต่อหน้าต่อตาอย่างประหลาด!"
หลินชิงหยวนหันขวับไปมองหน้าลู่ถิงเฟิงทันที นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายความเย็นยะเยือกขึ้นมาวูบหนึ่ง
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" ด้วยดีเสมอมานะครับ
เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์•ตอนที่ 11
กลยุทธ์การตลาดฉบับเซียนเกษตร
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!