กลิ่นอายความอิจฉาริษยาที่คละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นโคลนและกลิ่นคาวปลาในตลาดประจำหมู่บ้าน ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวชวนอึดอัด แต่สำหรับหลินชิงหยวนแล้ว มันกลับเป็นเพียงเสียงหริ่งหรีดเรไรที่น่ารำคาญซึ่งเธอพร้อมจะจัดการกวาดล้างให้สิ้นซากในคราเดียว
"แหม... ผักหน้าตาประหลาดพวกนี้ ต่อให้เอาไปเร่ขายข้างถนนในเมืองหลวง ก็คงไม่มีใครชายตามองหรอกนะ ชิงหยวน หล่อนอย่าเอาของไร้ค่าจากแปลงผักหลังบ้านมาหลอกต้มตุ๋นชาวบ้านตาดำๆ แถวนี้เลยจะดีกว่า" เสียงแหลมสูงของหลินชุ่ยเฟิง ป้าสะใภ้จอมละโมบดังแหวกฝูงชนเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่บิดเบี้ยวบนใบหน้าหนาเตอะด้วยแป้งฝุ่น นางจงใจกวาดสายตามองตะกร้าไม้ไผ่สานประณีตที่บรรจุผักกาดขาวอวบออแกนิกจากมิติลับ ซึ่งเปล่งประกายความสดเขียวชอุ่มรา와กับเพชรเม็ดงาม
หลินชิงหยวนยังไม่ทันเอ่ยปาก ลู่ถิงเฟิง สามีนายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังราวกับภูเขาผา ก็ก้าวเท้าออกมาหนึ่งก้าว แผ่นหลังกว้างบังร่างภรรยาไว้มิดชิด นัยน์ตาคมกปลาตายของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนกวาดมองป้าสะใภ้และเหล่าชาวบ้านที่มุงดูด้วยความเย็นชาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที ความกดดันระดับนายทหารชั้นสัญญาบัตรแผ่ซ่านจนหลายคนต้องกลืนน้ำลายฝืดคอ
เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วที่ว่า *หลินชิงหยวนหันขวับไปมองหน้าลู่ถิงเฟิงทันที นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายความเย็นยะเยือกขึ้นมาวูบหนึ่ง* แท้จริงแล้วไม่ใช่ความบาดหมางระหว่างสามีภรรยา หากแต่เป็นสัญญาณเตือนภัยที่รู้กันสองคน—สัญญาณที่บอกว่า "ตาแก่และพวกเหลือบไรเหล่านี้พร้อมจะถูกถอนรากถอนโคนด้วยหลักฐานเสียที"
ชิงหยวนแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ผ่อนคลาย เธอแย้มรอยยิ้มหวานหยดที่แฝงไว้ด้วยยาพิษ ก้าวออกมาเผชิญหน้ากับป้าสะใภ้ตัวแสบด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ
"ผักไร้ค่าอย่างนั้นหรือครับ... อ๊ะ ขออภัย ฉันหมายถึง ป้าสะใภ้พูดเสียเกินจริงไปหน่อยกระมังครับ" ชิงหยวนจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงสุภาพแบบเชือดเฉือน "ถ้าผักของฉันไร้ค่า แล้วเหตุใดท่านถึงส่งลูกชายมาป้วนเปี้ยนแถวแปลงผักบ้านฉันเมื่อคืนก่อน จนเกือบโดนสุนัขกัดก้นลายกลับไปล่ะครับ?"
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง ใบหน้าของหลินชุ่ยเฟิงเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับแดงด้วยความโกรธจัดและอับอาย
"เหลวไหล! นังเด็กปากดี หล่อนกล้าใส่ร้ายลูกฉันเหรอ!" ชุ่ยเฟิงแผดเสียงแหลมกลบเกลื่อนความผิด
"ใส่ร้ายหรือครับ?" ชิงหยวนหัวسเราะในลำคออย่างเยือกเย็น ก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากอกเสื้อ ชูขึ้นกลางแสงแดด "นี่คือใบเสร็จและบันทึกการส่งมอบผลผลิตออร์แกนิกให้กับเหลาสุราอันดับหนึ่งในอำเภอ ล็อตนี้ทำกำไรได้ห้าสิบตำลึงเงินเต็มๆ และนี่..." เธอดึงกระดาษอีกใบออกมา "คือสำเนาหนังสือสัญญาที่ทางเหลาสุราทำMOUผูกขาดสินค้ากับสวนของฉันแต่เพียงผู้เดียว แปลว่าผักที่ป้าสะใภ้กำลังดูถูกเหยียดหยามอยู่นี้ เป็นสินค้าเกรดพรีเมียมที่มีมูลค่ามากกว่ารายได้ทั้งปีของครอบครัวป้ารวมกันเสียอีกนะครับ!"
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมตลาดในทันที ชาวบ้านอ้าปากค้างเมื่อเห็นตัวเลขบนกระดาษชัดเจน ส่วนหลินชุ่ยเฟิงหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อตระหนักว่าแผนการมาดิสเครดิตพังไม่เป็นท่าแถมยังโดนตบหน้ากลางสาธารณชนอย่างเจ็บแสบ
ลู่ถิงเฟิงเหลือบมองภรรยาด้วยแววตาภาคภูมิใจ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจในความร้ายกาจที่น่ารักของภรรยาคนนี้
"ทีนี้... ใครยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณภาพสินค้าของครอบครัวเราอีกไหมครับ?" ชิงหยวนกวาดสายตามองฝูงชนด้วยรอยยิ้มทรงอำนาจ ไม่มีใครกล้าสบตาเธอแม้แต่คนเดียว
ทว่า ในจังหวะที่ชัยชนะกำลังเป็นของสองสามีภรรยา เสียงฝีปากม้าควบตะบึงฝุ่นตลบก็ดังแทรกเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าตลาด ร่างของชายแปลกหน้าในชุดขุนนางชั้นผู้น้อยกระโดดลงจากหลังม้าอย่างเร่งรีบ ใบหน้าตื่นตระหนกเหงื่อท่วมกาย
"ใต้เท้าลู่! คุณชายหลิน! แย่แล้วครับ... สินค้าล็อตใหม่ที่ท่านส่งให้เมืองหลวงถูกสกัดไว้ที่ด่านตรวจภาษี และคนของสำนักตรวจสอบกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อจับกุมข้อหาลักลอบค้าของเถื่อน!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินชิงหยวนแข็งค้างลงในเสี้ยววินาที ขณะที่นัยน์ตาคมกริบของลู่ถิงเฟิงหรี่แคบลงอย่างอันตราย
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ
เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์•ตอนที่ 12
การปะทะฝีปากกลางตลาดประจำหมู่บ้าน
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!