ควันสีขาวนวลที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากเตาฟืน พร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจของเครื่องเทศและเนื้อสัตว์ที่ถูกเคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม กำลังแผ่ขยายตัวออกไปทั่วทั้งห้องครัวแคบๆ ของบ้านพักนายทหาร หลินชิงหยวนใช้ทัพพีไม้คนซุปในหม้อดินเผาอย่างใจเย็น แววตาของนางสะท้อนประกายความพึงพอใจเมื่อมองผลลัพธ์จากวัตถุดิบชั้นเลิศที่หยิบออกมาจากมิติลับ
สำหรับคนอื่น ยุคสมัยนี้คือความยากลำบากและความขาดแคลน แต่สำหรับนางผู้มีพื้นที่เกษตรวิเศษในจิตวิญญาณ ความอดอยากเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน
"กลิ่นนี่มัน..."
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นที่ประตูห้องครัว ลู่ถิงก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบกริบตามวิสัยทัศน์ของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่หม้อดินเผาตรงหน้า
ชิงหยวนเหลือบมองสามีผ่านหัวไหล่ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย นางตักน้ำซุปสีอำพันเข้มข้นใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ด้านบนโรยด้วยต้นหอมซอยและพริกไทยป่นหอมกรุ่น ส่งควันร้อนระอุชวนน้ำลายสอ
"น้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมภูเขาและเห็ดหอมป่าครับ" ชิงหยวนวางชามลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่แฝงความภูมิใจ "ท่านผู้พันลู่ ลองชิมดูสิครับ ว่าฝีมือภรรยาคนนี้พอจะทำให้ท่านมีแรงไปฝึกทหารต่อได้ไหม"
ลู่ถิงไม่ได้เอ่ยคำชมในทันที ชายหนุ่มทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ สายตาคมปลาบจ้องมองชามอาหารตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ตลอดชีวิตในค่ายทหาร เขาเคยลิ้มลองอาหารมาแล้วแทบทุกรูปแบบ ทั้งรสชาติจืดชืดของเสบียงกรัง หรืออาหารหยาบกระด้างตามอัตภาพ แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่กลิ่นอายของอาหารจะเย้ายวนและบริสุทธิ์ถึงเพียงนี้
เขายกช้อนกระเบื้องขึ้นตักน้ำซุปเข้าปากช้าๆ
วินาทีนั้นเอง นัยน์ตาคมกริบของนายทหารหนุ่มก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาเพียงน้อยนิดที่รอดพ้นสายตาของชิงหยวนไปไม่ได้
รสชาติของน้ำซุปไม่ได้มีแค่ความกลมกล่อมเค็มหวานตามธรรมชาติ แต่มันมีความหวานล้ำลึกจากโสมภูเขาที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้ ผสานกับความนุ่มละมุนของเนื้อหมูที่แทบจะละลายในปากทันทีที่สัมผัสลิ้น ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากกระเพาะอาหารพุ่งตรงเข้าสู่กระแสเลือด ปลุกเร้าพละกำลังที่เหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมกองกำลังมาตลอดทั้งวันให้กลับคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์
"นี่มัน..." ลู่ถิงเงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยความทึ่งระคนแปลกใจ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย "ชิงหยวน... วัตถุดิบเหล่านี้ ท่านไปเอามาจากที่ใดกัน? แม้แต่ในห้องเสบียงระดับกองพล ก็ยังไม่มีโสมคุณภาพสูงและเนื้อหมูที่สดใหม่ถึงเพียงนี้"
ชิงหยวนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของนางพราวระยับด้วยความมั่นใจ นางดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองสามีด้วยแววตาท้าทาย
"ความลับสิครับ ท่านผู้พัน" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "สามีภรรยาควรมีความลับต่อกันบ้างไม่ใช่หรือ? ท่านรู้เพียงแค่ว่า อาหารมื้อนี้และมื้อต่อๆ ไป จะทำให้ท่านแข็งแกร่งขึ้น และครอบครัวของเราจะสุขสบายขึ้นอย่างแน่นอน... แค่นี้ยังไม่พอใจอีกหรือครับ?"
ลู่ถิงจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่เปี่ยมไปด้วยไหวพริบและความเจ้าเล่ห์ของภรรยา หัวใจของนายหนุ่มผู้เยือกเย็นกลับเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกผูกพันและชื่นชมระคนความลุ่มหลงก่อตัวขึ้นในอกอย่างเงียบเชียบ ตั้งแต่แต่งงานกันมา หญิงสาวตรงหน้าไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้ง นางไม่ใช่ภรรยาชาวบ้านที่วันๆ เอาแต่นั่งบ่นเรื่องความยากจน แต่นางคือสตรีผู้กุมความลับอันยิ่งใหญ่และพร้อมจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเคียงข้างเขา
"ข้าไม่ได้สงสัยในตัวท่าน" ลู่ถิงวางช้อนลง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง "เพียงแต่... ข้าแค่อดทึ่งในความสามารถของภรรยาตนเองไม่ได้ ไม่ว่าท่านจะทำอะไร ข้าพร้อมที่จะสนับสนุนและปกป้องท่านเสมอ จำคำของข้าไว้"
ถ้อยคำเรียบง่ายแต่มั่น,คงหนักแน่นราวกับคำปฏิญาณตน ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของชิงหยวนอ่อนลงชั่วขณะ นางพยักหน้ารับเบาๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในโลกที่เต็มไปด้วยญาติจอมละโมบและคนรอบข้างที่จ้องจะเอาเปรียบ การมีสามีที่ฉลาดเฉลียวและพร้อมเปย์ให้อย่างไม่มีเงื่อนไขเช่นนี้ นับว่าเป็นโชคดีที่สุดในชีวิตใหม่ของนางแล้ว
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขและกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารในบ้านพัก ก็มิได้รอดพ้นจากประสาทสัมผัสอันหิวกระหายของคนนอก
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งมารยาท ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่แผดเสียงโวยวายจนทำลายบรรยากาศอันอบอุ่นในห้องครัวให้ย่อยยับ
"หลินชิงหยวน! นังเด็กอกตัญญู! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เสียงของหลินชุ่ยเฟิง ป้าสะใภ้จอมละโมบแผดแ디ด้งลั่นทะลุกำแพงบ้านพักทหารเข้ามา ตามด้วยเสียงสมรู้ร่วมคิดของคนในตระกูลที่พากันฮือฮาอยู่ด้านนอก
ชิงหยวนหรี่ตาลงทันที รัศมีเย็นเยียบวาบผ่านนัยน์ตาคู่สวย รอยยิ้มเมื่อครู่หายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่ เหลือเพียงความเจ้าเล่ห์และคมกริบดั่งใบมีดโกน
ลู่ถิงขมวดคิ้วแน่น รังสีสังหารแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงด้วยความไม่พอใจ "ดูท่า... สุนัขที่บ้านคงไม่ได้กินข้าว จึงวิ่งมาเห่าหอนถึงหน้าบ้านเรา"
ชิงหยวนลุกขึ้นตาม เอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ พร้อมกับยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น
"ใจเย็นก่อนครับท่านผู้พัน... ของอร่อยเพิ่งจะตักเสร็จ รังแต่จะรีบไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญไปไยเล่า ในเมื่อพวกนางอยากรู้นักว่าเรากินอะไรกันในบ้าน..." ชิงหยวนก้าวเดินนำไปที่ประตูช้าๆ น้ำเสียงทุ้มหวานแต่เต็มไปด้วยจิตสังหาร "เราก็ควรจะเปิดประตูต้อนรับ 'ญาติผู้ประเสริฐ' เหล่านี้ ให้ได้เห็นความร่ำรวยของเราอย่างเต็มตาสักหน่อยดีกว่าครับ"
มือเรียวบางเอื้อมไปปลดกลอนประตูด้านในออกอย่างไร้ความลังเล
ทันทีที่บานประตูไม้เปิดผางออก ภาพของหลินชุ่ยเฟิงที่กำลังเงื้อมมือเตรียมจะทุบซ้ำ พร้อมด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภและหิวกระหาย ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
แต่ทว่า สิ่งที่ป้าสะใภ้จอมละโมบและญาติๆ เหล่านั้นกวาดตามองเห็นผ่านช่องประตูกลับไม่ใช่ความยากจนข้นแค้นอย่างที่คาดคิด...
กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นโสมภูเขาพวยพุ่งปะทะจมูกของคนกลุ่มนั้นเข้าอย่างจัง จนทุกคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเอื้อมเฮือกใหญ่ และในวินาทีนั้นเอง สายตาทุกคู่ก็ต้องเบิกกว้างค้างเติ่ง เมื่อเห็นชามอาหารราคาแพงระยับบนโต๊ะ พร้อมกับรอยยิ้มพิฆาตที่มุมปากของหลินชิงหยวน
ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "ลมทะเลพัดรัก" ตอนที่ 5 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์•ตอนที่ 5
ครัวเรือนใหม่กับเมนูกู้ซากความจน
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!