เสียงกระแทกชามกระเบื้องเคลือบลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบดังสนั่น หักดิบความเงียบงันในห้องอาหารชั่วคราวของโรงเตี๊ยมร้างท้ายหมู่บ้านจนทุกคนสะดุ้งสุดตัว
กลิ่นหอมกรุ่นของโสมภูเขาอายุร้อยปีที่ผสานเข้ากับเนื้อตุ๋นเปื่อยนุ่มละมุนลิ้น ยังคงลอยอวลตลบอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่าใบหน้าของป้าสะใภ้จอมละโมบในยามนี้กลับเขียวคล้ำสลับม่วงราวกับลูกตำลึงสุกงอม สายตาของนางจ้องมองชามอาหารหรูหราตรงหน้าหลินชิงหยวนด้วยความริษยาจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้
"แก... แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อของชั้นเลิศแบบนี้กิน! นังเด็กเหลือขอ!" ป้าสะใภ้ตบโต๊ะฉาดใหญ่ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและตัณหาที่พุ่งพล่าน "ตระกูลพวกเรายากจนข้นแค้นจะตายชัก แต่แกกลับมานั่งกินเนื้อตุ๋นโสมราคาแพงระยับลับหลังพวกฉันอย่างนั้นเรอะ หรือว่าแกไปแอบขโมยเงินของหลวงมา!"
หลินชิงหยวนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน นางวางตะเกียบไม้ไผ่ลงบนขอบชามช้าๆ อย่างใจเย็น รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัด ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองร่างท้วมของป้าสะใภ้หัวจรดเท้าด้วยแววตาสสมเพชเวทนา
"เงินของหลวงหรือครับ ป้าสะใภ้?" หลินชิงหยวนจงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท "ถ้าตาไม่บอดจนเกินไป ก็น่าจะมองเห็นนะครับว่านี่คือความสามารถเฉพาะตัว ไม่เหมือนใครบางคนที่วันๆ เอาแต่แบมือขอส่วนบุญชาวบ้านแถมยังชอบมาจุ้นจ้านเรื่องชาวบ้านเขาไปทั่ว"
ป้าสะใภ้หน้าชาวาบ คำพูดเชือดเฉือนแต่สุภาพเรียบร้อยของหญิงสาวทำให้หล่อนอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ลู่ถิงเจ๋อ สามีหนุ่มนายทหารรูปร่างสูงใหญ่ที่นั่งเงียบมาตลอด ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อขนาบข้างภรรยา ไหล่กว้างและรัศมีกดดันอันทรงพลังของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารทำเอาบรรดาญาติผู้ชายที่คิดจะเข้ามาหาเรื่องถึงกับต้องถอยกรูดโดยอัตโนมัติ ไม่มีใครกล้าสบตากับนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดคนนี้เลยสักคน
"ถ้าไม่มีธุระอะไรกันแล้ว ก็เชิญออกไปจากพื้นที่ส่วนตัวของพวกเราด้วยครับ" ลู่ถิงเจ๋อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มคนหน้าเลือดที่ยืนอัดแน่นกันอยู่ในห้อง
เมื่อเห็นว่าสู้แรงกดดันไม่ไหว ป้าสะใภ้จึงทำได้เพียงฮ่นฮัดสะบัดก้นเดินกระแทกส้นเท้าออกไปพร้อมกับคำขู่ อาฆาตมาดร้ายที่ทิ้งท้ายไว้ตามประคนพาล
เมื่อความวุ่นวายสงบลง หลินชิงหยวนก็ลอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่ประกายตาแห่งความมุ่งมั่นจะเจิดจ้าขึ้นมาอีกครั้ง การสั่งสอนพวกเหลือขอเป็นเพียงงานอดิเรก เป้าหมายที่แท้จริงในค่ำคืนนี้คือการก้าวเท้าเข้าสู่ "ตลาดมืด" สถานที่แลกเปลี่ยนสินค้าใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในเขตมณฑล เพื่อนำสมุนไพรหายากที่นางเพาะ
ปลูกในมิติลับออกมาเปลี่ยนเป็นเงินก้อนโต
ยามวิกาลมาเยือน เงาสลัวของตรอกซอกซอยแคบๆ ในเขตตลาดมืดคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่สวมหมวกคลุมหน้าอำพรางตัว หลินชิงหยวนในชุดเสื้อผ้าสีเข้มเพื่อความคล่องตัว ก้าวเดินอย่างมั่นใจโดยมีลู่ถิงเจ๋อเดินอารักขาอยู่เคียงข้างไม่ห่าง ปลายจมูกสูดกลิ่นอายความชื้นและกลิ่นอายของการค้าขายใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลอุบาย
พวกเขารุดตรงไปยังจุดนัดพบคดเคี้ยวหลังโรงรับจำนำเก่า ที่ซึ่ง "เฒ่าเฉิน" พ่อค้าคนกลางผู้ทรงอิทธิพลและขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดรออยู่
"เจ้าคือคนที่ส่งข่าวมาว่าจะขายโสมหิมะแดงเกรดพรีเมี่ยมอย่างนั้นรึ?" เฒ่าเฉินเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะไม้เก่าๆ สายตาฝ้าฟางแต่เฉียบคมกวาดมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างประเมินค่า
หลินชิงหยวนไม่พูดพร่ำทำเพลง นางเปิดห่อผ้าลินินสีหม่นออกช้าๆ เผยให้เห็นรากโสมสีแดงสดที่มีไอความเย็นแผ่ซ่านออกมาจางๆ กลีบรากอวบอิ่มและสมบูรณ์อย่างไร้ที่ติ ราวกับเพิ่งถูกขุดขึ้นมาจากดินเมื่อวินาทีนี้เอง
กลิ่นหอมบริสุทธิ์ของสมุนไพรวิเศษโชยแตะจมูกเฒ่าเฉินจนพ่อค้าเฒ่าถึงกับเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกโดยไม่รู้ตัว มือเหี่ยวย่นเอื้อมออกไปหมายจะแตะต้อง แต่ถูกดึงกลับอย่างรวดเร็วด้วยสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของลู่ถิงเจ๋อที่จ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ของล้ำค่าเช่นนี้ ย่อมต้องตกลงราคากันให้เรียบร้อยเสียก่อนจึงจะให้ตรวจสอบอย่างละเอียดได้ครับ เฒ่าเฉิน" หลินชิงหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด รอยยิ้มการค้าประดับอยู่บนใบหน้าอย่างงดงาม
เฒ่าเฉินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สมุนไพรระดับนี้ในตลาดมืดไม่ได้ปรากฏให้เห็นมานานนับสิบปีแล้ว หากนำไปประมูลต่อ กำไรที่ได้มหาศาลจนจินตนาการไม่ถูก พ่อค้าเฒ่าหัวร่อในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย
"แม่นางน้อย... เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนักที่กล้าพกของสิ่งนี้มาเดินเกะกะในตลาดมืด ว่ามาเ เจ้าต้องการราคาเท่าไหร่"
"ราคานี้ไม่มีการต่อรองครับ เพราะข้าเชื่อว่าท่านเองก็รู้ดีว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนกับการแลกมาด้วยชีวิตที่สุขสบายขึ้น" หลินชิงหยวนยื่นข้อเสนอตัวเลขที่คำนวณมาอย่างแยบยล เป็นตัวเลขที่สูงลิ่วจนลู่ถิงเจ๋อยยังต้องเหลือบมองภรรยาด้วยความทึ่งในความหัวใส
เฒ่าเฉินนิ่วหน้าคิดหนักอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตบโต๊ะฉาดใหญ่ด้วยความตัดสินใจเด็ดเดี่ยว "ตกลง! ข้าซื้อ!"
เงินหยวนปึกใหญ่ถูกโยนลงบนโต๊ะไม้ เสียงเหรียญกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งท่ามกลางความมืด หลินชิงหยวนกวาดตามองตัวเลขในกระเป๋าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเรี้ยวมหาศาล รอยยิ้มแห่งชัยชนะผุดขึ้นที่มุมปากอย่างพึงพอใจ
ภารกิจก้าวแรกในตลาดมืดสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีอย่างไร้ที่ติ และเงินทุนก้อนโตนี้จะถูกนำไปต่อยอดอาณาจักรเกษตรในมิติลับให้ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ
ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังเดินออกจากตรอกมืดเพื่อกลับบ้าน เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทก็ก้าวออกมาขวางทางไว้ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหבריดที่คุ้นหูดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า
"คิดว่าจะหนีพ้นรึ... นังสารเลว"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์•ตอนที่ 6
แผนการค้าแรกเริ่มขึ้นในตลาดมืด
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!