เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องพิจารณาคดีชั่วคราวของอำเภอ เรียกให้สายตาทุกคู่พากันหันขวับไปมองเป็นตาเดียว หลินชิงหยวนยืนสงบนิ่งอยู่หลังโพเดียมฝั่งโจทก์ ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ฉาบความเยียบเย็นเอาไว้จนน่าขนลุก ในมือเรียวบางของนางถือปากกาหมึกซึมด้ามหรูที่ลู่ถิงเฉิงผู้เป็นสามีเพิ่งซื้อให้เป็นของขวัญฉลองยอดขายผลผลิตล็อตแรกในตลาดมืด ทว่าในยามนี้ มันกลับกลายเป็นอาวุธชิ้นเอกที่พร้อมจะเซ็นชื่อประทับตราจองตั๋วส่งญาติผู้พี่จอมโลภให้ไปนอนกอดลูกกรงเรือนจำยาวๆ
"ท่านผู้พิพากษาครับ นี่คือสำเนาโฉนดที่ดินแปลงที่สามของตระกูลหลิน ซึ่งถูกแอบอ้างปลอมลายมือชื่อโดยนางหลินชุ่ยเฟิงเพื่อนำไปค้ำประกันเงินกู้นอกระบบเมื่อสามเดือนก่อน และนี่... คือบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ที่ทางเราได้กู้คืนมาจากหน่วยเทคโนโลยีของกองทัพ ซึ่งยืนยันชัดเจนว่าจำเลยมีเจตนาฉ้อโกงทรัพย์สินโดยไตร่ตรองไว้ก่อนครับ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่น
คงและกังวานของลู่ถิงเฉิงดังขึ้นจากที่นั่งผู้สนับสนุนฝั่งโจทก์ นายทหารหนุ่มในชุดเครื่องแบบเต็มยศ ร่างกายสูงใหญ่กำยำแผ่ซ่านไอสังหารและรัศมีกดดันอันน่าเกรงขามออกมาจนผู้พิพากษาบนบัลลังก์ยังต้องลอบกลืนน้ำลาย เขานั่งไขว่ห้างประสานมือไว้ที่ตัก สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองไปยังร่างของป้าสะใภ้ตัวแสบที่กำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่ฝั่งจำเลย
"ไม่จริง! มันเป็นเรื่องโกหก!นังเด็กนี่มันใส่ร้ายฉัน!"
หลินชุ่ยเฟิงแผดเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก สภาพของนางในยามนี้ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก เส้นผมที่เคยรวบตึงบัดนี้หลุดลุ่ย ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวและโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทเทา นางพยายามจะโผเข้าหาแผงกั้นเพื่อทำร้ายชิงหยวน ทว่ายังไม่ทันได้ขยับตัวไปถึงไหน เจ้าหน้าที่ศาลร่างหนาสองนายก็พุ่งเข้ามาตรึงแขนทั้งสองข้างของนางเอาไว้กดให้นั่งลงกับเก้าอี้แทบไม่ทัน
ชิงหยวนไม่แม้แต่จะชายตามองสภาพอันน่าเวทนาของอีกฝ่าย นางเพียงแค่ปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ก่อนจะกวาดสายตามองไปยังพยานปากเอกที่ยืนหลบอยู่มุมห้อง—เถ้าแก่เนี้ยร้านขายวัตถุดิบทางการเกษตรผู้เคยร่วมมือกับหลินชุ่ยเฟิงในการโกงตาชั่งสินค้าเมื่อปีก่อน บัดนี้หญิงวัยกลางคนคนนั้นกำลังก้มหน้างุด ตัวสั่นงกด้วยความกลัวความผิดจนต้องรีบยกมือขึ้นยอมสารภาพทุกอย่างหมดเปลือกก่อนที่อัยการจะยื่นฟ้องข้อหาสมรู้ร่วมคิด
"ท่านผู้พิพากษาครับ พยานปากนี้พร้อมจะให้การถึงเส้นทางการเงินที่นางหลินชุ่ยเฟิงบังคับขู่เข็ญให้ปลอมแปลงใบเสร็จรับเงิน เพื่อรีดไถเงินจากกองทุนพัฒนาชนบทเป็นมูลค่ากว่าหหมื่นหยวน ซึ่งหลักฐานทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ในแฟ้มสีฟ้าตรงหน้าท่านแล้วครับ"
ชิงหยวนกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับคมกริบราวกับมีดโกนที่อาบยาพิษ ทุกถ้อยคำตอกย้ำลงไปกลางใจของจำเลยจนหลินชุ่ยเฟิงหน้าซีดเผือด ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่าครั้งนี้ตนเองไม่มีทางดิ้นหลุดอีกต่อไปแล้ว
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพิจารณาคดีชั่วครู่ เสียงกระดาษพลิกดังสลับกับเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของผู้พิพากษาที่ไล่อ่านเอกสารหลักฐานทีละหน้าด้วยความละเอียดถี่ถ้วน ทุกตัวอักษร ทุกรอยประทับลายนิ้วมือ และทุกคลิปเสียงที่ถูกถอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ล้วนชี้ชัดถึงความผิดสถานหนักที่ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น
ลู่ถิงเฉิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยาพร้อมทั้งยกมือขึ้นโอบไหล่บางเอาไว้อย่างปกป้อง ไอร้อนจากฝ่ามือหนาที่แนบผ่านเนื้อผ้าส่งผ่านมายังแผ่นหลังของชิงหยวน ช่วยชำระล้างความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ทางกฎหมายตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาให้มลายหายไปจนหมดสิ้น นางแหงนหน้าขึ้นสบตากับสามีผู้แสนดี ส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจให้เขาก่อนจะหันกลับไปมองคู่กรณีที่ตอนนี้ทรุดฮวบลงไปนอนกองกับพื้นห้อง ประหนึ่งสุนัขจนตรอกที่ไร้ซึ่งหนทางหนี
"จำเลย หลินชุ่ยเฟิง..." เสียงทุ้มกังวานของผู้พิพากษาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "มีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา ฐานฉ้อโกงทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสารทางราชการ และข่มขู่พยาน... พิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา เจ็ดปี โดยไม่รอลงอาญา และให้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดแก่โจทก์ภายในสามสิบวัน... ปิดศาล!"
ปัง! เสียงค้อนไม้กระทบฐานดังสนั่น ห้วงเวลาแห่งความยุติธรรมได้ถูกประกาศกร้าวออกมาแล้ว เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับจะขาดใจของหลินชุ่ยเฟิงดังระงมไปทั่วบริเวณ นางพยายามตะเกียกตะกายคลานเข้าไปกอดขาเจ้าหน้าที่ศาลเพื่อให้ความช่วยเหลือ แต่กลับถูกลากตัวออกไปทางประตูด้านหลังอย่างไร้ความปรานี ร่างที่เคยผยองพองขนเที่ยวรังแกคนอื่นมาทั้งชีวิต บัดนี้กลับเหลือเพียงเศษเสี้ยวของมนุษย์ที่พ่ายแพ้ให้กับกฎหมายและเล្បกลลวงของตนเอง
ชิงหยวนสูดลมหายใจเข้าลึก
รับเอาอากาศบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งชัยชนะเข้าสู่ปอด ความโล่งอกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง การต่อสู้กับพวกเหลือบไร้สังคมตระกูลเดิมสิ้นสุดลงเสียที นับจากวันนี้ไป จะไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาเหยียบย่ำแปลงเกษตรในมิติลับหรือหาเรื่องครอบครัวของนางได้อีก
"กลับบ้านกันเถอะครับภรรยา" ลู่ถิงเฉิงกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือรอยยิ้มเอ็นดูระคนภูมิใจ "ผมเตรียมวัตถุดิบชั้นดีไว้รอแล้ว วันนี้คุณบอกเองไม่ใช่หรือครับว่าจะทำเมนู 'ไก่ผัดพริกเสฉวนสูตรพิเศษ' ฉลองชัยชนะให้ผม"
ชิงหยวนพยักหน้ารับ รอยยิ้มพึงพอใจจุดประกายขึ้นในดวงตากลมโต นางเอื้อมมือไปกอบกุมมือหนาของสามีไว้แน่น ทั้งสองเดินเคียงคู่กันก้าวออกจากศาลท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมาทาบทับร่างทอดยาว ทว่า ในขณะที่รถจี๊ปทหารคันเก่งกำลังเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านไร่ ลู่ถิงเฉิงเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนยืนหลบมุมอยู่หลังเสาไฟฟ้าริมถนน—ชายวัยกลางคนสวมหมวกแก๊ปดึงปีกต่ำจนแทบมองไม่เห็นใบหน้า ทว่ารอยแผลเป็นรูปกากบาทที่สันจอกลับชัดเจนจนนายทหารหนุ่มต้องเหยียบเบรกกะทันหัน... ชายผู้มีศักดิ์เป็น 'อาแท้ๆ' ของชิงหยวน ผู้หายสาบสูญไปพร้อมกับโฉนดที่ดินผืนใหญ่ที่สุดของตระกูลเมื่อสิบปีก่อน บัดนี้เขากำลังจ้องมองตรงมาที่รถของพวกเขาราวกับศัตรูในความมืดที่รอเวลาชำระแค้น!
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ลมทะเลพัดรัก
เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์•ตอนที่ 22
ตบหน้าฉะานด้วยกฎหมายและหลักฐานแน่นหนา
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!