เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนกาน้ำชาลวดลายครามสั่นระริก ของเหลวสีอำพันกระฉอกเปื้อนขอบถ้วยเคลือบ ลู่ถิงไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองผู้บังคับบัญชาชั้นสูงที่ยืนกางแผนที่ยุทธศาสตร์อยู่เบื้องหน้า ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของนายทหารหนุ่มราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นนั้นบ่งบอกถึงความอึดอัดที่ไม่อาจเอ่ยปากปฏิเสธ
"คำสั่งเบื้องบนลงมาด่วนที่สุด ภารกิจกวาดล้างกลุ่มค้าไม้เถื่อนบริเวณชายแดนตะวันตกเฉียงใต้กินพื้นที่ป่าดิบทึบ นายร้อยลู่... คุณมีเวลาเตรียมตัวสามชั่วโมง" ผู้บังคับบัญชาถอนหายใจยาว วางมือลงบนบ่ากว้างของนายทหารมือหนึ่ง "รู้ว่าช่วงนี้เพิ่งแต่งภรรยาและชีวิตกำลังไปได้สวย แต่สถานการณ์มันบังคับ..."
"รับทราบคำสั่งครับ" ลู่ถิงตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นตามระเบียบวินัยทหาร ดวงตาคมกวาดมองพิกัดบนกระดาษไขแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว ในหัวสมองคำนวณระยะเวลาเดินทางและความเสี่ยงทุกตารางนิ้ว ทว่าสิ่งที่รบกวนจิตใจเขากลับไม่ใช่กระสุนปืนหรือคมดาบของโจรป่า หากแต่เป็นแปลงผักสมุนไพรหลังบ้านและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยามที่ภรรยาตัวน้อยกำลังนับเงินกำไรจากการขายผลผลิตในมิติลับ
สามชั่วโมงก่อนเคลื่อนพล ลู่ถิงสาวเท้าก้าวยาวๆ กลับมาถึงเรือนพักหลังน้อย กลิ่นหอมกรุ่นของซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวลอยละلي่องอบอวลไปทั่วบริเวณ หลินชิงหยวนกำลังยืนงละละอยู่หน้าเตาไฟ มือเรียวถือทัพพีคนน้ำซุปในหม้อดินด้วยความตั้งใจ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างลวกๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและผิวเนียนนุ่มที่สะท้อนกับแสงไฟสีส้มอบอุ่น
"กลับมาเร็วจังวันนี้ พ่อทหารหนุ่ม... ซุปยังไม่เคี่ยวได้ที่นะ นั่งรอเดี๋ยว..." ชิงหยวนเอ่ยปากโดยไม่หันกลับมามอง ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงอ้อมกอดอุ่นคุ้นเคยที่สวมกอดจากด้านหลัง น้ำเสียงของเธอก็สะดุดลง ร่างบางถูกดึงเข้าไปแนบชิดแผ่นอกกว้าง ลู่ถิงซุกใบหน้าลงกับซอกคอสูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าอย่างไร้เรี่ยวแรง
"ชิงหยวน..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมหู มือหนาโอบกระชับเอวบางแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไป "ผมต้องไปปฏิบัติภารกิจด่วนที่ชายแดนตะวันตก... คืนนี้คงไม่ได้กลับ"
ทัพพีในมือหลินชิงหยวนตกลงกระทบก้นหม้อเสียงดังเบาๆ เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตเป็นประกายไหววับไม่ยอมแพ้ เธอยกมือขึ้นแตะแก้วสากของสามีเบาๆ พลางหัวเราะในลำคอด้วยความขบขันแกมหมั่นไส้
"ทำหน้าเหมือนภรรยาจะถูกทิ้งให้เป็นหม้ายไปได้... ฉันไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกนะลู่ถิง ไปทำหน้าที่ของคุณเถอะ ทางนี้ฉันดูแลตัวเองและบ้านหลังนี้ได้ดีกว่าที่คุณคิดเสียอีก" ชิงหยวนเชิดคางขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากมีความมั่นใจเปี่ยมล้น "อีกอย่าง... พรุ่งนี้ฉันนัดส่งผักล็อตใหญ่ให้พ่อค้าคนกลางในตลาดมืด กำไรก้อนนี้พอจะซื้อวัวเพิ่มได้อีกสองตัวเลยทีเดียว"
ลู่ถิงมองภรรยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งรัก ทั้งหลง และทั้งเป็นห่วงจนแทบคลั่ง ผู้หญิงคนนี้มีความลับมากมายซ่อนไว้ในแววตาคู่นั้น ความฉลาดเฉลียวและฝีปากที่คมกริบยามฟาดฟันกับพวกญาติหน้าเลือดทำให้เขาอุ่นใจเปราะหนึ่ง แต่หัวใจของสามีผู้หวงภรรยาจนเข้ากระดูกดำย่อมไม่อาจวางใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะเมื่อตระกูลหลินฝั่งป้าสะใภ้จอมละโมบยังคงวนเวียนอยู่แถวนี้ราวกับเหลือบไรที่รอวันสูบเลือด
ก่อนก้าวออกจากประตูเรือน ลู่ถิงหันกลับมามองภรรยาเป็นครั้งสุดท้าย เขาหยิบเหรียญตราประจำตัวทหารยื่นใส่มือเรียว "ถ้ามีใครมารังควานอีก ใช้สิ่งนี้ขู่พวกมันได้เลย... และที่สำคัญ" ลู่ถิงโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "ผมทิ้ง 'เงาพยัคฆ์' ไว้คนหนึ่ง เขาจะคอยดูแลความปลอดภัยรอบบ้านโดยที่คุณไม่ทันสังเกต ห้ามดื้อกับเขาล่ะ"
ชิงหยวนเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ทว่ายังไม่ทันได้ซักไซ้ ร่างสูงใหญ่ของสามีก็หายลับไปกับความมืดมดยามพลบค่ำเสียแล้ว
เช้าวันถัดมา บรรยากาศรอบเรือนพักของหลินชิงหยวนเงียบสงบผิดปกติ ทว่าความเงียบนั้นกลับแฝงไว้ด้วยไอสังหารจางๆ ที่ลอยมาตามสายลม ชิงหยวนกำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกผักใบเขียวสดในมิติลับเพื่อเตรียมส่งมอบ ใบหน้าหวานประดับรอยยิ้มพึงพอใจเมื่อเห็นผลผลิตงอกงามเต็มพื้นที่ ทว่าเสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะความสุข
ปึก! ปึก! ปึก!
"หลินชิงหยวน! นังตัวดี! ออกมาพบฉันเดี๋ยวนี้!" เสียงแหลมแสบแก้วหูของหลินชุ่ยเฟิง ป้าสะใภ้จอมละโมบตะโกนแผดลั่นราวกับควายตื่นไฟ ตามมาด้วยเสียงฮือฮาของชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูเหตุการณ์หน้าบ้าน
ชิงหยวนถอนหายใจยาว วางตะกร้าผักลงบนโต๊ะ เธอปัดมือเบาๆ เดินนองหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย เย็นชา และเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน เธอรู้ดีว่าป้าสะใภ้คงได้ข่าวเรื่องที่เธอขายผักได้เงินก้อนโตจึงแห่กันมาไถเงินอีกตามเคย แต่วันนี้... สามีเธอไม่อยู่ ไม่ได้แปลว่าเธอจะยอมให้ใครมาเหยียบย่ำบ้านหลังนี้
เมื่อเปิดประตูรั้วออกไป ภาพที่เห็นคือหลินชุ่ยเฟิงยืนเท้าสะเอวหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโลภ ด้านข้างมีชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงสองคนถือกระบองไม้เดินตามมาสมทบ
"อุ๊ย ลมอะไรหอบป้าสะใภ้ผู้สูงศักดิ์มาถึงเรือนฉันแต่เช้าล่ะเนี่ย?" ชิงหยวนเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานหยดแต่เชือดเฉือนถึงกระดูก "หรือว่ากลิ่นความจนของบ้านตัวเองมันเหม็นจนทนไม่ไหว ถึงต้องมาขอส่วนบุญที่หน้าบ้านคนอื่นอีกแล้ว?"
"นังปากดี!" หลินชุ่ยเฟิงหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่ากราด "สามีแกไม่อยู่ไปราชการชายแดนแล้วไม่ใช่เรอะ! อย่าคิดว่าไม่มีคนคุ้มหัวแล้วฉันจะทำอะไรแกไม่ได้ วันนี้แกต้องคายเงินครึ่งหนึ่งจากการขายผักมาให้ฉัน ไม่งั้นฉันจะหาว่าแกแอบลักลอบค้าขายผิดกฎหมาย ประจานให้แกไม่มีแผ่นดินอยู่!"
ชิงหยวนหัวเราะเสียงใสในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยอย่างอันตราย เธอไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ป้าสะใภ้ทีละก้าว จนอีกฝ่ายต้องผถถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความประหลาดใจ
"ค้าขายผิดกฎหมายงั้นหรือ?" ชิงหยวนยิ้มเย็น "ป้าสะใภ้... สมองป้ามีแต่ขี้เลื่อยหรือไงถึงไม่รู้ว่าตอนนี้ทางการสนับสนุนการเกษตรส่วนบุคคลแล้ว หรืออยากลองชิมก้นรองเท้าคอมแบทของทหารหน่วยรบพิเศษที่สามีฉันทิ้งไว้เป็นของฝากสักที?"
พูดจบ ชิงหยวนก็ยกมือขึ้นตบเบาๆ เป็นสัญญาณ
ฟึบ!
เงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบลงมาจากยอดไม้ข้างบ้านราวกับภูตผี ปลายดาบปลายปืนวาววับจ่อเข้าที่ลำคอของชายฉกรรจ์ทั้งสองคนในเสี้ยววินาทีจนพวกมันหน้าถอดสีเข่าอ่อนล้มลงไปกองกับพื้น ความเงียบกริบเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านที่ยืนมุงดู
หลินชุ่ยเฟิงอ้าปากค้าง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นออร่าสังหารที่แผ่ออกมาจากชายชุดดำ
ชิงหยวนก้าวเข้าไปยืนประชิดตัวป้าสะใภ้ โน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยือกเย็นจนคนฟังขนหัวลุก
"จำไว้... บ้านหลังนี้ ต่อให้สามีไม่อยู่ แต่เงาของเขาก็ยังเหยียบหัวพวกแกได้เสมอ"
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังอยู่ในกำมือของชิงหยวนนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังแทรกเข้ามาจากปากทาง
ชายในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพานิชย์จังหวัดสามคนเดินนำหน้าโดยมีรอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏบนใบหน้า พร้อมกับหมายค้นในมือที่ชูขึ้นสูง
"เรียนคุณหลินชิงหยวน... เราได้รับแจ้งเบาะแสลับว่าบ้านหลังนี้มีการกักตุนสินค้าเกษตรผิดกฎหมายและลักลอบนำเข้าพันธุ์พืชต้องห้าม... เชิญให้ความร่วมมือในการตรวจค้นด้วยครับ"
หลินชิงหยวนหรี่ตามองหมายค้นในมือเจ้าหน้าที่ หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นลายเซ็นคุ้นตาที่มุมกระดาษ... ปมปริศนานี้ถูกดึงตึงจนแทบขาดออกจากกันในพริบตาเดียว!
...แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ลมทะเลพัดรัก
เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์•ตอนที่ 18
เมื่อสามีต้องออกสนามรบแต่ห่วงหลังบ้าน
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!