“ถ้าป้าสะใภ้ยังกล้าเอาปากเน่าๆ มาพูดจาถากถางสวนผักของฉันอีกแม้แต่คำเดียว ฉันจะเอาปุ๋ยหมักสูตรพิเศษราดรดหัวตอไม้แถวนี้ให้หมดเรื่อง หรือไม่ก็ฟ้องร้องข้อหาบุกรุกและหมิ่นประมาทให้ล้มละลายคาโรงพักไปเลยดีไหมครับ... อ้อ ขออภัย พอดีช่วงนี้อารมณ์ศิลปินพลุ่งพล่าน เลยเผลอคิดดังไปหน่อย”
หลินชิงหยวนวางกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ลงบนโต๊ะไม้ไผ่ เสียงกระทบกันดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่กลับเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงกลางความเงียบของลานบ้าน สายตาคมกวาดมองร่างท้วมของหลินชุ่ยเฟิงที่กำลังยืนทำหน้าบิดเบี้ยวอยู่ริมรั้วด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน
นี่คือชีวิตประจำวันในโหมดสโลว์ไลฟ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพของเธอในตอนนี้
แม้ภายนอกจะดูเหมือนหญิงสาวผู้รักความสงบ กำลังง่วนอยู่กับการจัดแต่งกิ่งก้านของ "ดอกเหมันต์สวรรค์" ดอกไม้หายากในมิติลับที่ส่งกลิ่นหอมละมุนช่วยผ่อนคลายระบบประสาท แต่เบื้องหลังรอยยิ้มและกลีบดอกไม้สีพาสเทลเหล่านั้น กลับซ่อนมันสมองระดับอัจฉริยะที่กำลังคำนวณตัวเลขกำไรจากการขยายแฟรนไชส์ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ "เรือนทิพย์รักษ์" ไว้เรียบร้อยแล้ว
หลินชุ่ยเฟิงที่ตั้งใจมาหาเรื่องเพื่อทวงส่วนแบ่งร้านอาหารตามสันดานเดิม ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางสะดุ้งเฮือกยามเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่นั้นที่เต็มไปด้วยประกายความเฉลียวฉลาดและเยือกเย็น ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์หลายครั้งก่อนหน้าที่ตนเองต้องพ่ายแพ้จนหมดรูปและเสียเงินก้อนโตให้หลานสาวนอกไส้คนนี้ ป้าสะใภ้จอมโลภก็พลอยรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
“นัง... ชิงหยวน แกอย่าทำเป็นปากดีให้มากนักนะ!” หลินชุ่ยเฟิงพยายามเค้นเสียงขู่ตะคอกเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว “ธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพของแกจะไปได้สักกี่น้ำเชียว! ของแบบนั้นมันก็แค่กระแสลมพัดผ่าน เดี๋ยวคนก็เบื่อ!”
“ลมจะพัดผ่านหรือเปล่าไม่รู้ครับ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ยอดจองโต๊ะล่วงหน้าสำหรับเดือนหน้าเต็มยาวเหยียดจนครัวแทบระเบิดแล้วล่ะครับ”
เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง ลู่ถิงหยวนปรากฏตัวขึ้นราวกับเทพ守护 (ผู้พิทักษ์) เขาเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยา สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยววัยหนุ่มกวาดมองป้าสะใภ้จอมวุ่นวายด้วยความเย็นชาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
มือหนาเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดหน้าสีสะอาดมาซับเหงื่อบนหน้าผากให้ชิงหยวนอย่างเบามือ ท่าทีอ่อนโยนและเอาใจใส่จนออกนอกหน้าทำเอาหลินชุ่ยเฟิงอิจฉาตาร้อนผ่าว สามีหนุ่มนายทหารอนาคตไกลผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ ทั้งหล่อเหลา ทรงอำนาจ และยังเปย์ภรรยาอย่างไม่มีขีดจำกัด ใครๆ ในอำเภอต่างก็รู้ว่าลู่ถิงหยวนพร้อมจะกวาดล้างทุกคนที่เป็นศัตรูกับหลินชิงหยวนเสมอ
“ถ้าคุณป้าสะใภ้ไม่มีธุระสำคัญอะไรแล้ว เชิญกลับไปเสียเถอะครับ” ลู่ถิงหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากดดันจนคนฟังแทบหายใจไม่ออก “ภรรยาผมกำลังจะเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารกลางวัน เราไม่ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญที่มักจะนำพาพลังงานด้านลบเข้ามาในพื้นที่สีเขียวแห่งนี้”
หลินชุ่ยเฟิงหน้าดำคร่ำเครียด นางอยากจะด่าทอต่อรองหรืออาละวาดให้สมยาก แต่เมื่อเห็นมือหนาของนายทหารหนุ่มที่เผลอกุมด้ามปืนพกข้างเอวโดยไม่รู้ตัว นางก็จำต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ สะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคืองก่อนจะเดินหนีหายลับไปจากรั้วบ้านอย่างรวดเร็ว
ชิงหยวนหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ นางหันไปมองสามีรูปงามที่ยอมลงทุนทิ้งงานในค่ายทหารช่วงพักเที่ยงเพื่อมารับมือกับญาติจอมป่วนให้เธอโดยเฉพาะ
“คุณนี่นะ ขู่เข้มเกินไปหรือเปล่า เดี๋ยวเขาก็หัวใจวายตายก่อนได้เอาเงินมาใช้หนี้เราหรอก” ชิงหยวนเย้าแหย่ พลางยื่นช่อดอกเหมันต์สวรรค์จัดแต่งทรงสวยให้เขา “รางวัลสำหรับคุณสามีผู้พิทักษ์ความสงบเรียบร้อยครับ”
ลู่ถิงหยวนรับช่อดอกไม้มาถือไว้ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสันที่มักจะเคร่งขรึม “สำหรับผมแล้ว ต่อให้ต้องรื้อถอนตระกูลหลินฝั่งนั้นออกไปทั้งตระกูลเพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ปลูกดอกไม้ทำอาหารอย่างมีความสุข ผมก็ยินดีทำทั้งนั้นครับ”
บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานชื่นจนมดแทบขึ้นแปลงดอกไม้ แต่ชิงหยวนยังมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำต่อ นางหันกลับมาให้ความสนใจกับวัตถุดิบอาหารในมิติลับที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาสดๆ ร้อนๆ
สำหรับวันนี้ เมนูไฮไลท์ที่จะใช้เปิดตัวแฟรนไชส์สาขาที่สองคือ "ซุปไก่ตุ๋นโสมพันปีสมุนไพรเจ็ดสี" และ "ข้าวอบใบบัวหอมกรุ่นกลิ่นอายธรรมชาติ" ซึ่งทั้งสองเมนูนี้ไม่เพียงแต่มีรสชาติอร่อยล้ำเลิศจนคนกินต้องน้ำตาไหล แต่ยังมีสรรพคุณทางยาชั้นยอดที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ขับสารพิษ และปรับสมดุลธาตุในร่างกายได้อย่างอัศจรรย์ เป็นสูตรลับเฉพาะที่ได้มาจากตำราเกษตรโบราณในมิติลับของเธอนั่นเอง
ชิงหยวนลงมือเข้าครัวด้วยความคล่องแคล่ว กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและสมุนไพรหายากเริ่มโชยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้าน ลอยข้ามรั้วออกไปจนกระทั่งเพื่อนบ้านใกล้เคียงต่างพากันสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความอยากอาหาร
“กลิ่นหอมอะไรน่ะ... หอมจนแทบจะกลืนน้ำลายตามเลย!”
“นั่นสิ เหมือนกลิ่นยาจีนชั้นดีผสมกับความหอมหวานของเนื้อสัตว์คุณภาพสูง... ร้านของตระกูลลู่เขาทำเมนูอะไรอีกแล้วเนี่ย!”
เสียงซุบซิบดังขึ้นจากชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา แต่ชิงหยวนหาได้สนใจไม่ นางกำลังบรรจงตักซุปสีทองอร่ามลงในหม้อดินเผาใบย่อม ก่อนจะหันไปตระเตรียมเอกสารสัญญาแฟรนไชส์สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ที่จะเดินทางมาเจรจาธุรกิจในบ่ายวันนี้
การขยายแฟรนไชส์ร้านอาหารเพื่อสุขภาพไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ ด้วยคุณภาพสินค้าที่ไร้คู่แข่งและกลยุทธ์การตลาดที่แยบยล ทำให้ธุรกิจของเธอกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด เงินทองไหลมาเทมาจนสามารถซื้อที่ดินแปลงใหญ่เพิ่มได้อีกหลายไร่เพื่อสร้างอาณาจักรเกษตรอินทรีย์ที่สมบูรณ์แบบ
ลู่ถิงหยวนช่วยยกหม้อซุปและสำรับอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะอาหารใต้ร่มไม้ใหญ่
“เอกสารสัญญาของกลุ่มทุนจากเมืองหลวงพร้อมแล้วนะ คุณมั่นใจแค่ไหนว่าพวกเขาจะยอมรับเงื่อนไขผลกำไร 70 ต่อ 30 ของเรา” นายทหารหนุ่มเอ่ยถามขณะรินชาสมุนไพรให้ภรรยา
ชิงหยวนยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ ดวงตาคู่งามเป็นประกายเจ้าเล่ห์ มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างมั่นใจ
“พวกเขามีทางเลือกอื่นเสียที่ไหนล่ะครับ ในเมื่ออาหารของเราเป็นสิ่งเดียวในประเทศนี้ที่สามารถรักษาอาการอ่อนเพลียเรื้อรังของท่านประธานกลุ่มทุนคนนั้นได้... ถ้าพวกเขาอยากมีชีวิตที่ยืนยาว พวกเขาก็ต้องยอมก้มหัวให้เงื่อนไขของฉัน”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวทำให้ลู่ถิงหยวนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะในลำคอ ภรรยาตัวน้อยของเขานับวันยิ่งฉายแววความน่าเกรงขามและทรงเสน่ห์มากขึ้นเรื่อยๆ จนเขาแทบไม่อยากละสายตาไปไหน
ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาอันสงบสุขและกลิ่นหอมของอาหารจานเด็ดที่ลอยตลบอบอวลไปทั่ว ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกรั้วบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ตามมาด้วยเสียงรถยนต์หรูหราหลายคันที่แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าลานบ้าน
ชิงหยวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางวางตะเกียบลงช้าๆ หันไปสบตากับสามี
ผู้มาเยือนกลุ่มใหม่นี้ไม่ใช่กลุ่มทุนจากเมืองหลวงที่นัดหมายไว้ตอนบ่ายอย่างแน่นอน เพราะเวลาเพิ่งจะล่วงเข้าสู่ช่วงสายเท่านั้น และท่วงท่าการก้าวเดินที่หนักแน่นแต่นอบน้อมของคนที่กำลังเดินเข้ามา บ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขาคือคนที่มีอิทธิพลระดับสูงและมาพร้อมกับ "ปัญหา" ชิ้นใหญ่ที่ไม่ธรรมดา
ประตูรั้วเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายชราผมขาวโพลนในชุดสูทจีนโบราณสีเข้ม ใบหน้าเคร่งเครียดไร้รอยยิ้ม แต่ดวงตากลับฉายแววร้อนรนอย่างปิดไม่มิด ข้างกายเขามีบอดี้การ์ดร่างกำยำหลายคนยืนคุ้มกันอย่างแน่นหนา
“ขออภัยที่มารบกวนโดยไม่, ,แจ้งล่วงหน้า... แต่คุณหนูหลินชิงหยวนใช่ไหมครับ? ผมได้รับคำแนะนำมาว่า ที่นี่มีอาหารที่จะช่วยต่อชีวิตภรรยาของผมได้... ได้โปรด ช่วยกรุณาขายสูตรและวัตถุดิบทั้งหมดให้ผมในราคาเท่าไหร่ก็ได้!”
ชายชราโค้งตัวคำนับลงต่ำอย่างหมดฟอร์ม ท่ามกลางความตกตะลึงของลู่ถิงหยวนที่หรี่ตามองด้วยความระแวดระวังทันที
...แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ลมทะเลพัดรัก
เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์•ตอนที่ 19
ช่วงเวลาสโลว์ไลฟ์ที่แฝงไปด้วยความคมคาย
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!