"พวกเขากำลังพูดกันหนาหูในตลาดตำบลแล้วนะแม่หนูชิงหยวน ว่าผักป่าวิเศษที่ร้านเธอเอามาวางขาย แท้จริงแล้วแอบไปเก็บมาจากป่าช้าหลังเขา หุบเขาผีสิงที่มีคนตายโหงซ้ำซาก! ใครกินเข้าไป ระวังวิญญาณจะตามไปหลอกหลอนจนกระอักเลือดตายคาเตียง!"
เสียงตบโต๊ะดังปัง พร้อมกับร่างอ้วนท้วมของเถ้าแก่เฉิน เจ้าของร้านค้าโชห่วยประจำตำบลที่เดินดุ่มๆ เข้ามากลางร้านด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาหรี่เล็กจ้องมองแผงผักสดเขียวขจีราวกับมันเป็นงูพิษ ข้างกายเขามีชายร่างสูงใหญ่สวมหมวกฟางปีกกว้างก้มหน้าหลบสายตา ทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนพวกสุนัขลอบกัดที่เพิ่งทำภารกิจสกปรกเสร็จสิ้น
หลินชิงหยวนที่กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกมะเขือเทศสีดาผลโตจากมิติลับ ชะงักมือลงเล็กน้อย นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาคู่คมกริบกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสองด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความรำคาญใจราวกับกำลังมองแมลงวันที่น่ารำคาญบินตอมตังค์
ในยุคสมัยที่การค้าขายแข่งกันดุเดือดจนเลือดตาแทบกระเด็น การใช้วิธีสกปรกปล่อยข่าวลือเพื่อตัดตอนความสำเร็จของคู่แข่งดูจะเป็นกลยุทธ์ที่พวกสมองกลวงชอบใช้กันนัก สินค้าของนางขายดิบขายดีจนร้านอื่นแทบไม่มีที่ยืน การที่เถ้าแก่เฉินร้อนรนจนต้องวิ่งเต้นปล่อยข่าวทุเรศๆ เช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแม้แต่น้อย
"ป่าช้าหลังเขาหรือครับ เถ้าแก่เฉิน?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากมุมมืดของร้าน ลู่ถิงเฟิงก้าวออกมาจากหลังประตูไม้ด้วยชุดทหารเต็มยศ ไหล่กว้างประดับอินทรธนูสะท้อนแสงไฟตะเกียงวับวับ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนเถ้าแก่เฉินสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดไปสามก้าว ใบหน้าอ้วนเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุคมราวกับเหยี่ยวของนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด
"ผู้กองลู่... ผม... ผมแค่มาเตือนด้วยความหวังดีในฐานะคนรู้จักกันเท่านั้น..." เถ้าแก่เฉินหัวเราะแห้งๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขาเริ่มสั่นพับๆ
"ความหวังดี?" ชิงหยวนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงหวานใสกังวานแต่เย็นเยียบจนคนฟังขนลุกซู่ นางวางมะเขือเทศลงในตะกร้าอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินสาวเท้าเข้าไปใกล้เถ้าแก่เฉินทีละก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจากร่างของนางลอยเข้าจมูกยิ่งทำให้เถ้าแก่เฉินรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก
"เถ้าแก่เฉิน ท่านบอกว่าผักของฉันมาจากป่าช้าหลังเขา งั้นท่านช่วยบอกหน่อยสิครับ... เอ้ย... บอกฉันทีสิคะ ว่าผักที่ใบเขียวชะอุ่ม ไร้รอยแมลงกัดแทะ แถมยังมีพลังงานลมปราณบริสุทธิ์เช่นนี้ จะไปขึ้นอยู่บนดินผีสิงที่แห้งแล้งได้อย่างไร? หรือว่าท่านเคยแอบไปขุดดินแถวนั้นกินมาแล้ว ถึงได้มีสติปัญญาฟั่นเฟือน เอาเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวมาเห่าหอนกลางร้านฉันแบบนี้?"
คำพูดเหน็บแนมที่เชือดเฉือนทำเอาชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่หน้าร้านถึงกับหลุดเสียงหัวเราะพรืดออกมา หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย เพราะในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ใครๆ ก็รู้ว่าผักจากร้านหลินชิงหยวนทำให้ร่างกายแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บหายเป็นปลิดทิ้ง รสชาติก็อร่อยล้ำเลิศจนต่อให้เอาเงินมาแลกก็ไม่ยอม
เถ้าแก่เฉินหน้าดำคร่ำเครียด ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้นเคือง หันไปถลึงใส่ชายสวมหมวกฟางข้างกายที่ยืนก้มหน้าตัวสั่น "ไอ้... ไอ้เด็กนี่! แกกล้าดียังไงมาว่าฉัน! ระวังไว้เถอะ เปิดร้านแข่งกับคนอื่นแบบนี้ อีกไม่นานกรมอนามัยมาตรวจเจอสารพิษในผัก ร้านแกได้ปิดตัวลงอย่างอนาถแน่!"
"โอ้? กรมอนามัยหรือครับ?" เสียงทุ้มของลู่ถิงเฟิงดังแทรกขึ้นทันที พร้อมกับที่ชายหนุ่มก้าวเข้ามาขวางหน้าภรรยาเอาไว้ ร่างสูงใหญ่บังร่างบอบบางของชิงหยวนไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็ก มือหนายื่นไปแตะด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างเป็นธรรมชาติ ทำเอาเถ้าแก่เฉินหน้าถอดสี ขาสั่นจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
"พอดีเลยครับ เถ้าแก่เฉิน..." ลู่ถิงเฟิงแย้มยิ้มเย็นชา ดวงตาคมกริบกวาดมองชายสวมหมวกฟางที่แอบส่งซิกให้เถ้าแก่เฉินเมื่อครู่ "ผมเพิ่งส่งเรื่องให้สหายทางกองทัพช่วยประสานงานกับหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพอาหารระดับจังหวัดมาตรวจสอบความบริสุทธิ์ของผักร้านเราพอดี ในเมื่อท่านมั่นใจนักว่าผักร้านเรามีปัญหา งั้นเรามาเดิมพันกันหน่อยดีไหมครับ?"
"เดะ... เดิมพันอะไร?" เถ้าแก่เฉินเสียงสั่นเครือ
"ถ้าผลตรวจออกมาว่าผักของภรรยาผมสะอาดปลอดภัยและมีคุณภาพเยี่ยมยอดตามมาตรฐาน เถ้าแก่เฉินจะต้องปิดร้านโชห่วยของท่านเป็นเวลาสามเดือนเต็มเพื่อเป็นการขอโทษต่อความเสียหายที่ท่านก่อขึ้น แต่ถ้าหากพบสารพิษจริงอย่างที่ท่านกล่าวอ้าง... ครอบครัวเรายินดีปิดกิจการและชดใช้ค่าเสียหายให้ท่านสิบเท่า เป็นไงครับ ข้อเสนอนี้พอยุติธรรมสำหรับคนปากพล่อยอย่างท่านไหม?"
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมบริเวณหน้าร้านทันที บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ ชาวบ้านต่างกลั้นหายใจ ลุ้นระทึกไปกับเดิมพันครั้งใหญ่ เถ้าแก่เฉินกลืนน้ำลายเหนียวหนืด เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง เขาไม่กล้ารับคำท้า เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่าข่าวลือทั้งหมดตนเป็นคนกุขึ้นมาเพื่อดิสเครดิตร้านของชิงหยวนตามคำไหว้วานของ...
"หึ... คิดว่าใช้กำลังข่มขู่แล้วคนอื่นจะกลัวหรือไง?"
ทันใดนั้น เสียงแหลมแสบแก้วหูของใครบางคนก็ดังแทรกฝูงชนเข้ามา พร้อมกับร่างท้วมของป้าสะใภ้หลินชุ่ยเฟิงที่เดินน치กระแทกกระทั้นเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าถมึงทึง ในมือถือตะกร้าหวายเก่าๆ สภาพมอมแมม นางปรายตามองชิงหยวนด้วยความริษยาและเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง
"ชิงหยวน! นังหลานอกตัญญู! แกคิดจะผูกขาดการค้าในตำบลนี้คนเดียวหรือไง ถึงได้ร่วมมือกับทหารชั่วผัวแกใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงชาวบ้าน! แกดูนี่สิ..." ป้าสะใภ้หยิบห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ออกมาจากตะกร้า แล้วโยนมันลงบนโต๊ะไม้เสียงดังปัง ผงสีขาวปลิวฟุ้งกระจายออกมาเล็กน้อย
"นี่คือผงยาฆ่าแมลงชนิดรุนแรงที่ฉันแอบไปเจอซุกซ่อนอยู่หลังแปลงผักของแก! แกใช้สารเคมีเร่งโตแล้วเอามาหลอกขายชาวบ้าน หน้าเลือดจริงๆ นะแก!"
สิ้นคำพูดของป้าสะใภ้ ชาวบ้านรอบข้างก็เริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกใจ หันมามองชิงหยวนด้วยสายตาเปลี่ยนไปทันที ความลังเลและความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในกลุ่มลูกค้า
หลินชิงหยวนไม่แม้แต่จะชายตามองห่อผงสีขาวบนโต๊ะนั้น นางเพียงแค่ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าสะสวย นางก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของลู่ถิงเฟิง ยืนเผชิญหน้ากับป้าสะใภ้จอมละโมบอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
"ป้าสะใภ้ครับ..." ชิงหยวนเอ่ยเสียงหวานหยด แต่แฝงไปด้วยคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือน "ป้าบอกว่าเจอผงนี้หลังแปลงผักของฉันอย่างนั้นหรือครับ? แปลกจังเลยนะ... แปลงผักของฉันเพิ่งจะติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดพลังงานแสงอาทิตย์เมื่อวานนี้เอง แถมภาพทุกมุมยังถูกบันทึกไว้ในสมาร์ตโฟนของสามีฉันแบบเรียลไทม์เสียด้วยสิครับ"
รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของป้าสะใภ้ชุ่ยเฟิงแข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือกราวกับคนใกล้ตาย
"อยากจะดูภาพบันทึกตอนที่ใครบางคนแอบย่องเข้ามาในยามวิกาล เพื่อเอาผงนั่นไปวางไว้ไหมล่ะครับ?" ลู่ถิงเฟิงหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เลื่อนหน้าจอโชว์คลิปวิดีโอความคมชัดสูงให้เห็นร่างอ้วนท้วมของป้าสะใภ้กำลังก้มๆ เงยๆ ทำลับๆ ล่อๆ อยู่หลังแปลงผักอย่างชัดเจนทุกกระเบียดนิ้ว!
ฝูงชนฮือฮายิ่งกว่าเดิม สายตาทุกคู่เปลี่ยนจากความเคลือบแคลงมาเป็นความรังเกียจและดูถูกเหยียดหยามทันทีที่พุ่งเป้าไปที่ป้าสะใภ้จอมตลบตะแลง
"อีนางเด็กเวรนี่... แก... แกหลุมพรางฉัน!" ป้าสะใภ้กรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง พุ่งตัวหมายจะเข้ามาตบหน้าชิงหยวนด้วยความแค้นเคือง
แต่ทว่า... ก่อนที่มืออวบอ้วนนั้นจะทันได้เฉียดกายชิงหยวน ลู่ถิงเฟิงก็ขยับตัวอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ มือหนาคว้าข้อมือของป้าสะใภ้ไว้แน่นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเบาๆ แรงกดมหาศาลทำให้นางร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด
"บังอาจนัก!" เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวทรงพลังจนพื้นร้านสั่นสะเทือน "กล้าดียังไงมาทำร้ายภรรยาผม!"
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังชุลมุนและทุกคนกำลังตกตะลึงกับภาพตรงหน้า เสียงรถจี๊ปทหารคันเก่งก็เบรกเอี๊ยดลงที่หน้าร้าน ประตูรถถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของนายทหารยศสูงผู้หนึ่งก้าวลงมาพร้อมเอกสารในมือตะโกนเสียงดังลั่น
"ผู้กองลู่! ผลการตรวจสอบคุณภาพผักจากสำนักงานใหญ่มาถึงแล้วครับ! และผลปรากฏว่า..."
...แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ลมทะเลพัดรัก
เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์•ตอนที่ 16
ภัยเงียบจากคู่แข่งทางธุรกิจ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรตบปากญาติขี้อิจกับสามีนายทหารสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!