กระบี่วิปลาสสยบมารกับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 28

ศัตรูที่แท้จริงภายใต้หน้ากาก

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งจนแสบนาสิก ทว่าความเงียบงันที่ปกคลุมซากปรักหักพังของตำหนักร้อยกระบี่กลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ามหันตภัยใดในยุทธภพ เยี่ยหลิงยืนหยัดนิ่งสนิท ร่างกายอาบย้อมไปด้วยโลหิตทั้งของศัตรูและโลหิตจากบาดแผลฉกรรจ์บนแผ่นอก ปลายกระบี่โลหิตในมือสั่นระริกเบาๆ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะแรงกระหายเลือดจากพลังปราณมารที่แผ่ซ่านออกมาจากเบื้องลึกของจิตวิญญาณ รอบกายของเขามีร่างไร้วิญญาณของยอดฝีมือสำนักมารและพรรคอธรรมนับร้อยกองระเกะระกะ ทว่าศึกนองเลือดที่ควรจะจบลงด้วยชัยชนะ กลับทิ้งไว้เพียงความรู้สึกแปลกประหลาดราวกับพวกตนเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกชักใยอยู่บนกระดาน "ระวังตัวหน่อยไอ้หนู ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่น่ารังเกียจ... มันไม่ใช่กลิ่นของมนุษย์ หรือแม้แต่สัตว์อสูรบรรพกาลเช่นข้า" เสียงทุ้มต่ำและกวนประสาทของเจ้าอสูรจันทราดังขึ้นในห้วงจิต มันหยุดพ่นคำถากถางตามนิสัย แล้วแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง เยี่ยหลิงมิได้ตอบคำ สายตาคมกริบดุจคมกระบี่กวาดมองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางม่านหมอกสีดำทมิฬที่ค่อยๆ พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ศิลาอาคมโบราณที่ควรจะดับสูญกลับส่องแสงเรืองรองสีโลหิตขึ้นมาอีกครั้ง ฟึบ! ร่างบอบบางในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะโปรยปรายลงมาเคียงข้างเขา ไป่หลิงเซียนปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติยังคงเรียบเฉยดุจน้ำแข็งพันปี ทว่าเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายอยู่บนหน้าผากเนียนละเอียด และกระบี่เหมันต์ในมือที่สั่นน้อยๆ กลับฟ้องชัดว่านางเพิ่งผ่านศึกหนักมาเช่นกัน "บาดเจ็บหรือไม่..." น้ำเสียงราบเรียบเย็นชา แต่น้ำคำกลับสั่นเครือเล็กน้อยยามที่นางเหลือบสายตามามองแผลฉกรรจ์บนร่างเขา เยี่ยหลิงมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน นัยน์ตาดุดันฉายแววเยาะหยันทั้งฟ้าดิน "แค่รอยข่วนแมว... แต่ดูเหมือนว่าสุนัขรับใช้ที่พวกเราไล่ล่ามาตลอดทาง จะไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงของหมากกระดานนี้สินะ" สิ้นคำพูดของเขา บรรยากาศรอบด้านก็พลันบิดเบี้ยว อากาศธาตุระเบิดออกเป็นริ้วคลื่นพลังสีดำสนิท เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกของมิติ เสียงหัวเราะแหบพร่าและเยือกเย็นดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับมาจากขุมนรกภูมิ "ฮ่าๆๆๆ... สมกับที่เป็นผู้สืบทอดวิชากระบี่โลหิต และทายาทคนสุดท้ายของหุบเขาเหมันต์ สายตาของพวกเจ้าเฉียบคมไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ" เงานั้นก้าวพ้นจากม่านหมอก เผยให้เห็นบุรุษในชุดคลุมสีเทาหม่น สวมหน้ากากไม้แกะสลักรูปอสูรไร้หน้า ทว่าสิ่งที่ทำให้เยี่ยหลิงและไป่หลิงเซียนต้องชะงักงันจนลมหายใจสะดุด คือกลิ่นอายลมปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของมัน... มันคือกลิ่นอายที่คุ้นเคยยิ่ง ยิ่งกว่าเงาของตนเอง! "ท่าน... เป็นไปไม่ได้!" ไป่หลิงเซียนอุทานออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ดวงตาสวยล้ำเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ นางจำกลิ่นอายลมปราณนั้นได้แม่นยำ มันคือวิชาประจำสำนัก... วิชาที่ถูกถ่ายทอดให้เฉพาะผู้นำสูงสุดแห่งหุบเขาเหมันต์เท่านั้น! บุรุษใต้หน้ากากหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มันค่อยๆ ยกมือขึ้นปลดหน้ากากอสูรออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง เยี่ยหลิงหรี่ตาลงคมกริบ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือที่กำกระบี่โลหิตแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เพราะบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้า... คือผู้อาวุโสสูงสุดผู้เป็นเสาหลักแห่งคุณธรรมที่พวกเขาทั้งคู่ให้ความเคารพดั่งบิดาบังเกิดเกล้า! "แปลกใจมากงั้นหรือ เยี่ยหลิง... ไป่หลิงเซียน..." ผู้อาวุโสยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาที่เคยเปี่ยมด้วยความเมตตาบัดนี้กลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความกระหายอำนาจ "ในยุทธภพนี้ มีเพียงการทำลายล้างความสงบปลอมๆ นี้เท่านั้น ถึงจะหลอมรวมพลังปราณฟ้าดินทั้งหมดให้มาอยู่ในกำมือของข้าได้... และพวกเจ้า ก็คือ ‘กุญแจ’ ดอกสุดท้ายที่จะเปิดประตูสู่ขอบเขตเซียนที่แท้จริง!" รังสีอำมหิตพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า แรงกดดันระดับบรรพกาลกดทับลงมาจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ไป่หลิงเซียนกระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็นด้วยความสะเทือนใจและพิษจากลมปราณย้อนกลับ เยี่ยหลิงก้าวออกไปเบื้องหน้า บังร่างของหญิงสาวไว้ด้วยแผ่นหลังอันกำยำ แม้บาดแผลจะสาหัสเพียงใด แต่นัยน์ตาดุดันคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความตาย ปลายกระบี่โลหิตชี้ตรงไปยังอาจารย์ผู้ทรยศ เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันด้วยความเดือดดาล "ไอ้แก่สารเลว... วันนี้ ข้าจะใช้กระบี่ในมือนี้ ส่งเจ้าลงไปชดใช้ให้วิญญาณของผู้บริสุทธิ์นับหมื่นที่ต้องตายเพราะแผนชั่วของเจ้า!" พลังปราณมารและพลังกระบี่โลหิตระเบิดทะลักออกจากร่างของเยี่ยหลิงจนท้องนภาเหนือตำหนักแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะทะยานร่างพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่แท้จริง ผู้อาวุโสกลับยกย่องมุมปากขึ้นอย่างมีเลศนัย พร้อมกับดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง เปรี้ยง! อาคมลับที่ถูกฝังไว้ใต้ร่างของไป่หลิงเซียนส่องแสงสว่างวาบ โซ่ตรวนสีดำทมิฬพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินพันธนาการร่างของนางไว้ในพริบตา พร้อมกับกระบี่เหมันต์ในมือของนางที่หันปลายคมกริบเข้าจ่อที่ลำคอของเยี่ยหลิงเอง! ดวงตาของไป่หลิงเซียนเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก น้ำตาหยดหนึ่งรินไหลลงมาอาบแก้ม นางพยายามต่อต้านฝืนอาคมด้วยลมปราณทั้งหมดที่มีจนกระอักเลือดออกมาอีกรอบ ทว่าเสียงหวานใสกลับเอ่ยขึ้นด้วยความสิ้นหวัง "เยี่ยหลิง... อย่า... ถอยไป..." เยี่ยหลิงชะงักค้างกลางอากาศ ร่างกายหยุดนิ่งสนิท ดวงตาดุดันจ้องมองไปยังปลายกระบี่เหมันต์ที่จ่ออยู่ห่างจากคอหอยเพียงครึ่งนิ้ว โดยมีเงาร่างของอาจารย์ผู้ทรยศยืนยิ้มเยาะอยู่เบื้องหลัง ดั่งมัจจุราชที่กำลังชimรสชาติความพินาศของพวกเขาอย่างเพลิดเพลิน! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และโลดแล่นอยู่ในยุทธภพอันดุเดือดนี้ร่วมกันครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสยบมารกับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%