กระบี่วิปลาสสยบมารกับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 8

ด่านมรณะป่าหมอกมายา

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กลิ่นอายโลหิตและไอเย็นยะเยือกของป่าหมอกมายาไม่ได้ระคายผิวของคนทั้งสองเท่าใดนัก หากแต่ความเงียบงันราวกับหลุมศพเบื้องหน้านี้ต่างหากที่กำลังบีบคั้นจิตวิญญาณจนแทบแหลกสลาย "แม่นางไป่... หากเจ้ายังเดินช้าเช่นนี้ เกรงว่าวิญญาณของอาจารย์ข้าคงได้ยินเสียงถอนหายใจของเจ้าจนรำคาญแล้วกระมั้ง" เยี่ยหลิงกล่าวเย้าแหย่ แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉย ทว่าแววตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์กลับกวาดมองไปรอบกายอย่างระแวดระวัง ปลายกระบี่โลหิตในมือสั่นระริกเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้สายหมอกสีเทาทึบ ไป่หลิงเซียนมิได้เอวาจาโต้ตอบ นางเพียงปรายตาคมปลาบดั่งน้ำค้างแข็งใส่ชายหนุ่ม ก่อนจะก้าวเท้าสืบไปเบื้องหน้าอย่างมั่นคง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่โคจรคุ้ม ร่างกาย แม้ภายนอกจะดูเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ทว่าเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นตามไรผมกลับบ่งบอกว่า จิตใจของนางกำลังเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์อันโหมกระหน่ำไม่แพ้กัน "หึๆๆ เจ้านาย... ข้าว่าเจ้าระวังตัวไว้หน่อยจะดีกว่า หมอกนี่ไม่ใช่หมอกธรรมดา มันคือภาพลวงตาที่กัดกินความทรงจำ หากจิตใจของแม่นางน้ำแข็งผู้นี้เกิดช่องโหว่ขึ้นมา นางคงเป็นคนแรกที่จะควักหัวใจของเจ้าออกมากินสดๆ เพื่อแก้แค้นความปากเสียของเจ้าแน่" เสียงทุ้มต่ำและกวนประสาทของเจ้าอสูรจันทราดังขึ้นในห้วงจิต มันหัวרויฮึฮัมอย่างสำราญใจภายในคมกระบี่ เยี่ยหลิงแค่นหัวเราะในลำคอ "ถ้าชีวะของนางจะตกเป็นของข้าจริง ก็นับว่าเป็นวาสนาสูงสุดในชีวิตจอมกระบี่เช่นข้าแล้ว เจ้าอสูรสารเลว หุบปากแล้วจับตาดูรอบทิศเสีย" ทันใดนั้น ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็พลันบิดเบี้ยว หมอกสีเทาทึบหนาแน่นขึ้นจนกลายเป็นกำแพงศิลาโลหิต เสียงคำรามต่ำราวกับเสียงร้องโหยหวนของภูตผีดังสะท้อนก้องมาจากทุกทิศทุกทาง กลิ่นอายกดดันระดับบรรพกาลแผ่ซ่านเข้าปกคลุมจนลมหายใจสะดุด "ระวัง!" ไป่หลิงเซียนอุทานขึ้นเป็นครั้งแรก ร่างเพรียวบางพุ่งทะยานเข้ามาขวางหน้าเยี่ยหลิงในเสี้ยววินาที ฝ่ามือเรียวดุจหยกสลักซัดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง พลังปราณเหมันต์บริสุทธิ์แปรเปลี่ยนเป็นดอกบัวน้ำแข็งนับพันกลีบ ปะทะเข้ากับเงาร่างมหึมาที่พุ่งทะยานออกมาจากม่านหมอก *ตูมมม!* คลื่นกระแทกสะท้อนก้องป่าหมอก ต้นไม้โบราณนับร้อยปีรอบด้านหักโค่นลงในพริบตา เงาร่างนั้นสะท้อนถอยหลังไปสามก้าว เผยให้เห็นอสูรมายาที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่นัยน์ตาสีแดงฉานคู่นั้นกลับฉายแววคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด หัวใจของเยี่ยหลิงกระตุกวูบ ภาพเบื้องหน้าบิดเบือนกลายเป็นร่างของอาจารย์ผู้ล่วงลับ ใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความเมตตาในอดีต บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและรอยยิ้มเยาะหยัน "เยี่ยหลิง... เจ้ามันศิษย์อกตัญญู ไร้ความสามารถแม้กระทั่งจะปกป้องสำนัก เหตุใดจึงยังมีหน้ามีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีก!" เสียงนั้นก้องกังวานบาดลึกเข้าถึงขั้วหัวใจ ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการสูญเสียถูกกระชากขึ้นมาขยี้ซ้ำอย่างโหดร้าย แขนขาของเยี่ยหลิงหนักอึ้งราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งความผิดบาป พลังปราณในตันtianปั่นป่วนจนกระอักโลหิตออกมาคำโต นี่คือ "ด่านทดสอบจิตใจ" ที่แท้จริง มันไม่ได้ใช้พลังฝีมือในการตัดสิน แต่ใช้ "ปีศาจในใจ" ของผู้บำเพ็ญเพียรมาสังหารเจ้าของร่าง! "อย่าไปมองมัน!" เสียงหวานกังวานดุจระฆังแก้วดังขึ้นข้างหู พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบที่ประทับลงบนฝ่ามือหนา ไป่หลิงเซียนก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง แม้ร่างของนางเองจะกำลังสั่นเทาจากการเผชิญหน้ากับภาพลวงตาแห่งความโดดเดี่ยวและความสูญเสียในอดีตเช่นกัน แต่นางกลับเลือกที่จะแผ่พุ่งพลังปราณเหมันต์เข้ามาปกป้องเส้นชีพจรหัวใจของเยี่ยหลิงไว้ ดวงตาคู่งามที่เคยไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและห่วงใยอย่างสุดซึ้ง "เจ้า... ไป่หลิงเซียน..." เยี่ยหลิงพึมพำยามเมื่อลมหายใจติดขัด "หุบปากแล้วตั้งสติซะ!" นางเอטเสียงเข้ม ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นเครือเล็กน้อย "ข้า... ไม่ยอมให้ใครพรากเจ้าไปจากที่นี่ แม้กระทั่งภาพมายาบ้าๆ นี่ก็ไม่มีสิทธิ์!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่านความมืดมิดในจิตใจ เยี่ยหลิงพลันได้สติ ความเจ็บปวดจากอดีตถูกสะกดข่มลงด้วยสายตาที่มั่นคงของหญิงสาวข้างกาย เขากำรอบด้ามกระบี่โลหิตแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบกลับมาทอประกายดุดันและทะนงองอาจอีกครั้ง "เจ้าพูดถูก... อดีตมันตายไปแล้ว ข้าในวันนี้มิใช่เด็กน้อยที่ไร้พลังในวันนั้นอีกต่อไป!" เยี่ยหลิงแผดเสียงคำรามก้องฟ้า พลังปราณโลหิตระเบิดทะลักออกจากร่างราวกับภูเขาไฟปะทุ ผสานกับพลังเหมันต์บริสุทธิ์ของไป่หลิงเซียนที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อ เคมีแห่งความตายและชีวิต หยินและหยาง หลอมรวมกันจนเกิดเป็นกระแสลมปราณสะท้านภพ ทว่า... ในวินาทีที่ม่านหมอกกำลังจะสลายตัว และทางออกปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เงาร่างปริศนากลับก้าวออกมาจากความมืดมิดอีกสายหนึ่ง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ทำให้เลือดในกายของคนทั้งสองต้องเย็นเฉียบลงทันที "ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง... น่าเสียดายนัก ที่พวกเจ้าจะต้องตายไปด้วยกัน ณ ที่แห่งนี้" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าด่านมรณะครั้งนี้ไปพร้อมกันนะครับ — ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสยบมารกับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%