กระบี่วิปลาสสยบมารกับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 20

การปะทะของยอดฝีมือ

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
"ฮ่าๆๆๆ... เยี่ยหลิง เจ้าหนูโง่เง่า คิดไม่ถึงสินะว่าข้ายังไม่ตาย!" เสียงหัวเราะแหบพร่าดุจเสียงกระดูกเสียดสีกันดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงถ้ำ ม่านหมอกโลหิตพวยพุ่งทะลักทลายออกมาจากเงาร่างอัปลักษณ์นั้น แรงกดดันระดับขอบเขตราชันย์เทพพุ่งทะยานกดทับจนผืนศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ใบหน้าครึ่งซีกที่ถูกไฟผลาญจนเสียโฉมเมื่อร้อยปีก่อน บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นชิงชังจนน่ากลัว "ตงฟางอี้..." เยี่ยหลิงพึมพำชื่อนั้นออกมา แววตาคมกริบดุจใบกระบี่หรี่แคบลง ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อร้อยปีก่อนย้อนกลับมาดั่งคลื่นพายุ บุคคลผู้นี้คือศิษย์พี่ทรยศผู้ลงมือสังหารอาจารย์และขโมยเคล็ดวิชามารโลหิตหนีหายไปในศึกผลาญสวรรค์ ทุกคนต่างคิดว่ามันย่อยยับดับสูญไปพร้อมกับทัณฑ์อัสนีบาตแล้ว แต่บัดนี้มันกลับยืนอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว พร้อมกับกลิ่นอายมารที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมหลายเท่า "ไอ้สารเลวตนนี้นี่หน้าด้านยิ่งนัก ผ่านไปร้อยปีแล้วยังหนังเหนียวเหมือนแมลงสาบไม่เปลี่ยน!" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นในห้วงจิตวิญญาณ เจ้าอสูรจันทราที่สถิตอยู่ในกระบี่โลหิตส่งกระแสจิตกวนประสาทเข้ามา "เยี่ยหลิง เจ้าเด็กโง่ รีบชักกระบี่เสียบพุงมันใหม่อีกรอบสิ ทำให้มันตายสนิทแบบไม่ต้องผุดไม่ต้องเกิดไปเลย!" เยี่ยหลิงไม่ได้ตอบคำโต้เถียงของอสูรในกระบี่ สมาธิทั้งหมดของเขาถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่โลหิตในมือ อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนหยาดน้ำกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ข้างกายเขา ไป่หลิงเซียนขยับกายอย่างแผ่วเบา ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ทอประกายแสงสีครามเยือกเย็น กระบี่เซียนไร้ใจในมือของนางส่งเสียง ‘กริ๊ง’ กังวานใสราศีกุมารีเหมันต์ แม้ใบหน้าของนางจะยังคงเยชาดุจน้ำแข็งไร้ความรู้สึก ทว่าแววตาที่มองไปยังตงฟางอี้กลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แท้จริง นางไม่ชอบความวุ่นวาย และยิ่งเกลียดชังพวกมารที่ใช้เล่ห์กลสกปรก "หลิงเซียน ถอยไปก่อน" เยี่ยหลิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาจ้องเขม็งไปยังเป้าหมาย "หนี้เลือดเมื่อร้อยปีก่อน สมควรชำระด้วยโลหิตของมันเอง" "เจ้ามิใช่ผู้เดียวที่มีสิทธิ์ทวงแค้น" ไป่หลิงเซียนตอบกลับเสียงเรียบ ทว่าเด็ดเดี่ยว นางก้าวขึ้นมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่เขา ปราณเหมันต์และปราณโลหิตผสานหลอมรวมกันเป็นคลื่นพลังตระการตาที่กดดันจนผนถ้ำสั่นสะเทือน "มารผู้นี้รบกวนความสงบในเขตแดนของเรา สมควรตายสถานเดียว" ตงฟางอี้กวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนริมฝีปากที่แห้งผาก "คู่รักคู่แค้น... ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก! คิดว่าพวกเจ้าสองคนร่วมมือกันแล้วจะต่อกรกับข้าในยามนี้ได้กระนั้นหรือ? โง่เขลา! ข้าในวันนี้ได้หลอมรวมแก่นแท้โลหิตสวรรค์ สำเร็จเคล็ดวิชามารอมตะแล้ว!" สิ้นเสียงคำราม ตงฟางอี้สะบัดแขนเสื้อ ทะยานร่างพุ่งทะลวงออกจากปากถ้ำพุ่งตรงสู่ผืนน้ำกว้างใหญ่เบื้องล่างทันที ผิวน้ำทะเลสาบสีนิลเบื้องล่างพลันปั่นป่วน หมอกสีเลือดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับมหาสมุทรทั้งผืนกำลังเดือดพล่านด้วยความโกรธเกรี้ยว "ตามมันไป!" เยี่ยหลิงทะยานร่างตามติดดั่งเงาตามตัว ไป่หลิงเซียนกลายร่างเป็นลำแสงสีครามพุ่งแหวกอากาศตามไปติดๆ ทั้งสองฝ่ายพุ่งปะทะกันกลางเวหาเหนือน้ำ ก่อนจะทิ้งดิ่งลงสู่ผืนน้ำกว้างใหญ่เกิดเป็นเสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น! *ตูมมมมม!* คลื่นน้ำมหึมาสูงเทียมฟ้าถูกซัดสาดกระจายออกไปโดยรอบ แรงปะทะรุนแรงจนผืนน้ำแห้งขอดเป็นวงกว้าง เผยให้เห็นพื้นดินเบื้องล่างที่แตกแยกเป็นร่องลึก ตงฟางอี้ลอยตัวอยู่เหนือผืนน้ำที่กำลังหมุนวนเป็นวังน้ำวนขนาดยักษ์ สองมือของมันกางออก ปราณมารสีดำทมิฬและสีเลือดฉานแผ่ขยายออกปกคลุมรัศมีนับร้อยลี้ เมฆฝนบนท้องฟ้าถูกย้อมเป็นสีแดงฉาน สายฟ้าสีเลือดฟาดผ่าลงมาอย่างไร้ความปรานี "วิชามารโลหิตาลปัตร - หมื่นศพร่ำไห้!" ตงฟางอี้คำรามลั่น ฝ่ามือทั้งสองตบลงบนผืนน้ำ ทันใดนั้น น้ำในทะเลสาบก็พวยพุ่งขึ้นกลายเป็นร่างวิญญาณนับพันตนที่กรีดร้องโหยหวน พุ่งเข้าจู่โจมเยี่ยหลิงและไป่หลิงเซียนจากทุกทิศทุกทาง แรงกดดันจากวิชานี้หนักหน่วงราวดอยสูงทับถม บดขยี้ประสาทสัมผัสจนแหลกสลาย "วิชาเดรัจฉานเช่นนี้ ยังกล้าเอามาอวดอ้างต่อหน้ากระบี่ของข้า!" เยี่ยหลิงแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยัน ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายกกระบี่โลหิตขึ้นเหนือศีรษะ อักขระโบราณนับล้านบนตัวกระบี่เปล่งแสงเจิดจ้า ปราณกระบี่สายหนึ่งระเบิดออกแผ่พุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกเมฆหมอกสีเลือดออกเป็นสองเสี่ยง ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้าไปในฝูงวิญญาณร้าย ราวกับมังกรเพลิงที่โผบินเข้าสู่กองทัพมดปลวก *ฉับ! ฉับ! ฉับ!* ประกายกระบี่สีเลือดสาดส่องสว่างวาบในความมืด ทุกคราที่คมกระบี่วัดผ่าน วิญญาณร้ายเหล่านั้นก็สลายกลายเป็นไอสีดำและจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ความเร็วดุจสายฟ้าฟาดและความเด็ดขาดของเยี่ยหลิงทำให้ตงฟางอี้ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจ "เด็กนี่... เติบโตขึ้นถึงเพียงนี้เชียวหรือ!" ตงฟางอี้กัดฟันกรอด พลังปราณในร่างหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกัน ทางด้านของไป่หลิงเซียน นางเคลื่อนไหวอย่างงดงามราวกับเทพธิดากำลังร่ายรำบนกองหิมะ กระบี่เซียนไร้ใจในมือวาดวงโค้งกลางอากาศ ปราณเหมันต์บริสุทธิ์แผ่ขยายออกแช่แข็งวิญญาณนับร้อยที่พุ่งเข้ามาให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งในพริบตา ก่อนที่ร่างของพวกมันจะแตกละเอียดเป็นผุยผงด้วยการสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียวของนาง ความเยือกเย็นและสง่างามของนางตัดกับความดุดันบ้าคลั่งของเยี่ยหลิงอย่างสิ้นเชิง ทว่ากลับประสานสอดรับกันอย่างไร้ที่ติ ราวกับพายุหิมะและเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำทำลายล้างทุกสิ่งในคราเดียวกัน "เจ้าคนสารเลว วันนี้คือวันตายของเจ้า!" เยี่ยหลิงคำรามลั่น พลังปราณทั้งหมดถูกอัดแน่นลงในคมกระบี่โลหิต ร่างของเขาพุ่งทะลวงผ่านกลางพายุหมุนเข้าประชิดตัวตงฟางอี้ในชั่วพริบตา "คิดจะฆ่าข้า ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!" ตงฟางอี้แผדเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง มันรวบรวมพลังโลหิตทั้งหมดเข้าที่กำปั้นขวา เกิดเป็นหัวกะโหลกโลหิตขนาดมหึมาพุ่งเข้าปะทะกับคมกระบี่ของเยี่ยหลิงตรงๆ *เปรี้ยงงงงง!* การปะทะกันครั้งนี้รุนแรงจนสะเทือนลึกไปถึงบาดาลใต้พิภพ พื้นดินรอบด้านยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึก น้ำในทะเลสาบถูกแรงอัดระเบิดพวยพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศกลายเป็นฝนโลหิตโปรยปรายลงมาทั่วบริเวณ คลื่นกระแทกมหาศาลซัดร่างของทั้งเยี่ยหลิงและตงฟางอี้กระเด็นถอยหลังไปคนละทาง เยี่ยหลิงพ่นโลหิตออกมาคำโต ร่างกายเซถอยหลังไปหลายก้าว ปลายเท้าเหยียบบนผิวน้ำจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกแตกกระจาย ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยความระแวดระวัง ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด และตงฟางอี้กำลังจะรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อโจมตีแก้เกม... จู่ๆ ผิวน้ำเบื้องล่างที่เคยเดือดพล่านกลับนิ่งสงบลงอย่างไร้สาเหตุ ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ บรรยากาศรอบตัวเย็นเฉียบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ตงฟางอี้ที่เมื่อครู่ยังโกรธเกรี้ยวและบ้าคลั่ง กลับชะงักกึก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าแข็งค้าง แววตาของมันฉายแววหวาดกลัวสุดขีด ราวกับเพิ่งตระหนักว่าสิ่งที่มันทำลงไปทั้งหมดเป็นเพียงแค่การปลุก "บางสิ่ง" ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าหลุดพ้นจากการหลับใหล "นะ...นี่มัน..." ตงฟางอี้พึมพำเสียงสั่น ร่างกายสั่นเทิรมน้อยๆ ทันใดนั้น ผืนน้ำเบื้องหน้าก็แยกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ เผยให้เห็น "เงาร่างสีดำสนิท" ขนาดมหึมาที่ค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากก้นบึ้งของบาดาล... และสิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาสสีดำสนิทคู่นั้น คือเงาของเยี่ยหลิงและไป่หลิงเซียนที่กำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความตาย! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิเดือดครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ — ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสยบมารกับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%