กระบี่วิปลาสสยบมารกับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 21

รอยร้าวในค่ายกลมาร

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นดั่งกลีบเหมันต์ที่ถูกย้อมด้วยความตาย กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายทัณฑ์มารที่แผดเผาผืนปฐพีจนแตกระแหงเป็นทางยาว เบื้องหน้าของเยี่ยหลิงในยามนี้คือมหาสมุทรแห่งค่ายกลโลหิตหมื่นศพ อักขระสีดำสนิทนับล้านตัวลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับดวงวิญญาณนับหมื่นกำลังถูกบดขยี้ในขุมนรกโลกันต์ "ฮ่าๆๆๆ! เยี่ยหลิง เจ้าหนูโง่เขลา! คิดว่าถือครองกระบี่โลหิตแล้วจะทะยานพ้นอุ้งมือมารของข้าได้หรือ? ค่ายกลนี้หล่อเลี้ยงด้วยโลหิตบรรพกาล เจ้ารungสูญสิ้นพลังไปครึ่งค่อน ตัวถ่วงข้างกายเจ้าก็ใกล้จะธาตุไฟเข้าแทรกเต็มทีแล้ว!" เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังก้องมาจากความมืดมิดเบื้องบน ราวกับเสียงคำรามของปีศาจเฒ่าที่มองดูเหยื่อดิ้นรนในอ่างน้ำวน เยี่ยหลิงกัดฟันแน่นจนคราบโลหิตไหลซึมออกจากมุมปาก นัยน์ตาดุดันคู่นั้นสะท้อนประกายกระบี่โลหิตในมือที่สั่นระริก ปราณกระบี่ของเขาแผ่ซ่านออกรอบกายจนพื้นศิลาใต้เท้าแหลกละเอียดเป็นผุยผง เขาย่อมรู้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้วิกฤตเพียงใด หากถอยแม้แต่ก้าวเดียว ทุกชีวิตที่ยอมเอาเลือดเนื้อเข้าแลกเพื่อยื้อเวลาเมื่อครู่จะสูญเปล่าทันที "ไอ้แก่ตัณหากลับเอ๊ย! เสียงมันน่ารำคาญเสียยิ่งกว่าอีกาแก่ตัวผู้แย่งซากศพ!" เสียงหัวเราะเยาะหยันดังแว่วมาจากห้วงจิตวิญญาณ เจ้าอสูรจันทราที่ผนึกอยู่ในกระบี่ส่งกระแสจิตเย้ยหยันออกมา "เจ้าเด็กน้อย รีบใช้เคล็ดวิชา 'กระบี่ผ่าสวรรค์' เสียทีสิฟะ! ข้าขี้เกียจฟังเสียงเห่าหอนของพวกมันแล้ว เดี๋ยวขนสีเงินสง่างามของข้าจะพลอยหมองคล้ำไปด้วยมลทินมารพวกนี้!" เยี่ยหลิงมิได้ตอบโต้วาจากวนประสาทของคู่หูบรรพกาล สายตาของเขาเหลือบมองไปยังสตรีผู้ยืนเคียงข้าง ไป่หลิงเซียนในยามนี้ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ถูกย้อมด้วยหยาดเลือดจนกลายเป็นสีแดงชาด ใบหน้างามล้ำเลิศที่เคยเยชาดุจน้ำแข็งไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด ปราณเหมันต์รอบกายของนางปั่นป่วนจนควบคุมไม่ได้ ร่างเพรียวระหงสั่นสะท้านเล็กน้อยยามเมื่อฝ่ามือเรียวยาวต้องกดจุดชีพจรเพื่อสกัดกั้นพิษมารที่กำลังลุกลามเข้าสู่ตันtian (จุดตันเถียน) "ไป่หลิงเซียน..." เยี่ยหลิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน "อย่าห่วงข้า..." นางเอ่ยตอบ เสียงของไป่หลิงเซียนแหบพร่าและเบาหวิวราวกับสายลมที่กำลังจะมลายหายไป แต่นัยน์ตากลมโตคู่สวยที่เคยมองโลกดุจดั่งความว่างเปล่า บัดนี้กลับทอประกายลุ่มลึกและอบอุ่นอย่างยิ่งยวดเมื่อมองสบตาเขา นางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เส้นทางข้างหน้า... ข้าจะเปิดมันออกให้ท่านเอง" "เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้า!" เยี่ยหลิงแค่นเสียงคำรามในลำคอ หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยอันใดเพิ่มเติม ร่างของสตรีผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งกลับพุ่งทะยานออกไปเบื้องหน้าดั่งดาวตกสีเงินยวง! *ฉู่ววว!* เสียงพลังปราณเหมันต์ระเบิดออกสะท้านฟ้าดิน ไป่หลิงเซียนแผดเผาพลังชีวิตและแก่นแท้แห่งวิญญาณเซียนในร่างอย่างไร้ความเสียดาย เพื่อฉีกกระชากม่านค่ายกลมารที่หนาแน่นให้อ้าออกเป็นช่องว่าง อักขระสีดำนับหมื่นที่พุ่งเข้าใส่ร่างนางถูกความเย็นเยือกขั้นสุดยอดแช่แข็งจนกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีดำแล้วร่วงหล่นลงมาแตกละเอียดบนพื้นดิน "ศิษย์พี่ใหญ่! พวกเราขอเอาชีวิตที่เหลือทดแทนบุญคุณท่านอาจารย์ ณ ที่ตรงนี้!" เสียงตะโกนอย่างฮึกเหิมดังขึ้นจากด้านหลัง เหล่าศิษย์น้องร่วมสำนักและสหายร่วมรบราวสิบคนที่เหลือรอด พากันแผดเผาพลังปราณเฮือกสุดท้ายจนทั่วร่างเปล่งแสงสีทองสว่างวาบ พวกเขามิได้ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว กลับพุ่งเข้าโอบล้อมวงค่ายกลมารไว้ด้วยชีวิต ใช้ร่างเนื้อและกระบี่ในมือสร้างเป็นกำแพงมนุษย์ขวางกั้นกองทัพมารนับพันที่กำลังทะลักเข้ามา "พวกเจ้า...!" เยี่ยหลิงเบิกตากว้าง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่างกายชาวาบไปถึงขั้วหัวใจ ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาในห้วงนึกคิด วันที่อาจารย์และสำนักต้องถูกทำลายล้างโดยกลุ่มมารไร้เงา ความรู้สึกไร้พลังและสูญเสียกำลังกัดกินจิตวิญญาณของเขาอีกครั้ง "เยี่ยหลิง! อย่าให้การเสียสละของพวกเขาต้องสูญเปล่า!" เสียงของไป่หลิงเซียนตะโกนลั่นจากใจกลางค่ายกลมาร นางกระอักโลหิตคำโตออกมา ร่างของนางร่วงหล่นลงมาในอ้อมแขนของเขาที่พุ่งเข้าไปรับไว้ได้อย่างเฉียดฉิว พลังเหมันต์ในร่างนางดับวูบลงเหลือเพียงลมหายใจที่แผ่วเบาราวกับเทียนไขยามต้องลมพายุ "เจ้าโง่... ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้..." เยี่ยหลิงโอบกอดร่างอันเย็นเฉียบของนางไว้แนบอก มือข้างหนึ่งกุมกระบี่โลหิตแน่นจนคมกระบี่บาดฝ่ามือ โลหิตสีสดไหลรินผสมปนเปกับหยาดน้ำตาที่ลูกผู้ชายมิอาจกลั้นไว้ได้ "เพราะ... ท่านคือวิถีแห่งกระบี่ของข้า..." ไป่หลิงเซียนแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดและเศร้าสลดที่สุดในรอบหลายร้อยปีของนาง ก่อนที่เปลือกตาคู่สวยจะค่อยๆ ปิดลงอย่างช้าๆ "กร๊าซซซ! ซึ้งน้ำใจกันเสียจริง น่าประทับใจยิ่งนัก! แต่พวกมันก็เป็นแค่เศษสวะที่ต้องตายอยู่ดี!" เสียงคำรามเกรี้ยวกราดดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'มารโลหิตทมิฬ' ผู้นำค่ายกลมารที่พุ่งทะลวงหมอกควันหนาทึบเข้ามา พร้อมกับงלבทวนยักษ์ที่อาบด้วยเปลวเพลิงมาร พลังกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์พุ่งเข้าใส่เยี่ยหลิงและร่างของไป่หลิงเซียนในอ้อมแขนหมายจะบดขยี้ให้แหลกเป็นจุลในคราเดียว! เยี่ยหลิงค่อยๆ วางร่างของไป่หลิงเซียนลงบนพื้นดินอย่างทะนุถนอมที่สุด เขายืนขึ้นช้าๆ ท่ามกลางพายุพลังปราณที่กำลังแปรปรวน นัยน์ตาดุดันคู่นั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายราวกับคนคลั่ง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนกลายเป็นศูนย์องศา "เจ้ามารสารเลว... วันนี้ ข้าจะใช้กระบี่ในมือนี้... ล้างบางพวกมันให้สิ้นซาก!" เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พื้นดินรอบรัศมีร้อยลี้แตกละเอียดเป็นหลุมอึกทึกครึกโครม กระบี่โลหิตในมือสั่นระริกส่งเสียงกรีดร้องดั่งพญามารตื่นจากบรรพกาล ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกเมฆหมอกสีดำทมิฬจนเผยให้เห็นดวงจันทร์สีเลือดสาดส่องลงมายังร่างของเขา ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เยี่ยหลิงกำลังจะเหวี่ยงกระบี่ออกไปเพื่อปลิดชีพศัตรู แสงสว่างสีทองแปลกประหลาดสายหนึ่งก็พุ่งวาบออกมาจากหน้าอกของไป่หลิงเซียนที่นอนหมดสติอยู่เบื้องหลัง อักขระโบราณลึกลับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนลอยวนเวียนอยู่รอบกายของนาง พร้อมกับเสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังขึ้นก้องกังวานในห้วงจิตของเยี่ยหลิง— *"เงื่อนไขแห่งพันธะเซียนมาร... สำเร็จแล้ว..."* ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิอันดุเดือดนี้ไปกับข้าพเจ้าครับ — ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสยบมารกับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%