กระบี่วิปลาสสยบมารกับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 16

อดีตที่หวนคืน

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โลหิตในกายของเยี่ยหลิงกำลังเดือดพล่านราวกับถูกสุมด้วยเพลิงอัคคีบรรพกาล สองตาของเขาสะท้อนภาพร่างอันบอบบางของไป่หลิงเซียนที่สั่นเทิ้ม นางเซียนผู้เคยสูงส่งดุจจันทร์กระจ่างฟ้า บัดนี้กลับทรุดกายลงคุกเข่าบนพื้นศิลาจารึกโบราณ หยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นจากดวงเนตรคู่คมปลาบมิใช่รินไหลด้วยความหวาดกลัวต่อความตาย หากแต่เกิดจากม่านหมอกแห่งความทรงจำอันดำมืดที่ถูกกระชากให้เปิดออก “เจ้าจำมันไม่ได้... หรือแสร้งทำเป็นลืมเลือนกันแน่, หลิวเฟิง?” น้ำเสียงของไป่หลิงเซียนแหบพร่า เลือดสีแดงสดสายหนึ่งไหลซึมจากมุมปากของนาง ขัดแย้งกับไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากการบำเพ็ญเพียรนับร้อยปี เยี่ยหลิงชะงักฝีเท้า ปลายกระบี่โลหิตในมือสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ สัญชาตญาณดิบของจอมยุทธ์เตือนภัยว่าเบื้องหลังความเงียบงันของนางซ่อนมหันตภัยที่อาจพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินไว้ แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... เสียงก้องในห้วงสมองของเขา มันไม่ใช่เสียงของเขาเอง *(“ฮ่าๆๆๆ! ช่างเป็นโชคชะตาอันตลกขบขันสิ้นดี! เจ้าหนู... ในที่สุดกรรมตามสนองก็มาถึงแล้ว วิญญาณที่เจ้าฆ่าล้างโคตรเมื่อสามร้อยปีก่อน บัดนี้กลับมายืนตรงหน้าเจ้าในฐานะสตรีที่เจ้าหลงรักซะแล้ว!”)* เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเจ้าอสูรจันทราดังสะท้อนก้องอยู่ในจิตวิญญาณ ดั่งคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเป็นฉกรรจ์ในอดีต “หุบปากซะ เจ้าสอพลอ!” เยี่ยหลิงคำรามในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่หญิงสาวเบื้องหน้า หัวใจของเขาเจ็บแปล๊บราวกับถูกหัตถ์เพลิงควักออกมาบดขยี้ ภาพนิมิตประหลาดพรั่งพรูเข้าสู่ห้วงนึกคิด—ภาพของทุ่งราบสีเลือด เพลิงสงครามที่เผาผลาญสำนักเซียนหมื่นกระบี่จนราบเป็นหน้ากลอง และร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกกระบี่เล่มหนึ่งเสียบทะลวงอก... กระบี่ที่อยู่ในมือของเขาเองในชาติปางก่อน! “เจ้า...” เยี่ยหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียง “เจ้าคือศิษย์น้องแห่งสำนักกระบี่เมฆา... ผู้ที่ข้าลงมือปลิดชีพด้วยมือของตนเองเพื่อแย่งชิงคัมภีร์บรรพกาล... เช่นนั้นหรือ?” ไป่หลิงเซียนเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบนริมฝีปากของนางช่างน่าเวทนาและงดงามจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ถูกต้อง... หลิวเฟิง ในชาติภพก่อน เจ้าเหยียบย่ำความรัก ความภักดี และชีวิตของทุกคนในสำนักเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งวิถีเซียน เจ้าใช้กระบี่โลหิตนี้สังหารแม้กระทั่งอาจารย์ที่ชุบเลี้ยงเจ้ามา แล้ววันนี้... เจ้ายังกล้าเอ่ยปากถามหาคุณธรรมอันใดจากข้าอีก?” ลมปราณรอบกายของไป่หลิงเซียนแปรปรวนอย่างรุนแรง มวลพายุหิมะสีขาวโพลนก่อตัวขึ้นจากความแค้นฝังหุ่นนับร้อยปี รัศมีแห่งความตายแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วหุบเขาเหมันต์ พื้นศิลาแตกร้าวเป็นทางยาว แรงกดดันระดับบรรพจารย์เทพเซียนกดทับลงบนร่างของเยี่ยหลิงจนกระดูกลั่นกรอบ ทว่า เยี่ยหลิงมิได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ร่างสูงสง่าทะนงตนยืนหยัดต้านทานพายุหิมะด้วยลมปราณโลหิตที่ลุกโชน เขาเข้าใจแล้ว... เข้าใจว่าเหตุใดนางจึงทั้งเย็นชาและหมาngเมินใส่เขาในคราแรก และเหตุใดหัวใจของนางจึงยังคงสั่นไหวทุกครั้งที่กระบี่ของเขาแตะต้องตัวนาง ความแค้นข้ามชาติภพ ความผูกพันที่ถูกถักทอด้วยเลือดและน้ำตา บัดนี้มันถูกวางไว้บนตาชั่งแห่งโชคชะตาที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้บทสรุป “หากชาติตantก่อน ข้าคือปีศาจผู้เหี้ยมโหดที่พรากทุกสิ่งไปจากเจ้า...” เยี่ยหลิงก้าวเข้าไปหาช้าๆ แม้คมกระบี่ของพายุหิมะจะกรีดผิวเนื้อของเขาจนเกิดรอยแผลเลือดซึม แต่แววตาของเขากลับแน่วแน่และลุ่มลึกยิ่งกว่าห้วงสมุทร “เช่นนั้นในชาตินี้... ข้าก็จะยอมให้เจ้าใช้กระบี่เล่มเดียวกันนี้... แทงทะลวงหัวใจข้าเพื่อล้างแค้นเสียสิ!” ไป่หลิงเซียนผวากายเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง นางไม่คาดคิดว่าบุรุษผู้ทะนงตนผู้นี้จะเอ่ยคำพูดที่ยอมจำนนเช่นนี้ออกมา “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ...?” นางกระซิบเสียงสั่น “ใช่ ข้ามันบ้า...” เยี่ยหลิงโน้มตัวลงจนใบหน้าห่างจากนางเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับไอเย็นเยือกบนพวงแก้มของนาง แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกล้ำที่สตรีอื่นไม่มีวันได้เห็น “แต่คนบ้าผู้นี้... จะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าจากไปพร้อมกับความแค้นนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง แม้จะต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน หรือท้าทายทัณฑ์สวรรค์ ข้าก็จะชดใช้ให้เจ้า... ด้วยลมหายใจทั้งหมดที่เหลืออยู่!” บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ราวกับเวลาหยุดเดิน ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่ไป่หลิงเซียนเงื้อมือขึ้นพร้อมกับกระบี่น้ำแข็งคมกริบพุ่งตรงมาที่หน้าอกของเขา ทว่าดวงตากลับเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาที่กลั้นไว้มาเนิ่นนาน— *เปรี้ยง!* ท้องนภายามค่ำคืนเหนือหุบเขาเหมันต์จู่ๆ ก็ผ่าสว่างวาบด้วยสายฟ้าสีทองคำม่วงขนาดมหึมา เสียงคำรามสะท้านภพดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเงาร่างลึกลับนับสร้อยสายที่พุ่งทะยานลงมาจากรอยแยกมิติเบื้องบน แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณจนลมหายใจสะดุด “องค์เทพมาร... พบตัวเป้าหมายแล้ว!” เสียงก้องกังวานดั่งอสนีบาตตะโกนก้อง พร้อมกับกระบี่เล่มหนึ่งที่พุ่งทะลวงตรงมายังแผ่นหลังของเยี่ยหลิงโดยไร้ซุ่มเสียง! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานผ่านแดนเซียนไปพร้อมกับข้าครับ — **ลั่วอสูรหมื่นภูผา**
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสยบมารกับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%