"เงินสองร้อยล้านนั่น... แกเอาไปละลายเล่นกับเศษกระดาษพวกนี้จริง ๆ หรือวะไอ้ธันวา!"
เสียงตวาดด้วยความเหลือเชื่อดังลั่นห้องโถงโล่งกว้างของตึกแถวสามคูหาใจกลางย่านธุรกิจ ประเสริฐ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์พุงพลุ้ยที่เพิ่งได้สติจากการตาค้างเมื่อครู่ กำลังชี้นิ้วสั่นเทาไปยังลังกระดาษนับร้อยใบที่กองระเกะระกะเต็มพื้น ร่างท้วมของเขาไหวโยนตามแรงอารมณ์ ขณะที่ดวงตาเล็กหรี่มองบุรุษหนุ่มตรงหน้าที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบชาใหม่อย่างสบายอารมณ์บนเก้าอี้พลาสติกสีแดงราคาถูก
ธันวา วางแก้วพลาสติกราคาบาทเศษลงบนโต๊ะไม้กระดานเก่า ๆ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองอดีตเจ้าหนี้ผู้เย่อหยิ่งด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก เขาไม่ได้ตอบคำถามในทันi แต่เลือกที่จะปล่อยให้ความเงียบกดดันบรรยากาศจนเสียงเครื่องปรับอากาศเก่า ๆ ที่ส่งเสียงดังครืดคราดกลายเป็นเสียงเดียวในห้อง
ริน ซึ่งยืนเคียงข้างธันวามาตลอดโดยไม่หวั่นแม้ยามตกอับ ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือน "คุณประเสริฐกรุณาลดเสียงลงด้วยค่ะ ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และเงินสองร้อยล้านที่คุณพูดถึง มันถูกเปลี่ยนเป็นกรรมสิทธิ์ของที่นี่เรียบร้อยแล้ว... ในฐานะภรรยาและผู้จัดการส่วนตัวของธันวา ฉันคิดว่าเราไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายแผนธุรกิจให้คนนอกฟังนะคะ"
ประเสริฐหน้าดำคร่ำเครียด กัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน "สามีเธอมันเสียสติไปแล้วริน! ซื้อตึกเก่าโทรม ๆ กลางย่านแพงระยับแบบนี้ แถมยังประกาศว่าจะเปิด 'ร้านสะดวกซื้อ' บ้าบออะไรเนี่ยนะ? หึ ร้านสะดวกซื้อบ้าอะไรมีแต่ชั้นวางบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับทิชชู แถมป้ายหน้าร้านยังเขียนว่า... *'ร้านสะดวกซื้อสติหลุด: ซื้อปุ๊บ บ้าปั๊บ รับประกันความฮา'* แกสมองกลับด้านไปแล้วหรือไงวะธันวา!"
ธันวายิ้มรับคำด่าทอนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทแบรนด์เนมราคาแพงที่เขาเคยสวมใส่ถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดลายการ์ตูนสุดกวนประสาทและกางเกงเลสีสันแสบตา แต่กระนั้น รัศมีความเย่อหยิ่งของอดีต CEO ระดับพันล้านก็ยังคงเปล่งประกายออกมาจนบอดี้การ์ดด้านหลังของประเสริฐต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
"คุณประเสริฐครับ โลกนี้น่ะ คนฉลาดเขารวยกันจนเบื่อแล้ว... ถึงเวลาที่คนบ้าแบบผมจะผูกขาดความสุขของโลกใบนี้บ้างแล้วล่ะครับ" ธันวาเดินเข้าไปใกล้ชายร่างท้วมช้า ๆ กลิ่นอายความกดดันระดับมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา "อีกอย่าง... ระบบของผมมันสั่งมาแบบนี้ ใครจะทำไม?"
[ติ๊ง! ตรวจพบความสงสัยขีดสุดจากเป้าหมายระดับเกรด C (ประเสริฐ) ระบบปลดล็อกภารกิจพิเศษประจำวัน: 'ต้อนรับลูกค้าคนแรกด้วยความปั่นป่วนขั้นสุด']
[เงื่อนไข: พนักงานในร้านต้องเต้นระบำไก่ยางประกอบเพลงลูกทุ่ง นาน 3 นาที มิฉะนั้นเงินในบัญชีจะลดลงครึ่งหนึ่ง!]
เสียงแจ้งเตือนใส ๆ ดังขึ้นในหัวของธันวา ทำให้มุมปากของเขาต้องกระตุกยิ้มกว้างขึ้นไปอีก ชายหนุ่มหันขวับไปมองรินทันที ดวงตาคู่นคมส่งสัญญาณบางอย่างที่ทำให้หญิงสาวผู้รอบคอบถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ
"รินครับ... ถึงเวลาโชว์สเต็ปแดนซ์สะบัดช่อเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของกิจการเราแล้วล่ะครับ" ธันวาเอ่ยหน้าตาย
รินสูดหายใจเข้าลึก ๆ แม้ในใจจะอยากเอาปี๊บคลุมหัว แต่เพื่อชายหนุ่มที่เธอรักยิ่งกว่าชีวิต เธอยอมทำทุกอย่าง... หญิงสาวหยิบ 'ไก่ยางสีเหลืองอ๋อย' ออกมาจากใต้เคาน์เตอร์สองตัว สีหน้าของเธอนิ่งสนิทราวกับหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก แต่ร่างกายกลับเตรียมพร้อมขยับ
พรึ่บ!
เสียงเพลงจังหวะสามช่าเร้าใจดังกระหึ่มขึ้นจากลำโพงบลูทูธราคาถูกที่วางอยู่มุมร้าน รินเริ่มโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเพลงอย่างแข็งขัน มือทั้งสองข้างบีบไก่ยาง *อี๊ดๆ ๆ* ประสานเสียงกับจังหวะเพลงลูกทุ่งสุดมันส์ ภาพสาวสวยสุดเพอร์เฟกต์ดีกรีอดีตเลขาฯ ผู้เคร่งขรึมกำลังเต้นไก่ยางกลางร้านสะดวกซื้อร้าง ๆ ทำเอาประเสริฐและเหล่าบอดี้การ์ดถึงกับอ้าปากค้าง ตาถลน แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"พวก... พวกแกมันคนบ้าสติเฟื่องชัด ๆ! วิกลจริตกันไปหมดแล้ว!" ประเสริฐหวีดร้องด้วยความสยดสยอง เขาไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ประเภทไหนที่รับมือยากและคาดเดาไม่ได้เท่านี้มาก่อนในชีวิต ความร่ำรวยที่ธันวาแสดงออกมาก่อนหน้านี้เริ่มเปลี่ยนภาพลักษณ์ในสายตาของเขา จากนักธุรกิจหนุ่มผู้ปราดเปรื่อง กลายเป็น 'ไอ้โรคจิตกระเป๋าหนัก' ที่น่ากลัวที่สุดในสามโลก
ธันวายืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ เสียงหัวเราะเบา ๆ หลุดออกมาจากลำคอ ขณะที่เขานับถอยหลังเวลาในระบบไปด้วยความสนุกสนาน การได้เห็นคนที่เคยเหยียดหยามตนต้องมายืนอ้าปากค้างดูอะไรไร้สาระแบบนี้ มันคือความสะใจระดับสิบดาวที่เงินซื้อไม่ได้จริง ๆ
*ติ๊ง! ภารกิจสำเร็จ! รางวัล: หุ้นบริษัทคู่แข่งในเครือประเสริฐ 15% ถูกโอนเข้ากรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้างของธันวาที่ฉีกยิ้มจนถึงใบหู เขายกมือขึ้นตบแปะ ๆ เป็นการให้กำลังใจภรรยาคนสวยที่หอบแฮกด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการแดนซ์ไก่ยางสามนาทีเต็ม
"ยอดเยี่ยมมากที่รัก... วันนี้เปิดร้านวันแรก เราคงต้องต้อนรับลูกค้าคนพิเศษเสียหน่อยแล้วล่ะครับ" ธันวาหันกลับมามองประเสริฐที่กำลังจะหันหลังวิ่งหนีออกนอกประตูร้าน
"เดี๋ยวสิครับคุณประเสริฐ... มาถึงร้านสะดวกซื้อทั้งที ไม่คิดจะอุดหนุน 'มาม่ารสหรกเหรอหรอ' สูตรพิเศษเฉพาะของทางร้านหน่อยหรือครับ? รับรองว่ากินเข้าไปแล้ว สมองคุณจะโล่งจนบินได้เลยนะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
ประเสริฐตัวสั่นเทา หันกลับมามองด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด "แก... แกจะทำอะไรฉัน!"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเบรกเอี๊ยดสนั่นหวั่นไหวของรถซูเปอร์คาร์ราคาหลักสิบล้านก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการก้าวลงมาของหญิงสาวในชุดเดรสยาวสีแดงเพลิง ใบหน้างملมคมคายแต่เย็นชาจนยะเยือก เธอคือนักลงทุนสาวผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในภูมิภาคนี้—'คุณหญิงมัสยา' ผู้ที่ไม่เคยไว้หน้าใครหน้าไหนทั้งสิ้น
มัสยาก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทีสง่างาม กวาดสายตาคมกริบมองรอบร้านก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ธันวา รอยยิ้มเยдяเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ "ได้ข่าวว่ามีคนเอาเงินสองร้อยล้านมาละลายเล่นเปิดร้านขายของเด็กเล่นแถวนี้... นึกว่าเป็นใคร ที่แท้ก็คืออดีตสามีผู้ตกอับอย่างเธอนี่เอง ธันวา"
บรรยากาศในร้านลดฮวบลงจนติดลบ ประเสริฐที่กำลังหวาดกลัวธันวาถึงกับตาโตด้วยความลุ้นระทึกเมื่อเห็นแบ็คอัพสุดโหดปรากฏตัวขึ้น
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้งอย่างใจเย็น เขาก้าวเข้าไปหาหญิงสาวผู้มาใหม่ด้วยท่าทีไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
"ยินดีต้อนรับสู่ 'ร้านสะดวกซื้อสติหลุด' ครับคุณมัสยา..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน แต่แววตากลับคมกริบราוחใบมีดโกน "คุณมาก็ดีเลยครับ... พอดีผมกำลังขาดคนช่วยถือตะกร้าสินค้าพอดี สนใจสมัครเป็นพนักงานพาร์ทไทม์กะดึกไหมล่ะครับ? ค่าแรงวันละหมื่น... แต่ต้องใส่ชุดเป็ดน้อยเต้นหน้าตึกนะคร้าบ"
มัสยาหน้าตึงเปรี๊ยะ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหยามเกียรติยศต่อหน้าธารกำนัล เธอยกมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าชายหนุ่มฉาดใหญ่ด้วยความโมโห
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงของมัสยาและบอดี้การ์ดทุกคนก็ดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏข้อความจากธนาคารกลางระบุชัดเจนว่า... *'บัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของคุณ ถูกอายัดโดยผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของกลุ่มบริษัทมัสยา กรุ๊ป เป็นที่เรียบร้อยแล้ว'*
มัสยาชะงักกึก มือที่เงื้อมขึ้นค้างกลางอากาศ ร่างทั้งร่างชาวาบราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสก ๆ เธอกวาดสายตามองหน้าธันวาที่ยืนยิ้มแย้มอย่างใจเย็นด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"คุณ... คุณทำอะไรกับบริษัทฉัน!" มัสยาเสียงสั่นเครือ ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งซีดเผือดไร้สีเลือดในพริบตา
ธันวาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับมัจจุราชทวงวิญญาณ แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำจนคนฟังเข่าแทบทรุด
"ยินดีต้อนรับสู่โลกของคนบ้าครับ... และนี่คือบิลค่าเสียหายใบแรกสำหรับความปากเสียของคุณ"
ธันวายื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงิน เสียบเข้าไปในเครื่องรูดบัตรพกพาที่รินถือรอไว้อย่างรู้ใจ ทันทีที่เสียง *'ติ๊ด! ทำรายการสำเร็จ'* ดังขึ้น พร้อมกับยอดเงินห้าร้อยล้านถูกตัดผ่านฉลุยอย่างง่ายดาย...
รวยจัดจนจุก: ระบบกวนประสาทสั่งให้ผมทำตัวไร้สาระ!•ตอนที่ 5
ร้านสะดวกซื้อป่วนเมือง
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รวยจัดจนจุก: ระบบกวนประสาทสั่งให้ผมทำตัวไร้สาระ! นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!