รวยจัดจนจุก: ระบบกวนประสาทสั่งให้ผมทำตัวไร้สาระ!•ตอนที่ 6

ลูกค้าหน้าตายเจอระบบมหาอำนาจ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
เครื่องรูดบัตรพกพาราคาถูกในมือรินส่งเสียงกรี๊ดร้องสั้นๆ เป็นสัญญาณยืนยัน *“ติ๊ด! ทำรายการสำเร็จ”* บนหน้าจอดิจิทัลขนาดจิ๋วปรากฏตัวเลขยอดเงินห้าร้อยล้านบาทถ้วน สะท้อนเข้ากับนัยน์ตากลมโตของเธอที่เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ก่อนที่ความตื่นตะลึงจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก รินไม่ได้ปริปากพูดอะไรสักคำ เธอเพียงแต่ดึงบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงินคืนมาด้วยความนุ่มนวล แล้วบรรจงส่งมันกลับคืนสู่มือของธันวา ผู้ชายที่ยืนทำหน้าตายราวกับว่าเมื่อครู่เขาแค่เพิ่งจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวชามละห้าสิบ ไม่ใช่การโอนเงินจำนวนเท่ากับงบประมาณสร้างโรงพยาบาลขนาดย่อม “เรียบร้อยแล้วค่ะ... อ๊ะ หมายถึง เรียบร้อยแล้วครับ นายท่าน” รินแก้คำพูดตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังอยู่ท่ามกลางบรรยากาศสุดประหลาดที่ธันวาเป็นคนกำหนดขึ้น ธันวารับบัตรใบนั้นมาหมุนเล่นระหว่างนิ้วเรียวยาวอย่างไร้ความใส่ใจ สายตาคมกริบของอดีต CEO ผู้เคยคุมอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน กวาดมองไปรอบๆ ร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กที่ตอนนี้กลายเป็นเวดดิ้งสตูดิโอชั่วคราวตามอำเภอใจของระบบกวนประสาท พื้นห้องปูทับด้วยพรมแดงราคาแพงลิบลิ่ว ผนังร้านถูกประดับประดาด้วยดอกไม้สดนำเข้าจากต่างประเทศนับพันดอก ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลตัดกับกลิ่นมาม่าคัพบนชั้นวางสินค้าอย่างสิ้นเชิง และตรงหน้าของพวกเขาในตอนนี้ คือเป้าหมายใหม่ที่ระบบเพิ่งส่งเสียงแจ้งเตือนดัง *ติ๊ง!* เข้ามาในสมองของธันวาเมื่อสามนาทีที่แล้ว [ภารกิจพิเศษฉุกเฉิน: ลูกค้ากระเป๋าหนักผู้ไร้รอยยิ้ม!] [รายละเอียด: คุณชายทรงโตผู้เย่อหยิ่งจากตระกูลดัง กำลังจะเข้ามาซื้อของชิ้นเล็กที่สุดในร้าน แต่เขาติดโรค 'หน้าตายไร้อารมณ์' ขั้นรุนแรง หากโฮสต์ไม่สามารถทำให้เขาหัวเราะก๊ากออกมาได้ภายในสามนาที เงินห้าร้อยล้านที่เพิ่งรับมาจะถูกริบ และโฮสต์จะต้องใส่ชุดมาสคอตเป็ดเหลืองเต้นระบำหน้าเซเว่นเป็นเวลาสามวันสามคืน!] [บทลงโทษหากล้มเหลว: ความอับอายระดับชาติและการสูญเสียทรัพย์สิน] ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายังจำเสียงหัวเราะเยาะของญาติสนิทมิตรสหายในวันที่เขาถูกเตะกระเด็นออกจากตำแหน่ง CEO ได้ดี พวกเขาคิดว่าธันวาเป็นไอ้ขี้แพ้ที่หมดอนาคต แต่ใครจะรู้เล่าว่า การตกอับครั้งนั้นจะทำให้เขาได้รับ 'ระบบตลกรับประทาน' ที่พร้อมจะบันดาลความร่ำรวยมหาศาล แลกกับการทำตัวให้ไร้สาระที่สุดเท่าที่จะทำได้ กรุ๊งกริ๊ง! เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูร้านดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดของธันวา ร่างสูงโปรดปรานของชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปย่างก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งราวกับเป็นเจ้าของแผ่นดิน ใบหน้าของเขานิ่งสนิทไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดวงตาคมปลาบกวาดมองบรรยากาศสุดพิลึกพิลั่นในร้านด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ชายคนนั้นคือ 'ภาคิน' ทายาทลำดับที่หนึ่งของกลุ่มบริษัทนำเข้ารถยนต์รายใหญ่ ซึ่งบังเอิญเป็นหนึ่งในคนที่เคยร่วมลงขันกันถีบธันวาออกจากเก้าอี้ผู้บริหารเมื่อครึ่งปีก่อน ภาคินชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าธันวาชัดเจน รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด ทว่ามันก็จางหายไปอย่างรวดเร็วเหลือไว้เพียงความว่างเปล่าตามความเคยชินของคนตระกูลใหญ่ที่ถูกฝึกให้ไร้อารมณ์ “โอ๊ะโอ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็อดีตท่านประธานธันวาผู้ยิ่งใหญ่ ที่ตอนนี้ผันตัวมาเป็น... พนักงานร้านขายของชำชั้นต่ำนี่เองสินะ” ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ลากเสียงยาวอย่างจงใจเหยียดหยาม “สภาพดูไม่จืดเลยนี่ หึ... มายืนขายลูกอมแลกเศษเงินเหรอครับ?” รินที่ยืนอยู่ข้างธันวาขยับตัวเล็กน้อย แววตาของเธอฉายแววโกรธเกรี้ยวจนน่ากลัว มือเรียวกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ เธอยังจำได้ดีว่าตอนที่ธันวาล้มละลาย ภาคินนี่แหละคือคนที่เดินมาตบไหล่แล้วหัวเราะเยาะใส่หน้าเขาอย่างไร้ความปรานี รินเตรียมจะก้าวออกไปปกป้องชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจของเธอ แต่ธันวากลับยกมือขึ้นขวางเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และสติปัญญาที่เหนือกว่าคนตรงหน้าหลายขุม “ยินดีต้อนรับครับคุณภาคิน ลมอะไรหอบท่านประธานผู้ทรงเกียรติมาเหยียบร้านกระจอกๆ ของผมล่ะครับเนี่ย” ธันวาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกวนประสาทไว้เต็มเปี่ยม สายตาของเขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ แอบนับถอยหลังเวลาในระบบที่เหลืออยู่อย่างใจเย็น ภาคินแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ “ฉันไม่ได้มาซื้อของไร้สาระแบบนายหรอกนะธันวา ฉันแค่ผ่านมาแถวนี้แล้วเห็นร้านประหลาดๆ เลยแวะมาดูให้เป็นบุญตา... ว่าแต่ นายมี 'หมากฝรั่ง' รสชาติปัญญาอ่อนอะไรขายบ้างล่ะ เผื่อฉันจะซื้อไปเคี้ยวเล่นแก้เบื่อเวลาเห็นคนตกอับ” ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของธันวาอีกครั้ง [ติ๊ง! เงื่อนไขเป้าหมายตรงตามล็อก: ภาคิน ทายาทตระกูลภาคิณทร์ มีดัชนีความเครียดและโรคหน้าตายระดับสิบ เริ่มต้นปฏิบัติการ 'ทำให้หัวเราะหรือเตรียมเป็นเป็ดเหลือง' ได้ ณ บัดนี้!] ธันวาหรี่ตามองภาคินอย่างพินิจพิเคราะห์ เขารู้ดีว่าคนประเภทนี้มีความอีโก้สูงลิ่ว การจะทำให้หัวเราะด้วยมุกตลกฝืดๆ หรือการเล่นตลกคาเฟ่ทั่วไปไม่มีทางได้ผล ภาคินมีเกราะป้องกันทางอารมณ์ที่หนาเตอะจากการถูกหล่อหลอมให้ต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลา มีวิธีเดียวเท่านั้น... คือการทำลายเกราะนั้นด้วยความไร้สาระขั้นสุดยอดที่คาดไม่ถึง “หมากฝรั่งเหรอครับ?” ธันวาทวนคำ รอยยิ้มกริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย “ร้านเราไม่มีหมากฝรั่งธรรมดาหรอครับคุณภาคิน... แต่เรามี 'หมากฝรั่งกู้ชาติ' ที่ต่อให้คุณเคี้ยวแล้วกลืนลงไป มันก็จะแปลงร่างเป็นเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบินวนอยู่ในท้องของคุณทันที สนใจไหมครับ?” ภาคินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความงุนงง ดวงตาคมจ้องมองธันวาด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังมองคนบสติหลุด “แกพูดบ้าอะไรของแกธันวา สมองกระทบกระเทือนจากการตกเก้าอี้ประธานบริษัทมาหรือไง ถึงได้เพ้อเจ้ออะไรแบบนี้ ออกมานี่ ฉันจะซื้อลูกอมสักเม็ดแล้วรีบไปให้พ้นๆ หน้าพวกชั้นต่ำอย่างพวกแกซะที” “ช้าก่อนครับคุณภาคิน” ธันวาไม่เพียงแต่ไม่ถอย เขายังเดินเข้าไปประชิดตัวทายาทมหาเศรษฐีด้วยท่าทางอุกอาจ มือหนาคว้าเอา ‘กางเกงในลายเป็ดสีเหลืองสะท้อนแสง’ ที่ระบบเพิ่งเสกขึ้นมาวางไว้บนเคาน์เตอร์เมื่อวินาทีที่แล้วขึ้นมาถือไว้ในระดับสายตาอย่างหน้าตาเฉย รินที่ยืนมองอยู่ข้างหลังถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนเกือบจะหลุดอุทานออกมา ส่วนภาคินผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าที่เคยนิ่งสนิทเริ่มกระตุกด้วยความตกใจระคนรังเกียจ “นี่... นี่มันอะไรวะ! แกเอาเสื้อผ้าทุเรศๆ แบบนี้มาโชว์ฉันทำไม!” ภาคินตวาดเสียงแข็ง เริ่มสูญเสียการควบคุมท่าทีเย่อหยิ่งของตนเองทีละน้อย ธันวาฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน เขาชูกางเกงในเป็ดน้อยขึ้นสูงราวกับมันเป็นคريมเพชรราคาแพงล้ำค่า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังพรีเซนต์โปรเจกต์ร้อยล้าน “นี่ไม่ใช่กางเกงในธรรมดานะครับคุณภาคิน... นี่คือ ‘เกราะป้องกันภัยพิบัติระดับจักรวาล’ ที่ออกแบบมาเพื่อท่านประธานผู้สูงส่งโดยเฉพาะ! หากท่านสวมกางเกงในตัวนี้ไว้ข้างนอกชุดสูท Armani ตัวแพงของท่าน รับรองว่าต่อให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ หรือแผ่นดินไหวแปดริกเตอร์ ท่านก็จะปลอดภัยอย่างไร้รอยขีดข่วน แถมยังบินได้เหมือนซูเปอร์ฮีโร่ด้วยนะครับ!” ภาคินยืนนิ่งค้างไปสนิท สมองของเขาประมวลผลคำพูดอันไร้สาระเหล่านั้นไม่ทัน ภาพของอดีต CEO ผู้เคยทรงอำนาจกำลังยืนถือบ็อกเซอร์ลายเป็ดสีเหลืองอ๋อยแล้วพูดจาเพ้อเจ้อราวกับคนบ้าในโรงพยาบาลจิตเวช มันช่างเป็นภาพที่ขัดแย้งกันจนเกินกว่าจะหาคำบรรยายใดๆ มาเปรียบเปรย รินที่พยายามกลั้นขำมาตลอดเริ่มไหล่สั่นเทา เธอต้องเอามือปิดปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงหัวเราะหลุดลอดออกมา ในขณะที่ภาคินกำลังอ้าปากจะด่าทอด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบที่สุด ธันวากลับไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาดึงกางเกงในตัวนั้นขึ้นมาสวมทับบนศีรษะของตัวเองอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ พร้อมกับทำท่าทางบินเลียนแบบซูเปอร์แมนแล้วส่งเสียงร้อง “แอ๊กๆๆ ก้าบๆๆ! บินไปเลย เป็ดน้อยพิทักษ์โลก!” ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุมร้านสะดวกซื้อ... ก่อนที่ภาคินจะทนไม่ไหวอีกต่อไป กำแพงแห่งความเย่อหยิ่งและมาดมั่นที่สะสมมาทั้งชีวิตพังทลายลงในพริบตา “ฮ่าๆๆๆๆๆ! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ!” เสียงหัวเราะก๊ากดังลั่นออกมาจากลำคอของทายาทตระกูลภาคิณทร์อย่างไม่อาจสะกดกลั้น ภาคินหัวเราะจนตัวงอ น้ำตาเล็ดไหลพรากออกมาจากหางตา เขาทรุดตัวลงไปนั่งกุมท้องพิงชั้นวางมาม่าคัพด้วยความขบขันจนแทบขาดใจ ภาพลักษณ์คุณชายผู้สูงศักดิ์มลายหายไปสิ้นเหลือเพียงชายหนุ่มที่กำลังหัวเราะเหมือนคนเสียสติ [*ติ๊ง!* ภารกิจสำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม! เป้าหมายหัวเราะเกินพิกัดสามสิบวินาที!] [ระบบทำการโอนเงินรางวัลพิเศษ ห้าพันล้านบาท เข้าสู่บัญชีธนาคารส่วนตัวของโฮสต์เรียบร้อยแล้ว!] เสียงแจ้งเตือนความสำเร็จดังขึ้นในหัวของธันวา พร้อมๆ กับที่รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาค่อยๆ ดึงกางเกงในเป็ดน้อยออกจากหัว จัดแต่งทรงผมให้เข้าที่อย่างใจเย็น แล้วมองดูภาคินที่ยังคงหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดงอยู่บนพื้นพรม ทว่า ในจังหวะที่ธันวากำลังจะหันไปยิ้มรับชัยชนะกับรินนั้นเอง เสียงฝีเท้ารatวรัวและหนักแน่นนับสิบก็ดังขึ้นจากด้านนอกร้าน ประตูบานกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทสวมแว่นกันแดดปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ท่าทางคุกคามและบรรยากาศอันตรายแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในร้านลดฮวบลงทันที ชายผู้เป็นหัวหน้าการ์ดก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าธันวา ดวงตาภายใต้แว่นดำกวาดมองสภาพของภาคินที่ยังนอนหัวเราะอยู่บนพื้น ก่อนจะหันมาจ้องเขม็งใส่ธันวาด้วยรังสีอำมหิต “ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” หัวหน้าการ์ดเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำต้อยแต่แฝงความน่ากลัว “คนที่พวกเราส่งไปจัดการกวาดล้างทรัพย์สินที่เหลือทั้งหมดของตระกูลธันวาเมื่อเช้า... รายงานกลับมาว่า พวกเขาพบ ‘ตู้เซฟปริศนา’ ที่ไม่มีใครสามารถเปิดได้ในห้องทำงานเก่าของตระกูลท่าน และข้างในนั้น... มีตราประทับลับที่สามารถยึดครองหุ้นทั้งหมดของกลุ่มบริษัทภาคิณทร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านศาลครับ!” รินสะดุ้งสุดตัว หันขวับมามองธันวาด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อ ส่วนรอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของธันวาค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตานิ่งสนิทที่ลẫกลึกและทรงพลังราวกับพญายมที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล —-------------------------------------------------- (ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมหัวเราะไป1บรรทัดสั้นๆ จากใจ "ฮาไม่จำกัด" ครับ)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รวยจัดจนจุก: ระบบกวนประสาทสั่งให้ผมทำตัวไร้สาระ! นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%