"คุณธันวาคะ... เอาจริงหรือคะเนี่ย?"
เสียงหวานเจือความกังวลของรินดังขึ้น พร้อมกับเอกสารโครงการในมือที่สั่นน้อยๆ ดวงตาคู่สวยมองหน้าชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเจ้านาย อดีตคู่ชีวิตทางธุรกิจ และคนที่เธอปักใจรักมาเนิ่นนานด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก เธอยืนอยู่กลางห้องทำงานขนาดกะทัดรัดที่ตอนนี้เต็มไปด้วยกล่องลังกระดาษ เพราะบริษัทเก่าของพวกเขากำลังจะถูกยึดในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แต่คนที่ควรจะเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับกลับกำลังนั่งไขว่ห้างฮัมเพลงลูกทุ่งเสียงหลง พร้อมกับจิ้มโทรศัพท์มือถือเล่นเกมจับคู่หน้าตาเฉย
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากจอสมาร์ทโฟน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเกียจคร้าน เขาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ที่มีรอยขีดข่วน แล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้หญิงสาว
"เรื่องใหญ่อย่างการทำมาหากิน จะให้ผมล้อเล่นได้อย่างไรล่ะครับคุณริน" ธันวาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความกวนประสาทไว้เต็มเปี่ยม สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ฉายแววเหนื่อยล้า เธออยู่เคียงข้างเขามาตั้งแต่วันที่บริษัทมีมูลค่าหลายร้อยล้าน จนกระทั่งวันนี้วันที่เหลือแค่ศูนย์... ไม่สิ เหลือน้อยกว่าศูนย์เสียด้วยซ้ำเพราะหนี้สินรุงรัง แต่เธอก็ยังไม่ไปไหน
ในอกของธันวาอดีต CEO ผู้หยิ่งผยองรู้สึกไหววูบเล็กน้อย ระบบ 'ตลกรับประทาน' ที่เพิ่งตื่นขึ้นมาเมื่อวานนี้ ทำให้ชีวิตของเขากลายเป็นเรื่องตลกคาเฟ่ แต่วันนี้ เขากลับไม่อยากให้รินต้องมารับความเสี่ยงกับความไร้สาระของระบบนี้
[ติ๊ง! ตรวจพบความลังเลของโฮสต์! ระบบขอแจ้งเตือนภารกิจเร่งด่วน: จงตั้งชื่อบริษัทใหม่ด้วยชื่อที่ไร้สาระที่สุด และให้ 'ริน' เป็นคนอนุมัติแผนธุรกิจสุดกาว! รางวัล: เงินสด 50 ล้านบาทเข้าบัญชีส่วนตัวทันที และปลดล็อกฉายา 'เจ้าพ่อคาเฟ่ตกอับ']
เสียงแจ้งเตือนจากระบบกวนประสาทดังขึ้นในหัวจนธันวาเกือบจะหลุดหัวเราะพรืดออกมา เขาเหลือบมองหน้าจอโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นเฉพาะตัวเขาเอง ก่อนจะหันกลับมามองรินที่กำลังก้มลงมองเอกสารในมือต่อ
"ไหนลองบอกผมหน่อยสิครับคุณริน ที่คุณนั่งกุมขมับอยู่เมื่อครู่ คุณกำลังเครียดเรื่องที่เราจะเอาเงินที่ไหนไปตั้งบริษัทใหม่ หรือเครียดว่าพรุ่งนี้เราจะเอาอะไรกินดี?" ธันวาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มทะเล้น
รินถอนหายใจยาวเหยียด เธอยอมวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ แล้วเงยหน้าสบตาชายหนุ่มตรงๆ แววตาของเธอมุ่งมั่นและจริงจังอย่างยิ่ง "รินไม่ได้เครียดเรื่องปากท้องหรอกค่ะ ธันวาก็รู้ว่ารินเก็บเงินสำรองไว้ส่วนหนึ่ง... รินเครียดว่าไอ้แผนธุรกิจที่คุณร่างมาเมื่อคืนต่างหากล่ะคะ"
"อ้าว แผนธุรกิจระดับมหาเศรษฐีร้อยล้าน(ในจินตนาการ) มีปัญหาตรงไหนหรือครับ?"
"ปัญหาตรงไหนน่ะหรือคะ?" รินทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความเหลืออด เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาสะบัดเบาๆ "บริษัทผลิต 'หมอนข้างติดระบบกันเหงาและระบบด่าทออัตโนมัติ' เนี่ยนะจ๊ะธันวา? นี่คุณจะเปิดบริษัทเทคโนโลยีหรือจะเปิดสำนักร่างทรงคะเนี่ย แล้วดูชื่อบริษัทสิ... 'บริษัท รวยแบบงงๆ จำกัด' แถมสлогаนประจำบริษัทคือ *รวยเพราะบ้า กล้าเพราะจน*... คุณเอาสมองส่วนไหนคิดเนี่ย!"
ธันวาหัวเราะร่วนในลำคอ ท่าทางสบายๆ ของเขาไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดูจริงจังขึ้นเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว จนรินต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงาน แววตาของเธอไหววูบเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชิดกัน
"ผมใช้หัวใจคิดครับ... และที่สำคัญที่สุด ผมใช้สมองของเลขาฯ ที่สวยและฉลาดที่สุดในสามโลกอย่างคุณช่วยขัดเกลาไงล่ะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
รินหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยแต่ไม่ได้ผลักไส มือบางกำชายเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น "อย่ามาหยอดคำหวานตอนนี้นะคะ... ถึงรินจะรักคุณ ยอมแม้กระทั่งลาออกจากตำแหน่งเลขาฯ เงินเดือนหลักแสนมานั่งกินแสมกับน้ำพริกกับคุณ แต่เรื่องธุรกิจเราต้องคุยกันให้รู้เรื่องนะคะ ธันวา"
ประโยคหลังของเธอเต็มไปด้วยความจริงจังและห่วงใย ธันวารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากตัวหญิงสาว เขารู้ดีว่ารินเสียสละเพื่อเขามากแค่ไหน ในขณะที่เพื่อนร่วมงานคนอื่นต่างพากันวิ่งหนีราวกับเรือกำลังจะจม มีเพียงผู้หญิงคนนี้ที่ยังกางร่มคอยบังแดดบังฝนให้เขา แม้ว่าร่มคันนั้นจะขาดวิ่นเต็มทีแล้วก็ตาม
[ระบบตรวจพบความจริงใจของนางเอก! ความสัมพันธ์แตะระดับ 'รักแท้ในยามวิกฤต'! ทำการคอมโบโบนัสพิเศษ: เพิ่มเงินรางวัลภารกิจเป็น 100 ล้านบาททันที และระบบจะทำการจดทะเบียนบริษัท 'รวยแบบงงๆ จำกัด' ให้โดยอัตโนมัติ!]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวอีกระลอก พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารในโทรศัพท์มือถือของธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น *ติ๊ง!*
รินขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินเสียงข้อความเข้า เธอหันไปหยิบโทรศัพท์ของธันวาขึ้นมาดูด้วยความสงสัยตามสัญชาตญาณของเลขาฯ เก่า และทันทีที่เห็นตัวเลขบนหน้าจอ ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า มือเรียวเล็กสั่นระเทิร0นจนเกือบทำโทรศัพท์ร่วงหล่นลงพื้น
"ธะ... ธันวาคะ..." รินเสียงสั่นเครือ ชี้หน้าจอโทรศัพท์ให้ชายหนุ่มดู "นี่... นี่มันเลขศูนย์กี่ตัวคะเนี่ย? เงินใครโอนเข้ามา หนึ่งร้อย... หนึ่งร้อยล้านบาท?!"
ธันวายิ้มกริ่มอย่างผู้กำชัยชนะ เขายื่นมือไปหยิบโทรศัพท์คืนมาด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับว่าเงินร้อยล้านนั้นเป็นเพียงเศษเหรียญในกระเป๋าเสื้อกั๊ก
"เงินทุนบริษัทของเราไงครับคุณริน" ธันวาตอบหน้าตาเฉย
"บริษัทอะไรจะมีเงินทุนตั้งต้นร้อยล้านตั้งแต่ยังไม่จดทะเบียนแถมทำธุรกิจขายหมอนข้างบ้าบอแบบนี้คะ! คุณไปปล้นแบงก์ไหนมา หรือว่าคุณไปกู้หนี้นอกระบบแก๊งไหนมา บอกรินมาเดี๋ยวนี้นะคะ!" รินเริ่มลนลาน คว้าแขนเสื้อของเขาเขย่าไปมาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานซีดเผือดด้วยความกลัวว่าชายหนุ่มจะไปทำเรื่องผิดกฎหมาย
"ผมไม่ได้ปล้นใครหรอกครับ... นี่คือทุนสนับสนุนจาก 'เทพเจ้าแห่งความกวน' ต่างหากล่ะครับ" ธันวาหัวเราะร่า
ก่อนที่รินจะได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และยังไม่ทันที่ทั้งสองจะอนุญาต ประตูห้องทำงานเก่าๆ ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
ร่างท้วมของ 'ประเสริฐ' อดีตหุ้นส่วนผู้ทรยศ ที่ร่วมมือกับคู่แข่งฮุบกิจการบริษัทเก่าของธันวา เดินย่างสามขุมเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ถือวิสาสะกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยท่าทีดูถูกเหียดหยาม ด้านหลังมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์สวมสูทสีดำอีกสองคนเดินประกบตามติด
"โอ๊ะ O๊ะ O๊ะ! ยังไม่ไสหัวกันไปอีกหรือครับท่านอดีต CEO ผู้ยิ่งใหญ่ นึกว่าจะเก็บกระเป๋าออกจากตึกนี้ไปตั้งแต่เมื่อวานเสียอีก" ประเสริฐเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน กอดอกมองธันวาและรินด้วยแววตาสมเพช
รินรีบก้าวเข้ามาขวางหน้าธันวาโดยอัตโนมัติ สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเย็นชาและแข็งกร้าวทันที "ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของพวกเราค่ะคุณประเสริฐ เชิญออกไปก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ."
ประเสริฐหัวเราะลั่นห้อง "รปภ.? ฮ่าๆๆ คุณรินครับ ตื่นเถอะครับ! บริษัทเก่าของคุณถูกผมซื้อขาดไปหมดแล้ว รปภ. ที่นี่ตอนนี้เป็นลูกน้องผมหมดแล้วล่ะครับ! แล้วอีกอย่าง... เอกสารขับไล่พวกคุณออกจากตึกนี้ ผมก็เซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้วด้วย"
ประเสริฐโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปึก!* รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าอ้วนท้วม "ถ้าไม่อยากให้ผมใช้กำลังลากหัวพวกคุณออกไปประจานให้พนักงานทั้งตึกดู ก็ไสหัวไปซะตอนนี้เถอะครับ ธันวา... แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่หมดตัว!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบจะตัด-ขาดได้ รินกำมือแน่นด้วยความโกรธแค้น ดวงตาคลอหน่วยด้วยน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอยอมลำบาก ยอมล้มละลายเคียงข้างเขา แต่เธอรับไม่ได้ที่มีคนมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของธันวาแบบนี้
ทว่า... ธันวากลับไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวหรือหัวเสียเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น เขายกมือขึ้นลูบศีรษะของรินเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน ก่อนจะก้าวเดินผ่านร่างบางออกไปเผชิญหน้ากับประเสริฐตรงๆ
"หมดตัวงั้นหรือครับคุณประเสริฐ?" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนประเสริฐชะงักไปชั่วขณะ
"ก็เอacedสิฟะ! แกมีเงินเหลือติดบัญชีสักบาทหรือไงวะไอ้ธันวา! สภาพอย่างแก ปัญญาจะซื้อข้าวขาหมูยังไม่มีเลยมั้ง!" ประเสริฐแผדเสียงหัวเราะอย่างได้ใจ
ธันวาไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมขึ้นมา ปลดล็อกหน้าจอด้วยรอยยิ้มพริ้มเพรา กดเปิดแอปพลิเคชันธนาคารสีเขียว แล้วยื่นหน้าจอที่มีตัวเลขยอดเงินในบัญชี **'100,054,230 บาท'** ไปจ่อตรงหน้าประเสริฐพอดิบพอดี พร้อมกับส่งเสียงแจ้งเตือนการรูดบัตรเครดิตสีดำไร้ขีดจำกัดที่เพิ่งอนุมัติวงเงินสดๆ ร้อนๆ ดัง *กริ๊ง!* ก้องกังวานไปทั่วทั้งห้อง
"พอดีว่า... บังเอิญผมเพิ่งตั้งบริษัทใหม่เมื่อกี้นี้น่ะครับ และบัญชีบริษัทผมตอนนี้ มีเศษเงินอยู่ร้อยล้านกว่าบาท... พอจะซื้อตึกทั้งตึกนี้ทิ้ง เพื่อเอาไว้ให้หมาของผมวิ่งเล่นได้หรือยังล่ะครับ?"
ประเสริฐตาค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันที ร่างท้วมสั่นเทาด้วยความตกตะลึงจนก้าวถอยหลังไปชนกับบอดี้การ์ดด้านหลัง
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ)*
รวยจัดจนจุก: ระบบกวนประสาทสั่งให้ผมทำตัวไร้สาระ!•ตอนที่ 4
เลขาฯ ที่น่ารักกว่ากำไรบริษัท
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รวยจัดจนจุก: ระบบกวนประสาทสั่งให้ผมทำตัวไร้สาระ! นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!