กลิ่นหมึกเวทมนตร์ชนิดพิเศษที่สกัดจากรากไม้จันทน์หอมคละคลุ้งไปทั่วห้องเรียนวิชาอาคมโบราณ ทว่า บรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งเกาะกุม ลูเซียน่ายืนนิ่งสงอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาว ดวงตาสีไพลินกวาดมองผู้คนที่นั่งล้อมรอบด้วยแววตานิ่งสงบ แต่เปี่ยมด้วยพลังกดดันที่แม้แต่รุ่นพี่ปีสามยังต้องหลบสายตา
บนแท่นวางตำราตรงกลางห้อง ตำราเวทมนตร์ปกหนังมังกรสีเงินยวงเล่มนั้น—สมบัติล้ำค่าแห่งหอคอยต้องห้ามที่หายสาบสูญไปเมื่อสามวันก่อน—กำลังวางสง่นิ่งอยู่ ณ ที่ที่มันไม่ควรจะอยู่
"ช่างน่าขันเสียจริงนะคะ..." น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบของลูเซียน่าดังขึ้น ทำลายความเงียบงันจนทุกคนสะดุ้ง "ของหายากระดับ A ที่มีเวทระบุตัวตนสลักไว้ด้วยอักษรรูนโบราณ กลับมานอนสงบอยู่ใต้ลิ้นชักโต๊ะของคนบางคนที่เพิ่งประกาศตัวว่าเป็น 'ผู้บริสุทธิ์' เมื่อครู่"
เสียงซุบซิบดังระงับขึ้นทันทีในหมู่คณาจารย์และนักเรียนที่มารวมตัวกันตามคำท้าพิสูจน์ของเธอ มาสเตอร์เซเลสเทียยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างหินแกรนิต ใบหน้างามคมคายเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น แต่ดวงตาคู่สวยที่ทอดมองเด็กสาวปีหนึ่งกลับพราวระยับด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด อาจารย์สาวรู้ดีว่าลูกศิษย์คนนี้ไม่ได้เพียงแค่ 'หา' ของเจอ แต่กำลังร้อยเรียงตาข่ายดักปลาที่แน่นหนาเสียจนเหยื่อไม่มีทางดิ้นหลุด
"เธอหมายความว่ายังไง ลูเซียน่า!" เสียงตวาดด้วยความร้อนตัวดังขึ้นจากมุมห้อง "เธอไม่มีสิทธิ์มากล่าวหาฉันนะ! หลักฐานบ้าบออะไรนั่น ใครๆ ก็เอามาโยนใส่โต๊ะฉันได้ทั้งนั้นแหละ!"
คาร์ลตัน ทายาทตระกูลขุนนางตกอับผู้มีความทะเยอทะยานสูงเกินตัว ผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มคว่ำ ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผม แม้เขาจะพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น แต่มือที่กำหมัดแน่นจนข้อต่อขาวโพลนนั้นฟ้องความจริงทั้งหมด
ลูเซียน่ายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด เธอก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาคาร์ลตัน ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมอับ ระบบอัจฉริยะในห้วงความคิดของเธอส่งเสียงเตือนเบาๆ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ปรากฏข้อมูลวิเคราะห์ทางเวทมนตร์ขึ้นกลางอากาศ—แต่มันถูกตั้งค่าให้มองเห็นได้แค่เธอคนเดียว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบร่องรอยการใช้เวทมนตร์ธาตุดินระดับกลาง (Earth Veil) บริเวณกลอนลิ้นชักโต๊ะของเป้าหมาย]
[ผลการเทียบเคียงลายเซ็นมานา: ตรงกับบันทึกการใช้เวทมนตร์ของ 'คาร์ลตัน' ในหอสมุดเมื่อสี่วันก่อน (ความแม่นยำ 99.8%)]
"โยนใส่โต๊ะอย่างนั้นหรือคะ?" ลูเซียน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง แต่ทุกคำพูดกลับหนักแน่นราวกับค้อนทั่งตีเหล็ก "น่าสนใจเสียจริงนะคะ คาร์ลตัน ทั้งที่เวทป้องกันลิ้นชักตัวนั้น ลงอักขระเฉพาะตระกูล 'วาลคาร์' ของคุณเอาไว้... คนนอกที่ไหนจะสามารถเปิดมันออกได้โดยไม่ให้กลไกเวทระเบิดใส่จนมือขาดกันล่ะคะ?"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องเรียนอีกครั้ง หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าเดิม หลายสายตาหันขวับไปมองคาร์ลตันเป็นตาเดียว
"ฉัน... ฉันอาจจะทำกุญแจหาย! หรือใครบางคนอาจจะแอบขโมยรหัสเวทของฉันไปก็ได้!" คาร์ลตันยังคงดิ้นรนแก้ตัว เสียงของเขาเริ่มขาดห้วงและแหลมสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด
"โอ้ ช่างเป็นข้อแก้ตัวที่น่าฟังและสิ้นคิดในเวลาเดียวกันนะคะ" ลูเซียน่าหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ เธอสะบัดข้อมือน้อยๆ แสงสีฟ้าครามของเวทธาตุน้ำผสานธาตุลมก็พวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว กลายเป็นละอองแสงโปร่งใสที่ลอยไปปกคลุมตำราปกหนังมังกรเล่มนั้น
ทันใดนั้น อักษรรูนโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังมังกรก็เปล่งแสงเรืองรองสีทองคำสว่างวาบ มันลอยเด่นขึ้นกลางอากาศ สะท้อนภาพเหตุการณ์เมื่อสามคืนก่อนราวกับฉายภาพยนตร์ย้อนหลัง ภาพของเด็กหนุ่มร่างสูงสวมฮู้ดสีดำกำลังลอบเปิดตู้เก็บของในหอคอยต้องห้าม มือที่กำลังสั่นเทานั้นหยิบตำราเล่มนี้ออกมา และที่ชัดเจนที่สุดคือแหวนประจำตระกูลวาลคาร์ที่สะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงอย่างชัดเจน
ภาพเหตุการณ์หยุดลงตรงใบหน้าที่หันมามองกล้องเวทมนตร์แวบหนึ่ง—ซึ่งก็คือใบหน้าของคาร์ลตันที่ไร้ซึ่งหน้ากากปกปิดในวินาทีที่เขาคิดว่าปลอดภัยดีแล้ว
คาร์ลตันเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวัง ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ เมื่อหลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ ต่อให้มีทนายฝีมือดีที่สุดอาณาจักรก็ไม่อาจช่วยให้เขารอดพ้นจากบทลงโทษของหอคอยต้องห้ามไปได้
"การขโมยสมบัติของสถาบัน และพยายามโยนความผิดให้ผู้อื่น มีโทษพักการเรียนไม่มีกำหนด และต้องถูกกักบริเวณในคุกใต้ดินวิญญาณเป็นเวลาหนึ่งเดือน" มาสเตอร์เซเลสเทียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงอำนาจจนไม่มีใครกล้าปริปากค้าน อาจารย์สาวก้าวเดินมาหยุดยืนเคียงข้างลูเซียน่า สายตากวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่เด็กสาว "เธอทำได้ดีมาก ลูเซียน่า การไขปริศนาครั้งนี้ไร้ที่ติ"
"ขอบพระคุณค่ะมาสเตอร์ ฉันแค่ทำในสิ่งที่นักเรียนที่ดีควรทำ... เพื่อรักษาความยุติธรรมของหอคอยของเรานะคะ" ลูเซียน่าโค้งตัวลงทำความเคารพอย่างงดงาม สมบูรณ์แบบทุกระเบียบนิ้ว
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจว่าเรื่องราวกำลังจะจบลงด้วยดี และระบบอัจฉริยะกำลังจะประกาศมอบรางวัลภารกิจ...
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
เสียงเตือนฉุกเฉินของระบบที่ดังขึ้นในหัวของลูเซียน่าไม่ใช่เสียงปกติสีฟ้าใส แต่มันกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับวิกฤตที่ทำให้ลมหายใจของเด็กสาวสะดุดกึก
[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบความผิดปกติของมานาในรัศมี 50 เมตรจากจุดนี้]
[รหัสผ่านฉุกเฉิน: 'ประตูผนึกที่เจ็ด' ถูกปลดล็อกโดยบุคคลไม่ทราบฝ่ายจากเบื้องล่างใต้พื้นห้องเรียนที่เรากำลังยืนอยู่...]
[สิ่งแปลกปลอมกำลังเคลื่อนตัวขึ้นมา... และเป้าหมายของมันคือ 'ตำรา' ในมือของท่าน!]
พื้นหินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวสีดำทมิฬแตกสาขาออกราวน้ำแข็งเปราะบาง พร้อมกับละอองความมืดมิดที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยก กลิ่นไอออนและกลิ่นอายของอสูรโบราณโชยเข้าจมูกจนทุกคนสำลัก
มาสเตอร์เซเลสเทียหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก เธอคว้าแขนลูเซียน่าถอยหลังไปสามก้าวทันที ดวงตาสีเพลิงหวาดหวั่นจ้องมองไปยังจุดศูนย์กลางของรอยแยกที่กำลังระเบิดออก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับลูเซียน่านะคะ หวังว่าจะเพลิดเพลินกับบทนี้ค่ะ — แอสทริดธาตุมนต์
ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม•ตอนที่ 12
หลักฐานมัดตัว
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!