"ถ้าคิดว่าปริมาณมานาที่อัดแน่นจนล้นปรี่จะทำให้คุณชนะการประลองในเวทีวงกตเรโซแนนซ์แห่งนี้ได้ล่ะก็ เกรงว่าคุณคงต้องกลับไปทบทวนตำราเวทมนตร์พื้นฐานเล่มแรกใหม่ตั้งแต่บทนำแล้วล่ะค่ะ ท่านตัวแทนจากสถาบันคริสตัลดราก้อน"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นกังวานก้องไปทั่วลานประลองกลางแจ้งของหอคอยต้องห้าม แรงกดดันจากมหาเวทธาตุไฟผสมดินที่ถาโถมเข้ามาเมื่อครู่หยุดชะงักลงทันทีราวกับถูกตัดฉับด้วยคมมีด
ลูเซียน่ายืนนิ่งอยู่กลางวงเวทอักขระที่สั่นไหว ปลายเส้นผมสีเงินยววงสะท้อนกับแสงเรืองรองของบาเรียเวทมนตร์ ท่าทีของเด็กสาวไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือเรียวบางข้างหนึ่งไขว้ไว้เบื้องหลัง ส่วนมืออีกข้างกำลังหมุนวนไม้กายสิทธิ์เนื้อไม้เอลฟ์สีนวลเล่นอย่างสบายอารมณ์ ราวกับสถานการณ์ตรงหน้าไม่ใช่การแข่งขันกระชับมิตรระหว่างสถาบันเวทมนตร์ระดับทวีป แต่เป็นการนั่งจิบชาและชมดอกไม้ไฟในยามบ่ายมากกว่า
ทางด้าน "วาเลน" ผู้เข้าแข่งขันหนุ่มผู้หยิ่งทะนงจากสถาบันคู่แข่งถึงกับหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา ม่านพลังเวทธาตุไฟระดับห้าที่เขาภาคภูมิใจ—ซึ่งถูกโถมกระหน่ำด้วยการร่ายร่ายมนตร์บทใหญ่อย่างต่อเนื่องถึงเจ็ดนาทีเต็ม—บัดนี้กลับบิดเบี้ยวและสะท้อนกลับมาหาตัวเขาเองอย่างน่าประหลาด
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบอัจฉริยะดังขึ้นในห้วงความคิดของลูเซียน่าอย่างแผ่วเบา พร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมใสสีฟ้าครามที่ปรากฏขึ้นในระดับสายตา
[ตรวจพบการแผ่ขยายของคลื่นมานาความถี่สูงจากเป้าหมาย: วาเลน (ระดับนักเวทขั้นสูง ชั้นปีที่ 4)]
[วิเคราะห์มุมตกกระทบของเสาเพลิงอัคคี: องศาที่ 45.3 ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ]
[คำนวณค่าสัมประสิทธิ์การหักเหของบาเรียศิลาเวทมนตร์: ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 12.4%]
[คำแนะนำจากระบบ: ใช้กระบวนท่าที่สอง "สะท้อนเงาธารา" เพื่อเบี่ยงเบนทิศทางมานา แล้วสวนกลับด้วย "หมุดเหล็กวายุ" ในจุดอับสายตา]
ดวงตากลมโตสีนิลกวาดมองข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำรา과เครื่องจักรกล คำนวณความน่าจะเป็นในเสี้ยววินาที ทุกอย่างถูกร้อยเรียงอยู่ในหัวของลูเซียน่าอย่างเป็นระบบ World-building ของหอคอยต้องห้ามแห่งนี้เต็มไปด้วยกระแสมานาธรรมชาติที่หมุนเวียนซับซ้อน การเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เน้นพลังดิบเถื่อนจึงไม่ใช่การปะทะพละกำลังเข้าใส่กันตรงๆ แต่คือการใช้ฟิสิกส์และกฎเกณฑ์แห่งธาตุทั้งสี่มาหักล้างกันต่างหาก
"เป็นไปไม่ได้..." วาเลนกัดฟันกรอด ฝ่ามือหนาสั่นเทาขณะพยายามประคับประคองคถาเวทมนตร์ในมือที่เริ่มร้าว "เวทอัคคีแผดเผาของฉัน... ทำไมมันถึงตีกลับมาทำร้ายฉันเองได้เล่า! เธอใช้กลโกงอะไร!"
"กลโกงหรือคะ?" ลูเซียน่ายิ้มหวานหยด รอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหน I'm sorry, I'm getting ahead of myself—ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนสันหลังวาบขึ้นมาทันที "ในพจนานุกรมของฉัน คำว่า 'กลโกง' ไม่มีอยู่ห่างไกลจากคำว่า 'ความโง่เขลาของผู้ที่ไม่ยอมใช้สมองคิดคำนวณ' หรอกนะคะ"
สิ้นคำพูดนั้น ลูเซียน่าก็ก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่งอย่างสง่างาม รองเท้าหนังตัดแต่งพิเศษกระทบกับพื้นศิลาส่งเสียงกังวาน ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของอาจารย์ผู้คุมสอบและผู้ชมรอบสนามที่อ้าปากค้าง
นี่คือกระบวนท่าที่สองที่เธอกลั่นกรองขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ บนลานประลอง—การใช้เวทธาตุน้ำผสานวายุสร้างม่านละอองไอน้ำบางเฉียบที่มองไม่ด้วยตาเปล่า ละอองน้ำเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนปริซึมธรรมชาติที่หักเหคลื่นความร้อนของเปลวเพลิงให้สะท้อนกลับไปยังจุดศูนย์กลางพลังงานของผู้ร่ายเอง วาเลนไม่ได้กำลังต่อสู้กับเธอ แต่เขากำลังต่อสู้กับแรงสะท้อนของพลังเวทที่ตนเองปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ทิศทางต่างหาก
"กระบวนท่าแรก... คือการล่อให้คุณทุ่มมานาทั้งหมดลงไปในจุดเดียวเพื่อสร้างช่องว่าง" ลูเซียน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย รากำลังอธิบายบทเรียนในห้องเรียนให้เด็กอนุบาลฟัง ขณะที่ไม้กายสิทธิ์ในมือสะบัดเบาๆ เป็นเส้นโค้งราวกับพู่กันกำลังวาดภาพบนผืนผ้าใบ "กระบวนท่าที่สอง... คือการหักเหความร้อนให้ไหลย้อนกลับด้วยมุมสามสิบองศาพอดีเป๊ะ"
และตอนนี้... คือกระบวนท่าที่สาม
เด็กสาวหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตปนความขี้เล่นแผ่ออกมาจากร่างเพรียวบาง เธอยกนิ้วเรียวขึ้นมาดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง
*เปรี๊ยะ!*
สายลมคมกริบราวกับใบมีดนับร้อยพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง มันไม่ได้พุ่งเข้าใส่ตัวของวาเลนโดยตรง แต่พุ่งไปตัดเฉือนฐานศิลาเวทมนตร์ที่รองรับวงเวทของเขาอยู่ทางด้านหลังอย่างแม่นยำราวจับวาง แรงสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อยนั้นส่งผลให้โครงสร้างมานาทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา ราวกับโดมิโน่ตัวแรกที่ถูกผล้มลง
*โครม!*
ร่างของวาเลนกระเด็นถอยหลังไปตามแรงสะท้อนของมานาที่แตกสลาย ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นหญ้าอย่างหมดสภาพ คถาเวทมนตร์ในมือหลุดร่วงกลิ้งไปไกลหลายเมตร ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วลานประลองชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงอุทานออกมาสักคน เพราะภาพที่เห็นมันเหนือสามัญสำนึกของจอมเวทฝึกหัดทั่วไปโดยสิ้นเชิง
เด็กสาววัยสิบหกปี สามารถสยบยอดฝีมือต่างสถาบันผู้มีปริมาณมานาเหนือกว่าได้ภายในสามกระบวนท่า โดยที่เสื้อผ้าไม่ยับยั้งและไม่มีแม้แต่เหงื่อหยดเดียว
[ภารกิจหลัก: "ศักดิ์ศรีแห่งหอคอยต้องห้าม" สำเร็จลุล่วงด้วยคะแนนสมบูรณ์แบบ (S+)]
[ได้รับรางวัลพิเศษ: แต้มประสบการณ์ x5,000, ปลดล็อกผังโครงสร้างลับชั้นที่ 13 ของหอคอย]
[คำเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของสิ่งแปลกปลอมที่มีพลังงานมานาโบราณ เกินกว่าระดับขีดจำกัดความปลอดภัย กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณลานประลองจากเบื้องล่าง!]
รอยยิ้มบนใบหน้าของลูเซียน่าแข็งค้างไปชั่วเสี้ยววินาที เมื่อเสียงแจ้งเตือนรอบสุดท้ายเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว พร้อมกับพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าที่เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รากับมีบางสิ่งที่หลับใหลมานานนับพันปีในหอคอยต้องห้ามกำลังลืมตาตื่นขึ้นมา
เงาร่างสีดำสนิททอดยาวทาบทับลงมาจากท้องฟ้าที่แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด และก่อนที่ใครจะทันได้ส่งเสียงร้องเตือน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับอสูรกายยักษ์ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดของอุโมงค์ใต้ดิน—และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น... มันเป็นกลิ่นอายมานาแบบเดียวกับ "มาสเตอร์เซเลสเทีย" อาจารย์สาวลึกลับผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามวันก่อนไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับลูเซียน่านะคะ! — แอสทริดธาตุมนต์
ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม•ตอนที่ 35
หมัดฮุกด้วยกลยุทธ์
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!