ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม•ตอนที่ 34

การดูถูกจากแดนไกล

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังลอดผ่านรอยแยกของประตูทองเหลืองสลักลายวิหคเพลิงไม่ได้ทำให้ลูเซียน่าสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เด็กสาวในชุดคลุมนักเรียนสถาบันแอสเตเรียขยับริมฝีปากเป็นรอยยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววประกายระยิบระยับราวกับแมวป่าที่กำลังมองดูเหยื่อเดินเข้าสู่กรงขังด้วยความสมัครใจ "ก็คิดว่าสถาบันอันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรเวทมนตร์จะมีดีกว่านี้ ที่แท้ก็เป็นแค่พวกสะสมเศษแก้วไร้ค่าไว้ประดับหอคอย... น่าสมเพชเสียจริง" น้ำเสียงแหลมสูงของผู้พูดคือ "แวนเดอร์" หัวหน้าคณะตัวแทนจากสถาบันเวทมนตร์เฮลิโอส สถาบันคู่แข่งตลอดกาลที่ตั้งอยู่ ณ ดินแดนทะเลทรายตอนเหนือ เขายืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นด้วยความยโสธร ชุดคลุมสีทองอร่ามปักด้ายเวทมนตร์ป้องกันการโจมตีระดับสี่สะท้อนกับแสงไฟจากคบเพลิงในโถงต้อนรับแขกวีไอพี แวนเดอร์กวาดสายตามองนักเรียนแอสเตเรียรอบกายด้วยความเหยียดหยัน ราวกับพวกเราเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้าบูทหนังแท้ราคาแพงของเขา บรรยากาศในโถงรับรองตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ เหล่านักเรียนปีสามและปีสี่ของแอสเตเรียต่างกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เสียงกระซิบกระซาบด้วยความไม่พอใจดังระงับไปทั่ว ทว่าไม่มีใครกล้าก้าวออกไปเผชิญหน้าตรงๆ เนื่องจากชื่อเสียงด้านความโหดเหี้ยมในการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์ธาตุไฟและลมผสมผสานของเฮลิโอสเป็นที่เลื่องลือ ลูเซียน่าปรายตามองหน้าจอสถานะโปร่งใสที่เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยหางตา... [ระบบตรวจพบเจตนาคุกคามระดับสูง] [ประเมินความสามารถคู่ต่อสู้: แวนเดอร์ (ธาตุไฟขั้นสูง / ธาตุลมขั้นกลาง)] [คำแนะนำจากระบบ: ควรสอนให้เด็กน้อยจองหองผู้นี้รู้จักสำเหนียกถึงความต่างชั้นด้วยกระบวนท่าที่งดงามและเจ็บแสบที่สุด] เด็กสาวซ่อนรอยยิ้มขบขันไว้ใต้ปลายนิ้วเรียวที่ยกขึ้นมาแตะปลายคางเบาๆ หล่อนก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องกังวาน ดึงดูดสายตาทุกคู่ในห้องให้พุ่งตรงมาที่เด็กสาวปีสองตัวเล็กๆ คนนี้ "โอ้..." ลูเซียน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบจนน่าขนลุก "เศษแก้วไร้ค่าอย่างพวกเราอย่างน้อยก็ยังรู้จักวิธีเจียระไนตัวเองให้มีประกาย... ดีกว่าพวกนกแก้วตกแต่งขนสีทองอร่าม ที่ข้างในกลวงโบ๋จนเวลาลมพัดผ่านแล้วส่งเสียงดังหนวกหูไปทั่ว" เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที แวนเดอร์หน้าถอดสีจากความโกรธ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "นังเด็กปากดี! แกกล้าดียังไงมาเปรียบเทียบพวกเรากับสัตว์ปีกชั้นต่ำ!" "ดิฉันไม่ได้เปรียบเทียบกับสัตว์ปีกชั้นต่ำหรอกค่ะ ดิฉันแค่วิเคราะห์ตามหลักกายวิภาคและพลังเวทมนตร์ที่แผ่ออกมาจากตัวคุณเมื่อครู่..." ลูเซียน่าเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่ใสจ้องมองทะลุปรุโปร่งไปถึงแก่นพลังเวทที่หมุนวนอยู่ในร่างของอีกฝ่าย "แก่นเวทธาตุไฟของคุณมีความหนาแน่นสูงก็จริง แต่โครงสร้างการไหลเวียนติดขัดบริเวณจุดศูนย์กลางมานานเกินสามปีแล้วสินะคะ? สงสัยว่าตอนเด็กๆ คงจะฝืนฝึกคาถาขั้นสูงเกินตัว จนเส้นลมปราณเวทมนตร์เสียหายถาวร... น่าสงสารเสียจริงค่ะ ท่าทางคุณคงจะนอนทรมานทุกครั้งที่พระจันทร์เต็มดวงใช่ไหมล่ะคะ?" คำพูดที่ตรงเข้าจุดตายและวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์ได้อย่างแม่นยำราวนั่งทางใน ทำให้แวนเดอร์ชะงักกึก สีหน้าซีดเผือดลงชั่วขณะก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดสุดขีด "แก... แกพูดเหลวไหลอะไร! ปากดีแบบนี้ คงต้องให้ฉันช่วยสั่งสอนมารยาทแบบฉบับเฮลิโอสให้เสียหน่อยแล้ว!" แวนเดอร์สะบัดมือขวา คลื่นเปลวเพลิงสีฟ้าอมม่วงพวยพุ่งออกมาจากแหวนเวทมนตร์บนนิ้ว ชEกพุ่งตรงเข้าใส่ลูเซียน่าด้วยความเร็วสูงโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเหล่านักเรียนรอบข้างดังระงับ ทว่าไม่มีใครขยับตัวทัน [แจ้งเตือน: ตรวจพบการโจมตีด้วยเวทเพลิงอัคคีฟ้า ระดับความรุนแรง 78%] [เปิดใช้ระบบป้องกันอัตโนมัติ: เกราะเวทสี่ธาตุประสาน] *ฟึ่บ!* ลูเซียน่าไม่แม้แต่จะกระพริบตา หล่อนเพียงแค่ยกมือซ้ายขึ้นวาดเป็นวงกลมกลางอากาศช้าๆ ละอองแสงสี่สี—ฟ้าของวารี เขียวของปฐพี แดงของอัคคี และขาวนวลของวายุ—พุ่งทะยานออกมารวมตัวกันเป็นโล่โปร่งใสรูปทรงเรขาคณิต เปลวเพลิงสีฟ้าของแวนเดอร์เมื่อปะทะเข้ากับโล่นั้นกลับถูกดูดกลืนและหักเหทิศทางหายวับไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ราวกับหยดน้ำที่ตกลงบนใบบอน ความเงียบสงบเข้าปกคลุมโถงต้อนรับชั่วขณะ แวนเดอร์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลูกตาแทบหลุดออกมาจากเบ้า "เป็นไปไม่ได้... เวทมนตร์ป้องกันไร้ร่าย? แถมยังเป็นสี่ธาตุพร้อมกัน?!" เสียงของตัวแทนจากเฮลิโอสสั่นเครือเล็กน้อย ลูเซียน่าลดมือลง รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงงดงามและสุภาพเรียบร้อย ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในปลอกแพร "ในเมื่อคุณอุตส่าห์เมตตามาเยือนถึงถิ่นเราทั้งที จะปฏิเสธคำชวนก็คงเสียมารยาทแย่..." ลูเซียน่าก้าวเท้าเข้าไปใกล้แวนเดอร์ทีละก้าวอย่างมั่นคง แรงกดดันจากจิตสังหารอ่อนๆ ที่หลุดรอดออกมาจากร่างของเด็กสาวทำให้ตัวแทนจากแดนไกลถึงกับต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "สนามประลองนอกรอบด้านหลังหอคอยต้องห้าม... ว่างพอดีค่ะ เชิญคุณแสดงความสามารถที่แท้จริงให้พวกเราได้ประจักษ์ทีนะคะ ว่าไอ้คำดูถูกเมื่อครรณนั้น... คุณมีปัญญาพิสูจน์มันได้จริงๆ หรือเป็นแค่ลมปากของคนขี้แพ้กันแน่" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่เบื้องหลังของลูเซียน่า กลิ่นอายเวทมนตร์โบราณอันเยือกเย็นและทรงพลังแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องหยุดหายใจ มาสเตอร์เซเลสเทียยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาสีเงินคู่นั้นกวาดมองแวนเดอร์และคณะด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึก ก่อนที่อาจารย์สาวลึกลับจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบราบที่ทำเอาอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที "ถ้าจะพังสนามประลองของฉัน... อย่าลืมเตรียมค่าซ่อมแซมมาด้วยล่ะ เพราะสถาบันเฮลิโอสขึ้นชื่อเรื่อง 'ปากดีแต่ไร้ทุนทรัพย์' อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?" คำพูดเชือดเฉือนจากอาจารย์ประจำหอคอยต้องห้ามทำให้ฝั่งเฮลิโอสหน้าชาดิก ขณะที่ลูเซียน่าเพียงแค่หันไปยิ้มรับให้อาจารย์สาวผู้เป็นพันธมิตรเงา [ติ๊ง! ปดล็อกภารกิจลับระดับ SSS: "กวาดล้างศักดิ์ศรีจอมปลอมแห่งแดนเหนือ"] [เป้าหมาย: เอาชนะแวนเดอร์และคณะตัวแทนเฮลิโอสภายใน 5 นาที โดยไม่ใช้เวทมนตร์โจมตีซ้ำซ้อน] [รางวัลพิเศษ: ชิ้นส่วนแผนที่โบราณชั้นที่ 7 ของหอคอยต้องห้าม และแต้มอัปเกรดระบบ 10,000 แต้ม] ลูเซียน่าหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเสียงแจ้งเตือนเงียบลง เกมสนุกๆ นอกรอบบทเรียนกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว... และหล่อนไม่มีทางปล่อยให้เหยื่อรายนี้รอดมือไปได้อย่างแน่นอน ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับลูเซียน่านะคะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%