กลิ่นอายของสนิมเหล็กและละอองมานาที่เข้มข้นจนแทบจะควบแน่นเป็นหยาดน้ำ คละคลุ้งอบอวลอยู่ทั่วห้องโถงใต้ดินชั้นที่เจ็ดของหอคอยต้องห้าม แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์สีฟ้าอมม่วงกะพริบไหวราวกับลมหายใจที่รวยริน ขณะที่เงาทอดยาวของเสาหินแกรนิตแกะสลักรูปอสูรกายโบราณทาบทับลงบนแผ่นหลังของลูเซียน่า
เด็กสาวอัจฉริยะแห่งปีหนึ่งป้องปลายนิ้วเข้าหากันในท่าทางครุ่นคิด ดวงตาคู่สวยกวาดมองคราบของเหลวหนืดสีเขียวมรกตที่ยังคงไหลซึมออกจากแท่นวงแหวนเวทมนตร์อัญเชิญขนาดใหญ่ตรงหน้า บนพื้นหินมีร่องรอยการสลักอักขระโบราณที่สะท้อนถึงการใช้พลังธาตุทั้งสี่ผสมผสานกันอย่างบิดเบี้ยว—ดิน น้ำ ลม และไฟ ถูกบังคับให้หลอมรวมกันด้วยกระบวนการอันฝืนธรรมชาติ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความหนาแน่นของมานาผิดปกติ 98.4%]
[คำเตือน: โครงสร้างพลังงานในรัศมี 10 เมตรกำลังเกิดความไม่เสถียร]
[คำแนะนำจากระบบ: โปรดเตรียมเปิดใช้งานเกราะป้องกันเวทมนตร์ระดับ 3 ภายใน 15 วินาที]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบอัจฉริยะในหัวของลูเซียน่าดังถี่รัว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอในเวลานี้ สายตาของเด็กสาวจับจ้องไปยังรอยเท้าเปื้อนโคลนที่ปรากฏขึ้นบนพื้นหินอ่อนขัดเงา—รอยเท้าที่ไม่ได้มาจากเธอ หรือแม้แต่จากมาสเตอร์เซเลสเทียที่ยืนนิ่งสงبيอยู่เบื้องหลัง
"รอยเท้านี้มีความลึกสม่ำเสมอ และทิ้งคราบผงเวทมนตร์ของหินเรืองแสงจากชั้นอำนวยการ..." ลูเซียน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคม แววตาของเธอฉายประกายวิเคราะห์ "และที่สำคัญที่สุด... มันคือรองเท้าหนังตัดเย็บพิเศษแบบที่สวมใส่เฉพาะคณาจารย์ระดับสูงของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้เท่านั้น"
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นออกมาจากความมืดมิดของเสาต้นที่สาม เสียงฝ้ายกระทบพื้นหินดังขึ้นอย่างเชื่องช้าและมั่นคง กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรชั้นดีลอยมาแตะจมูก ทว่ามันกลับเจือปนด้วยกลิ่นอายความเย็นเยียบของเวทมนตร์ธาตุมืดที่ถูกเก็บงำไว้อย่างแนบเนียน
มาสเตอร์เซเลสเทียขยับตัวเล็กน้อย ร่างโปร่งในชุดคลุมสีเงินยวดยวงก้าวขึ้นมาขวางหน้าลูเซียน่าไว้ครึ่งก้าว ดวงเนตรสีฟ้าใสราวน้ำแข็งกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ไม่คิดเลยว่าท่านจะใช้เวลาว่างยามวิกาลมาเดินตรวจตราในสถานที่อับชื้นเช่นนี้ค่ะ... รองศาสตราจารย์เวลล์" เสียงของเซเลสเทียเยือกเย็นและทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศา
ผู้ที่ก้าวออกมาจากเงานั้นคือชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่ง สวมแว่นตากรอบทองที่สะท้อนแสงไฟวับวาว ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพที่ดูอย่างไรก็ช่างจอมปลอม เขายกมือขึ้นดันกรอบแว่นเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"ช่างน่าประทับใจเสียจริง ทั้งท่านอาจารย์เซเลสเทียผู้สันโดษ และ... แม่หนูตัวแสบแห่งปีหนึ่ง" รองศาสตราจารย์เวลล์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเย่อหยิ่งเอาไว้เต็มเปี่ยม "พวกเธอนี่ช่างขยันขันแข็งเสียเหลือเกิน มากเสียจนน่ารำคาญใจเลยทีเดียว"
ลูเซียน่าไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เธอลดมือลงจากคาง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อประเมินสถานการณ์ ระบบอัจฉริยะในหัวรันข้อมูลประวัติของอาจารย์ฝ่ายปกครองผู้นี้อย่างรวดเร็ว—ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เวทมนตร์โบราณ ผู้มีสิทธิ์เข้าถึงหอสมุดต้องห้ามทุกชั้น และที่สำคัญที่สุด... เขาคือผู้ลงนามอนุมัติงบประมาณลับสำหรับการวิจัย "การกลายพันธุ์ของมานา"
"การทดลองต้องห้ามเรื่องการหลอมรวมธาตุเพื่อสร้างสิ่งมีชีวิตเทียม... ฝีมือท่านสินะคะ" ลูเซียน่าเอ่ยถามตรงประเด็น น้ำเสียงไม่มีความลังเลเจืออยู่เลย "ท่านใช้พื้นที่ใต้หอคอยนี้เป็นห้องแล็บส่วนตัว เพราะรู้ว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้าเนื่องจากเขตอาคมโบราณ"
เวลล์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาหลังเลนส์แว่นฉายแววทึ่งระคนดูแคลน "ฉลาดสมคำร่ำลือจริงๆ สมแล้วที่เป็นเด็กที่ทำให้อธิการบดีปวดหัวได้ทุกสัปดาห์... ใช่แล้ว ฉันเองที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้" เขายอมรับอย่างหน้าตาเฉย ไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือสำนึกผิดแม้แต่น้อย
"ทำไมกันคะ?" ลูเซียน่าก้าวเท้าออกมายืนเคียงข้างเซเลสเทีย ดวงตาคู่คมจ้องมองตรงไปยังคู่สนทนา "เวทมนตร์สี่ธาตุถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีความสมดุลตามธรรมชาติ การฝืนรวมมันเข้าด้วยกันไม่ได้สร้างความก้าวหน้า แต่มันกำลังทำลายรากฐานของสถาบันแห่งนี้ ท่านทำเพื่ออะไรกันแน่ เพื่ออำนาจ? หรือเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดที่สภาเวทมนตร์หวาดกลัว?"
"อำนาจงั้นรึ? ช่างเป็นมุมมองที่ตื้นเขินของเด็กกะโปโลเสียจริง" รอยยิ้มบนใบหน้าของเวลล์เลือนหายไป กลายเป็นความเยдяยหยันที่น่ากลัว "เธอคิดจริงๆ หรือว่าโลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยกฎเกณฑ์งี่เง่าของพวกสภาเวทมนตร์? สถาบันนี้ถูกสร้างขึ้นบนซากปรักหักพังของอารยธรรมโบราณที่ทรงพลังกว่านี้หลายร้อยเท่า สิ่งที่ฉันกำลังทำ... ไม่ใช่การทำลาย แต่เป็นการ 'ปลุก' มันต่างหาก!"
สิ้นคำพูดของเวลล์ พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง วงแหวนเวทมนตร์สีเขียวมรกตที่พื้นสว่างวาบขึ้นด้วยพลังงานมหาศาล เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนมาจากผนังหอคอยราวกับมีบางสิ่งที่กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน!]
[ตรวจพบการกระตุ้นพลังงานระดับ SSS จากแกนกลางหอคอยต้องห้าม]
[เป้าหมาย: ควบคุมและเชื่อมต่อกับจิตสำนึกของสิ่งแปลกปลอม]
[คำเตือนสูงสุด: บุคคลภายนอกกำลังเข้าสู่พื้นที่ และ... พวกเขาไม่ใช่คณาจารย์ของสถาบัน]
ลูเซียน่าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างนับสิบที่ปรากฏขึ้นที่ทางเข้าอุโมงค์ด้านหลังรองศาสตราจารย์เวลล์—ร่างเหล่านั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกกปิดด้วยหน้ากากโลหะรูปหน้ากากจิ้งจอก และพลังเวทมนตร์ที่แผ่ออกมาจากตัวพวกเขานั้น... ไม่ใช่เวทมนตร์ของมนุษย์ทั่วไป
เวลล์แย้มรอยยิ้มเย็นเยียบอีกครั้ง ขณะที่ยกไม้เท้าหัวกะโหลกคริสตัลขึ้นชี้มาที่พวกเธอ
"น่าเสียดายจริงๆ ที่ความอยากรู้อยากเห็นของพวกเธอต้องจบลงตรงนี้... เพราะแขกผู้มาเยือนที่แท้จริงของค่ำคืนนี้ ได้เดินทางมาถึงแล้ว"
เซเลสเทียหรี่ตาลงคมกริบ มือเรียวขาวราวหยกยกขึ้นสะบัดเบาๆ ดาบน้ำแข็งบริสุทธิ์ก่อตัวขึ้นในกำมือพร้อมปะทะ ทว่าก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสนั่นมาจากเบื้องบน—ไม่ใช่แค่คนกลุ่มเดียว แต่เสียงนั้นเหมือนกับกองทัพที่กำลังบุกเข้ามาในเขตหวงห้ามของสถาบัน!
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงประกาศก้องจากระบบอัจฉริยะก็ดังขึ้นตัดผ่านทุกสรรพเสียงในหัวของลูเซียน่าด้วยโทนสีแดงฉาน
[แจ้งเตือนวิกฤต: บอสลับแห่งหอคอยต้องห้าม 'ราชันย์อสูรเงาทมิฬ' ได้ลืมตาตื่นขึ้นก่อนกำหนด 3 ชั่วโมง!]
[เงื่อนไขการเอาตัวรอด: ????????????????????]
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับลูเซียน่าในตอนนี้นะคะ!
ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม•ตอนที่ 27
การเผชิญหน้ากับผู้บงการเงา
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!