หยดหมึกสีนิลบนปลายขนนกหยุดชะงักลงกลางอากาศ ก่อนจะร่วงหยดลงบนกระดาษหนังแกะจนเกิดเป็นรอยด่างสีดำสนิท ลูเซียน่าขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาสองสีทอประกายความหงุดหงิดระคนเคร่งเครียด ขณะที่สมองอันปราดเปรื่องกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลจากระบบอัจฉริยะที่ยังคงส่งเสียงเตือนระรัวอยู่ในโสตประสาท
*[เตือนภัย: ระดับความเสถียรของแก่นเวทมนตร์ธาตุทั้งสี่ลดลงต่ำกว่าร้อยละหเจ็ดสิบ ผลกระทบจากไอหมอกมืดในหอคอยชั้นที่เจ็ดกำลังกัดกร่อนจิตใต้สำนึก]*
หน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ อยู่เบื้องหน้า บ่งบอกถึงภาวะวิกฤตที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่ง ภายในห้องทำงานส่วนตัวของหอคอยต้องห้ามที่มีเพียงแสงสว่างจากตะเกียงเวทมนตร์สีนวล ลูเซียน่ากำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบที่ยากที่สุดตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในสถาบันแห่งนี้ พลังมืดที่แทรกซึมเข้ามาทางรอยแยกของมิติไม่ได้แค่สร้างความเสียหายทางกายภาพ แต่มันกำลังกัดกินความทรงจำและสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย
"ถ้ายังฝืนใช้เส้นทางเชื่อมโยงมานาแบบนั้นอีกแค่ครั้งเดียว เส้นประสาทเวทมนตร์ในตัวเธอคงได้ขาดสะบั้นลงจริงๆ แน่ค่ะ ลูเซียน่า"
เสียงทุ้มนุ่มลึกแต่เจือกระแสความเข้มงวดดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง มาสเตอร์เซเลสเทียก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ร่างระหงภายใต้ชุดคลุมสีรัตติกาลเคลื่อนไหวราวกับภูตพราย แววตาคู่คมกริบใต้กรอบหน้าเรียบเฉยกำลังจดจ้องมองเด็กสาวอัจฉริยะด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความเป็นห่วงกับความคาดหวังอันหนักอึ้ง
ลูเซียน่าเงยหน้าขึ้น สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการสั่นเทาที่ปลายนิ้ว เธอยืดตัวตรง แม้ในยามที่เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมและลมหายใจติดขัด รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความดื้อรั้นก็ยังคงปรากฏอยู่ที่มุมปาก "ถ้าหนูไม่ทำเช่นนั้น เกราะป้องกันเขตอาคมของชั้นนี้คงพังทลายไปแล้วนะคะ มาสเตอร์... หนูแค่วิเคราะห์ความถี่ของคลื่นพลังแล้วสวนกลับด้วยธาตุสายฟ้าตามหลักการคำนวณที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้วนี่คะ"
"การคำนวณที่สมบูรณ์แบบบนกระดาษ ไม่มีค่าอะไรเลยหากผู้ใช้ต้องแลกมาด้วยชีวิต" เซเลสเทียกล่าวตัดบท น้ำเสียงของอาจารย์สาวราบเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนฟังต้องชะงัก "จำเอาไว้ ลูเซียน่า... เวทมนตร์ไม่ใช่แค่สมการทางคณิตศาสตร์หรือตรรกะของระบบอัจฉริยะ แต่มันคือส่วนต่อขยายของจิตวิญญาณ เมื่อเธอเผชิญหน้ากับความมืดที่ไร้รูป สิ่งเดียวที่จะปกป้องเธอได้ไม่ใช่ความฉลาดหลักแหลม แต่คือความมั่นคงภายในใจต่างหากล่ะคะ"
อาจารย์สาวก้าวเข้ามาใกล้จนหยุดยืนอยู่ตรงหน้า มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำเอื้อมขึ้นแตะที่กลางหน้าผากของเด็กสาวเบาๆ
สัมผัสเย็นเยียบราวน้ำแข็งแต่แฝงไว้ด้วยกระแสมานาอันมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ร่างของลูเซียน่าทันที ลูเซียน่าสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อระบบภายในหัวของเธอส่งเสียงร้องเตือนดังลั่น
*[แจ้งเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงแก่นเวทมนตร์จากภายนอก... กำลังปรับเทียบคลื่นสมอง...]*
"หลับตาลงค่ะ... แล้วหายใจเข้าตามจังหวะที่ฉันจะชี้นำ" เสียงกระซิบของเซเลสเทียรากับมนตราสะกดจิต ลูเซียน่าเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงตามคำสั่ง ความมืดมิดที่โรยตัวเข้าปกคลุมไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป เมื่อมีกระแสพลังอันอบอุ่นและทรงพลังของอาจารย์คอยประคองประหนึ่งเสาหลักยึดเหนี่ยว
ในห้วงภวังค์แห่งจิตใต้สำนึก ลูเซียน่าพบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางพายุหมุนสีดำทมิฬ ไอหมอกแห่งความมืดพยายามกรีดแทงเข้าใส่จิตใจของเธอ รumour และภาพความทรงจำอันเลวร้ายถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเพื่อบั่นทอนสติ แต่มือของเซเลสเทียที่ทาบอยู่บนหน้าผากกลับทำหน้าที่เสมือนสะพานเชื่อม ถ่ายทอดความนิ่งสงบดั่งผืนน้ำในคืนไร้จันทร์มาให้
"มองให้ทะลุผ่านความกลัวนั้นสิคะ ลูเซียน่า" เสียงของเซเลสเทียก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด "พลังมืดก็เป็นเพียงแค่ธาตุชนิดหนึ่งที่ไร้ทิศทาง มันไร้ตัวตนจนกว่าเธอจะยอมให้มันมีอำนาจเหนือจิตใจ ใช้ธาตุทั้งสี่ในตัวเธอ... ดิน น้ำ ลม ไฟ... หลอมรวมพวกมันให้เป็นเกราะกำบังที่ไม่ใช่แค่เวทมนตร์ แต่เป็นเจตจำนงของเธอเอง"
เด็กสาวขบกรามแน่น เหงื่อกาฬไหลหยดลงตามกรอบหน้า เธอดึงสติกลับมาควบคุมลมหายใจเข้าออกอย่างเป็นจังหวะตามตำราเวทมนตร์โบราณที่เคยท่องจำ ผสานเข้ากับระบบประมวลผลในหัวที่ช่วยคำนวณสัดส่วนการไหลเวียนของมานา ธาตุไฟในกายลุกโชนขึ้นเพื่อขับไล่ความหนาวเหน็บ ธาตุน้ำหล่อเลี้ยงความเย็นสงบ ธาตุดินสร้างรากฐานที่มั่นคง และธาตุลมพัดพาความคิดฟุ้งซ่านให้ปลิวหายไป
*[สถานะอัปเดต: ตรวจพบการตื่น
覺醒 (Awakening) ของแก่นเวทมนตร์ระดับสูง... อัตราการต้านทานพลังมืดเพิ่มขึ้น 300%]*
แสงสว่างเจิดจ้าสี่สีเปล่งประกายออกมาจากร่างของลูเซียน่า ท่ามกลางความมืดมิดที่โอบล้อม เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาสองสีทอประกายเจิดจ้าด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว ไอหมอกสีดำที่เคยคุกคามรอบตัวสลายกลายเป็นละอองแสงเมื่อกระทบกับเขตอาคมบริสุทธิ์ที่เธอสร้างขึ้นจากก้นบึ้งของจิตใจ
เซเลสเทียลดมือกลัลง มุมปากรูปกระจับเผยรอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง แววตาชื่นชมฉายชัดขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม "ทำได้ไม่เลวเลยนี่คะ สมกับที่เป็นศิษย์คนโปรดของฉันจริงๆ"
"ขอบพระคุณสำหรับคำสอนค่ะมาสเตอร์..." ลูเซียน่าหอบหายใจเล็กน้อยแต่ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มแห่งความสำเร็จ เธอกำหมัดแน่น รู้สึกได้ถึงพลังที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดและความเข้าใจในแก่นแท้ของเวทมนตร์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิมหลายเท่า
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังผ่อนคลายลง เสียงระฆังโบราณจากยอดหอคอยต้องห้ามก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นสามครั้งซ้อน—*กังวาน... กังวาน... กังวาน...*—เสียงนั้นไม่ได้ดังแค่ทางกายภาพ แต่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณของทุกคนในสถาบัน
พร้อมกันนั้น หน้าต่างโฮโลแกรมของระบบที่เคยสงบลง กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกระพริบเตือนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ที่สั่นระริก
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการปลดผนึกพลังงานปริศนาที่ชั้นใต้ดินระดับ -13 สิ่งมีชีวิตโบราณที่ไม่รู้จักกำลังตื่นจากการหลับใหล... และเป้าหมายของมันกำลังมุ่งตรงมาที่หอคอยส่วนบน... ทิศทาง: ตำแหน่งที่คุณกำลังยืนอยู่]*
เซเลสเทียหันขวับไปมองยังบานประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดสนิท สีหน้าเย็นชาของอาจารย์สาวเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะที่เงาร่างมหึมาบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวขึ้นมาตามบันไดหินทีละก้าว... ทีละก้าว... พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้แม้แต่อากาศก็แทบหยุดหายใจ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับลูซนะคะ!
ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม•ตอนที่ 22
คำสอนในยามวิกาล
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!