ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม•ตอนที่ 8

ไหวพริบเหนือตำรา

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอร้อนระอุที่แผดเผาจนผิวแก้มแสบผ่าว คือสิ่งแรกที่ลูเซียน่าสัมผัสได้เมื่อเปลวเพลิงสีชาดระลอกสุดท้ายสลายตัวไปในอากาศ พื้นหินแกรนิตโบราณของลานประลองชั้นที่เจ็ดแห่งหอคอยต้องห้ามแตกร้าวเป็นลายงา ละอองมานาสีส้มอมแดงที่เคยพวยพุ่งราวกับพายุสุริยะ บัดนี้กลับหลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวประจุไฟฟ้าที่ไร้พิษสง "เด็กปีหนึ่ง... เป็นไปไม่ได้..." เสียงหอบหายใจอย่างรุนแรงดังมาจากร่างที่ทรุดฮวบลงคุกเข่าเบื้องหน้า กาเบรียล อัศวินเวทมนตร์ปีสี่ผู้ครองฉายา ‘เปลวเพลิงไร้พ่าย’ กำลังใช้ดาบยาวปักยันพื้นศิลาเพื่อพยุงน้ำหนักตัว เกราะเหล็กกล้าชั้นดีที่เคยเงางามบัดนี้บิดเบี้ยวและมีรอยไหม้เกรียมเป็นวงกว้าง คราบเขม่าสีดำเปรอะเปื้อนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและแววตาแห่งความตื่นตระหนก ลูเซียน่ายืนนิ่งสงบ ชุดคลุมนักเรียนสีไพลินของเธอไม่มีรอยฉีกขาดแม้แต่น้อย มีเพียงเส้นผมสีเงินยวงที่หลุดลุ่ยเคลียข้างแก้มตามแรงลมจากการปะทะ เด็กสาวไม่ได้หอบหายใจแม้แต่น้อย ทว่ากลับส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก—รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกสันหลังวาบ "ความจริงแล้ว รุ่นพี่กาเบรียลพึ่งพาไม่ได้อย่างที่ตำราเรียนของสถาบันกล่าวอ้างเลยนะคะ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของหอคอย ลูเซียน่าค่อยๆ ลดมือขวาที่ยังคงมีละอองแสงสีฟ้าครามของธาตุน้ำและธาตุดินจางหายไปลง เธอกวาดสายตาวิเคราะห์โครงสร้างพลังงานที่ยังหลงเหลืออยู่ในบรรยากาศด้วยทักษะการคำนวณของระบบอัจฉริยะในหัว [แจ้งเตือนระบบ: วิเคราะห์สถานะคู่ต่อสู้เสร็จสิ้น] [เป้าหมาย: กาเบรียล คลาร์ก] [สภาวะร่างกายปัจจุบัน: อุณหภูมิแกนกลางร่างกายสูงเกินขีดจำกัด (Hyperthermia), พลังเวทในวงแหวนมานาพร่องลง 94.2%, เกิดภาวะสุญญากาศทางออกซิเจนรอบตัวเนื่องจากการใช้เวทธาตุไฟความหนาแน่นสูงติดต่อกันเกิน 7 นาที] ดิฉันอ่านเกมขาดตั้งแต่การปะทะในกระบวนท่าที่สามแล้วค่ะ ลูเซียน่าคิดทบทวนในใจอย่างรอบคอบ เวทธาตุไฟขั้นสูงที่รุ่นพี่กาเบรียลภาคภูมินั้นทรงพลังและรุนแรงจนน่ากลัวก็จริง ทว่าข้อจำกัดทางกายภาพที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดของสายเวทนี้คือ 'ความต้องการออกซิเจนมหาศาลเพื่อใช้ในการสันดาปมานา' ยิ่งปล่อยเปลวเพลิงรุนแรงมากเท่าไหร่ ร่างกายก็ยิ่งสูญเสียความชุ่มชื้นและออกซิเจนในพื้นที่ปิดตายอย่างหอคอยต้องห้ามแห่งนี้เร็วขึ้นเท่านั้น "แก... แกทำอะไรกับมานาของฉัน..." กาเบรียลกัดฟันกรอด พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวเปลวไฟที่เหลือเพื่อสร้างหอกเพลิงขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับอากาศ ไอเย็นยะเยือกที่ลูเซียน่าแอบโรยไว้ล่วงหน้าผ่านละอองไอน้ำนับพันจุดทั่วลานประลองก็ทำงานทันที *ฟู่—!* เสียงปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างความร้อนและไอน้ำอัดแน่นสร้างกลุ่มหมอกหนาทึบพวยพุ่งขึ้นบดบังวิสัยทัศน์ในพริบตา "ว... อะไรกัน มองไม่เห็นอะไรเลย!" เสียงตะโกนอย่างหัวเสียของอัศวินรุ่นพี่ดังลอดกลุ่มหมอกออกมา ลูเซียน่าไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ ร่างเพรียวบางพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ เท้าเคลือบด้วยพลังธาตุดินเพื่อลดแรงกระแทกและเพิ่มความแม่นยำในการเคลื่อนไหวบนพื้นหิน เธอย่อตัวลงต่ำ กวาดสายตาผ่านม่านหมอกด้วยเนตรวิเคราะห์ที่มองเห็นเส้นทางการไหลเวียนของมานาสีแดงที่อ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด *นี่แหละค่ะ... จุดอ่อนของความเย่อหยิ่ง* เด็กสาวก้าวเท้าเข้าประชิดตัวในระยะประชิดอย่างเงียบเชียบ ปลายเท้าของเธอสะกิดเข้าที่จุดข้อต่อหัวเข่าของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ พร้อมกับปลดปล่อยพลังธาตุน้ำแข็งบริสุทธิ์ในปริมาณน้อยนิดแต่ควบคุมอุณหภูมิได้อย่างเฉียบขาดเข้าไปในรอยต่อของเกราะเหล็ก *แกร๊ก!* ความเย็นจัดที่แทรกซึมเข้าสู่ผิวหนังอย่างฉับพลันทำให้กล้ามเนื้อของกาเบรียลเกิดอาการเกร็งกระตุก (Muscle Spasm) ชั่วขณะ ร่างกายที่ทุ่มน้ำหนักไปข้างหน้าเสียการทรงตัวทันที "อ๊ะ—!" กาเบรียลเสียหลักล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ดาบยาวในมือหลุดกระเด็นไปไกลหลายเมตร ก่อนที่เขาจะทันได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ปลายรองเท้าหนังสีดำของลูเซียน่าก็ยันเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างนิ่มนวล แต่มั่นคงจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของอัศวินหนุ่มและเสียงติ๊งเบาๆ ของระบบอัจฉริยะที่ดังขึ้นในโสตประสาทของลูเซียน่า [ภารกิจย่อยสำเร็จ: เอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยการใช้จุดอ่อนทางกายภาพของเวทธาตุ] [ได้รับรางวัล: แต้มประสบการณ์การวิเคราะห์ +500, ปลดล็อกสิทธิ์เข้าถึงหอคอยชั้นที่ 8] "การต่อสู้ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานาที่เผาผลาญทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์หรอกนะคะ รุ่นพี่" ลูเซียน่าก้มลงมองคู่ต่อสู้ด้วยแววตานิ่งสงบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเฉียบแหลมที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ตำราเวทบทที่สี่ของสถาบันระบุไว้อย่างชัดเจนว่า 'ไฟจะลุกโชนได้ต้องอาศัยเชื้อเพลิงและออกซิเจน แต่หากปราศจากการจัดการกระแสลมและอุณหภูมิโดยรอบ ผู้ใช้เองต่างหากที่จะกลายเป็นฝ่ายถูกเผาไหม้เสียเอง' ดูท่าว่าท่านจะอ่านหนังสือเล่มนั้นข้ามบทไปสินะคะ" กาเบรียลเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าอาบเหงื่อซีดเผือก เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อตระหนักได้ว่าเด็กสาวตรงหน้าไม่ได้เพียงแค่มีพลังธาตุที่หายาก แต่เธอยังมีความเข้าใจในหลักการฟิสิกส์และเวทมนตร์ขั้นสูงที่เหนือกว่าอาจารย์บางท่านในสถาบันเสียอีก ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดของระเบียงหอคอยชั้นที่แปดซึ่งเชื่อมต่อลงมา มาสเตอร์เซเลสเทียยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนสีนิล ดวงตาคู่สวยภายใต้เงาฮู้ดจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านม่านพลังงานเวทด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดา *เด็กคนนี้... เก่งกาจขึ้นทุกวันจริงๆ สมกับที่เป็นผู้กุมกุญแจดอกนั้น* อาจารย์สาวลึกลับพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันหลังเตรียมก้าวเดินจากไป ทว่าจังหวะนั้นเอง... *ครกด... ครกด... ครกด...* เสียงฝีเท้าปริศนาดังก้องขึ้นจากความมืดมิดของบันไดวนชั้นที่เก้า—ชั้นที่ถูกผนึกตายตัวมานานกว่าสามร้อยปีโดยคำสั่งสูงสุดของสภาเวทมนตร์! ลูเซียน่าที่กำลังจะเก็บพลังเวทชะงักกึก เธอนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อระบบอัจฉริยะในหัวส่งเสียงเตือนด้วยสัญญาณสีแดงฉานที่กระพริบรัวระรัวจนน่ากลัว [คำเตือนฉุกเฉินระดับวิกฤต!] [ตรวจพบคลื่นพลังงานไม่ทราบฝ่ายที่มีความหนาแน่นเทียบเท่าระดับภัยพิบัติ] [สิ่งแปลกปลอมกำลังเคลื่อนตัวออกจากเขตผนึก—] ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะได้ตั้งตัว เงาสูงใหญ่ทาบทับลงมาจากเบื้องบน พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่แผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในเสี้ยววินาที "นั่น... เสียงอะไรกัน..." กาเบรียลที่นอนอยู่บนพื้นตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง ลูเซียน่าเงยหน้าขึ้นมองความมืดเบื้องบน ดวงตาสองข้างเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างนั้นก้าวพ้นเขตหมอกลงมาเผยให้เห็นสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกใบนี้—ดวงตาสสีแดงฉานคู่ใหญ่ที่จ้องมองตรงมายังเธอราวกับพบเหยื่ออันโอชะ โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ... — แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%