ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม•ตอนที่ 9

เสียงซุบซิบในโรงอาหาร

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นอายของซุปเห็ดทรัฟเฟิลขาวผสมกับไอความร้อนจากหม้อสตูว์เวทมนตร์ลอยอบอวลไปทั่วห้องอาหารใหญ่ของสถาบันเวทมนตร์เซนต์ลูเมีย ทว่าบรรยากาศรอบโต๊ะอาหารยาวฝั่งทิศตะวันตกกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง เมื่อร่างเพรียวบางในชุดเครื่องแบบนักเรียนตัดต่อด้วยด้ายสีเงินของลูเซียน่าก้าวเท้าเข้ามา เสียงซุบซิบที่ดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกฮือก็พลันเงียบลงในเสี้ยววินาที สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมายังเด็กสาวผู้ตกเป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในรอบสัปดาห์ "นั่นน่ะเหรอ... เด็กสาวที่ปีนขึ้นไปบนหอคอยต้องห้ามแล้วรอดชีวิตกลับมาได้?" เสียงกระซิบกระซาบจากโต๊ะของนักเรียนปีสองดังลอดมาเข้าหู ลูเซียน่าไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงก้าวเดินด้วยจังหวะสม่ำเสมอ มือเรียวบางยกขึ้นจัดปกเสื้อคลุมอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตสีนิลกวาดมองปฏิกิริยาของผู้คนรอบข้างด้วยความขบขันระคนฉลาดเฉลียว ในระบบความคิดของเธอนั้น หน้าจอโฮโลแกรมใสของระบบอัจฉริยะกำลังรันตัวเลขสถิติอัตราความสนใจของผู้คนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง [แจ้งเตือนระบบ: ระดับชื่อเสียงในสถาบันเปลี่ยนแปลงจาก 'ไร้ตัวตน (F)' สู่ 'ตัวปัญหาที่น่าจับตามอง (C+)' โบนัสแต้มเวทมนตร์ +150 แต้ม] ลูเซียน่ายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เธอตักซุปเข้าปากช้าๆ รสชาติกลมกล่อมช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดจากเหตุการณ์ในหอคอยต้องห้ามเมื่อคืนก่อนได้เป็นอย่างดี แต่เธอก็รู้ดีว่าสายตาที่จ้องมองมาไม่ได้มีเพียงความอยากรู้อยากเห็น บางคู่เต็มไปด้วยความริษยา บางคู่ฉายแววระแวดระวัง และที่น่าสนใจที่สุดคือสายตาคู่ที่จ้องมาจากมุมมืดของระเบียงชั้นสอง ซึ่งแผ่ไอเวทมนตร์ธาตุมืดเจือจางออกมาอย่างแนบเนียน "ดูเหมือนว่าเธอจะกลายเป็น 'คนดัง' ไปเสียแล้วนะ ลูเซียน่า" เสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งดังขึ้นที่เก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้าม มาสเตอร์เซเลสเทียทรุดกายลงนั่งอย่างสง่างาม เส้นผมสีเงินยวงทิ้งตัวลงระบโครงไหล่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิท อาจารย์สาวลึกลับปรายตามองถาดอาหารของเด็กสาว ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "การสร้างชื่อเสียงในทางที่ดึงดูดสายตาของสภาสูงไม่ใช่เรื่องฉลาดนักหรอกนะคะ สำหรับเด็กที่ยังควบคุมพลังธาตุทั้งสี่ได้ไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์" "ดิฉันไม่ได้เป็นคนวิ่งไปหาชื่อเสียงหรอกนะคะ มาสเตอร์เซเลสเทีย" ลูเซียน่าวางช้อนลงกระทบจานเบาๆ ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงประกายคมกริบไปให้ "แต่ดูเหมือนว่าความอยากรู้อยากเห็นของดิฉัน จะบังเอิญไปเหยียบหางใครบางคนเข้า... หรือว่าอาจารย์คิดว่าดิฉันควรจะทำตัวเงียบๆ แล้วปล่อยให้คนอื่นบิดเบือนความจริงในหอคอยนั้นต่อไปดีล่ะคะ?" เซเลสเทียชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีอเทตลึกล้ำคู่นั้นหรี่ลงพิจารณาลูเซียน่าราวกับกำลังอ่านหนังสือเล่มหายาก เธอยกชาคาโมมายด์ขึ้นจิบรักษากิริยา ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ ชวนให้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยเข้าจมูก "ความกล้าหาญเป็นสิ่งที่ดี ลูเซียน่า... แต่ในหอคอยต้องห้าม ไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาเล่าความจริงได้นานนักหรอก หากก้าวเดินผิดพลาดแม้แต่ก้าวเดียว แม้แต่ระบบอัจฉริยะที่เธอพึ่งพาก็อาจช่วยชีวิตเธอไม่ได้" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดทับด้วยแรงดันเวทมนตร์ระดับสูง นักเรียนโต๊ะข้างเคียงเริ่มหายใจติดขัดและพากันถอยร่นออกไปทีละน้อย ลูเซียน่าสัมผัสได้ถึงสภาวะบีบคั้นนั้น หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นมากกว่าความหวาดกลัว สมองอัจฉริยะประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว—อาจารย์เซเลสเทียไม่ได้มาเตือนด้วยความหวังดีเพียงอย่างเดียว แต่กำลังทดสอบขีดจำกัดทางจิตใจของเธอ ก่อนที่บทสนทนาเชิงจิตวิทยาจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงตบโต๊ะดังสนั่นก็ทำลายความเงียบลง "ลูเซียน่า! เธอยังมีความหน้าด้านพอที่จะมานั่งกินข้าวลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนี้อีกงั้นเหรอ!" ร่างท้วมของคาร์ลตัน นักเรียนปีสามจากตระกูลอัศวินเวทมนตร์ธาตุดินก้าวเข้ามายืนค้ำหัว โทสะแผ่ซ่านออกจากตัวจนพื้นหินใต้เท้าสั่นระริก ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นจากการที่ถูกเด็กปีหนึ่งหักหน้าในคาบประลองเวทครั้งก่อน "เพราะความอวดดีของเธอ ทำให้หอคอยต้องห้ามถูกปิดตาย และมาตรการรักษาความปลอดภัยของหอพักถูกเข้มงวดขึ้นเป็นเท่าตัว! เธอใช้วิธีสกปรกอะไรถึงรอดมาได้ คายความลับออกมาซะ!" เสียงซุบซิบเงียบกริบลงอีกครั้ง ทุกคนต่างรอคอยปฏิกิริยาของเด็กสาวอัจฉริยะ ลูเซียน่าค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เธอไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปากอิ่ม สวนทางกับแววตานิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ จนส่วนสูงไล่เลี่ยกับชายหนุ่มร่างใหญ่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ได้ยินกันทั่วทั้งห้องอาหาร "วิธีสกปรกงั้นเหรอคะ... คุณคาร์ลตัน?" ลูเซียน่าเอียงคอเล็กน้อยอย่างน่ารัก แต่คำพูดกลับเชือดเฉือนบาดลึก "ก็น่าแปลกนะคะ ที่คนมีความสามารถระดับคุณ ซึ่งพยายามปีนขึ้นหอคอยนั้นมาสามปีเต็ม ถึงทำได้แค่ยืนเหงื่อตกอยู่หน้าประตูชั้นหนึ่ง แล้วกลับมาโวยวายใส่คนที่เดินชมวิวเล่นแค่คืนเดียว... หรือว่าสมองส่วนประมวลผลเวทมนตร์ของคุณ จะถูกแทนที่ด้วยดินโคลนไปหมดแล้วคะ?" "เธอ—!" คาร์ลตันหน้าดำคร่ำเครียด กำปั้นหนาเคลือบด้วยแสงเวทมนตร์ธาตุดินสีน้ำตาลเข้มเตรียมซัดเข้าใส่ร่างบางทันทีด้วยความบันดาลโทสะ ทว่า ยังไม่ทันที่หมัดนั้นจะได้เหวี่ยงออกไป อากาศรอบตัวก็พลันเย็นจัดจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามขอบโต๊ะอาหาร เสียงกระซิบของเซเลสเทียที่ดังขึ้นข้างหูลูเซียน่ากลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่า *“ระวังตัวด้วยนะคะ... ดูเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญไม่ได้มีแค่เด็กอวดดีคนนี้คนเดียวเสียแล้ว”* สิ้นเสียงคำเตือนนั้น หน้าจอระบบอัจฉริยะตรงหน้าลูเซียน่าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน กะพริบถี่รัวพร้อมเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาท [แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบคลื่นพลังงานเวทมนตร์ต้องห้ามพุ่งตรงมาจากใต้พื้นห้องอาหาร! สิ่งแปลกปลอมกำลังแทรกซึมเข้าสู่เขตปลอดภัยของสถาบัน!] พื้นหินอ่อนใต้ฝ่าเท้าของทุกคนเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวสีดำทมิฬแตกแขนงออกเป็นวงกว้าง พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่ค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากความมืดเบื้องล่าง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับลูเซียน่านะคะ หวังว่าจะเพลิดเพลินกับบทนี้ค่ะ — แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%