"ในที่สุด... ข้าก็หากุญแจดอกที่สี่เจอเสียที เจ้าหนู..."
เสียงกระซิบแหบพร่าประโยคสุดท้ายจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของลูเซียน่า แม้ว่าเวลานี้เบื้องหน้าของเธอจะไม่ปรากฏเงาร่างของผู้ใดนอกจากกองตำราเวทมนตร์โบราณหนาเตอะบนโต๊ะไม้โอ๊กในห้องสมุดใต้ดิน ลูซหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วเรียวบางเคาะเบาๆ ลงบนสันปกหนังสือหนังแท้ที่เพิ่งถูกเปิดค้างไว้ ปลายเล็บของเธอแตะสัมผัสกับไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากอักขระเวทธาตุน้ำแข็งซึ่งถูกผนึกไว้อย่างแนบเนียน
กลิ่นอายของกาลเวลาและละอองฝุ่นอับชื้นไม่ได้ทำให้สัญชาตญาณนักสืบของเธอลดความกระตือรือร้นลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเด็กสาวกลับตื่นตัวถึงขีดสุด
*กุญแจดอกที่สี่อย่างนั้นหรือ?*
ลูเซียน่าทวนคำในใจ ดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง หากกุญแจทั้งสามดอกแรกคือศิลาอัคคี วารี และปฐพีที่ถูกเก็บรักษาไว้ในเขตปลอดภัยของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ แล้วกุญแจดอกที่สี่ที่เชื่อมโยงกับธาตุลมและเขตหวงห้ามลึกลับเล่า ซ่อนอยู่ ณ แห่งหนใดกันแน่?
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดังขึ้นในหัว ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ลูซเท่าใดนัก หากแต่มันมาถูกจังหวะราวกับจับวาง หน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าครามปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับข้อความตัวอักษรเรืองแสงสีทองที่สลักอย่างประณีต
[ระบบอัจฉริยะ SSS ทำงาน: ตรวจพบความผันผวนของพลังงานเวทมนตร์โบราณในเขตหวงห้ามรอบสถาบัน]
[เงื่อนไขภารกิจเร่งด่วน: ผู้ใช้ "ลูเซียน่า" ต้องเดินทางไปสำรวจซากปรักหักพังของหอคอยเวทมนตร์ทิศพายัพ ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า]
[เวลาที่เหลือ: 2 ชั่วโมง 15 นาที]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียค่าพลังเวทสะสม 50% และถูกจำกัดการใช้เวทมนตร์สธาตุเป็นเวลา 7 วัน]
ลูซอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่หากมองให้ลึกลงไปในแววตา จะเห็นประกายความท้าทายที่ถูกจุดติดขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ บทลงโทษไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย การสูญเสียค่าพลังเวทครึ่งหนึ่งในสถาบันที่เต็มไปด้วยสายตาจ้องจับผิดของเหล่าอาจารย์และสภานักเรียน เท่ากับการเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้าย
"ช่างเป็นระบบที่ใจร้ายเสียจริงนะคะ... บังคับให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ออกไปเดินเล่นในเขตอันตรายยามเย็นเสียด้วย" ลูเซียน่าพึมพำกับตัวเองเบาๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก แม้สถานการณ์จะบีบคั้น แต่เธอกลับมองเห็นช่องว่างและเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังภารกิจนี้
ในขณะที่เธอกำลังคำนวณเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด ประตูไม้บานใหญ่ของห้องสมุดก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา เสียงฝีเท้าที่เยื้องย่างเข้ามานั้นเบวราวกับเสียงใบร่วงกระทบพื้น แต่ด้วยสัมผัสแห่งธาตุลมที่ลูซหลอมรวมไว้ในร่างกาย ทำให้เธอบอกได้ทันทีว่าผู้มาใหม่คือใคร
มาสเตอร์เซเลสเทียก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะของเธอราวสามก้าว อาจารย์สาวในชุดคลุมยาวสีครามเข้มปักดิ้นเงินลายกลุ่มดาว ดวงเนตรสีเทาประกายมุกคู่นั้นกวาดมองกองตำราตรงหน้าก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเด็กสาวอัจฉริยะ
"เจ้ากำลังคิดจะทำเรื่องบุ่มบ่ามอะไรอีกแล้วใช่ไหม ลูเซียน่า" น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงไปด้วยความทรงอำนาจเอ่ยขึ้น บรรยากาศรอบตัวของมาสเตอร์เซเลสเทียเย็นเยียบลงเล็กน้อย สะท้อนถึงธาตุน้ำแข็งชั้นสูงที่เจ้าตัวครอบครอง
ลูเซียน่างัดรอยยิ้มที่เป็นมิตรที่สุดออกมาสวมทับใบหน้า ก่อนจะปิดตำราโบราณลงเบาๆ "ดิฉันเปล่าเสียหน่อยนะคะมาสเตอร์ แค่กำลังหาข้อมูลประกอบรายงานวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ขั้นสูงตามที่ท่านอาจารย์มอบหมายต่างหากล่ะคะ"
เซเลสเทียหรี่ตาลงเล็กน้อย ท่าทีลื่นไหลราวกับปลาไหลใส่สเก็ตของเด็กสาวคนนี้ไม่เคยตบตาเธอได้เลย อาจารย์สาวก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรหายากลอยมาแตะจมูก "รายงานประวัติศาสตร์จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจาก 'เขตหวงห้ามทิศพายัพ' ที่ถูกปิดตายมานานกว่าร้อยปีด้วยอย่างนั้นหรือ?"
ดวงตาของลูซไหววับไปชั่วขณะ เธอประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว มาสเตอร์เซเลสเทียล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของเธอ หรือนี่คือบททดสอบอีกรูปแบบหนึ่งที่อาจารย์สาวจงใจหยิบยื่นให้?
"ดูเหมือนว่าความลับของดิฉันจะไม่เคยรอดพ้นสายตาของท่านเลยนะคะ" ลูเซียน่ายอมจำนนด้วยรอยยิ้มแห้งๆ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประสานมือไว้ด้านหน้าอย่างสำรวม "ในเมื่อท่านรู้แล้ว ดิฉันก็คงต้องขออนุญาตไปเดินสำรวจรับลมยามเย็นสักหน่อย... พอดีมีธุระด่วนที่ต้องสะสางให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์ตกดินค่ะ"
เซเลสเทียจ้องมองเด็กสาวนัยน์ตาสีมรกตตรงหน้าครู่ใหญ่ ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความสามารถและความเสี่ยงในใจ ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องสมุดใต้ดินชั่วขณะ ก่อนที่อาจารย์สาวจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนใจ
"เจ้าเด็กคนนี้นี่นะ... รู้อยู่แก่ใจว่าสถานที่แห่งนั้นอันตรายเพียงใด แต่กลับยังกล้าก้าวเท้าเข้าไปโดยไม่ลังเล" เซเลสเทียเอ่ยเสียงเรียบ หยิบวัตถุทรงกลมเรืองแสงสีฟ้าอ่อนออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมแล้วยื่นให้ลูเซียน่า "พกหินนำทางนี้ติดตัวไปด้วย มันจะช่วยอำพรางไอเวทของเจ้าจากสิ่งมีชีวิตที่ถูกผนึกไว้ที่นั่น... แต่อย่าเข้าใจผิดว่าฉันมาช่วยนะ ลูเซียน่า ฉันแค่ไม่อยากให้ห้องเรียนของฉันขาดหัวกะทิไปในสัปดาห์หน้าก็เท่านั้น"
ลูเซียน่ารับหินนำทางมาถือไว้ ไออุ่นจากศิลาเวทแผ่ซ่านเข้าสู่ฝ่ามือ รอยยิ้มจริงใจระบายขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาวเป็นครั้งแรก "ขอบพระคุณสำหรับความกรุณาอันไร้เยื่อใยนี้นะคะมาสเตอร์ เซเลสเทียผู้ใจดี"
"รีบไปแล้วรีบกลับมาเสีย อย่าให้ฉันต้องตามไปเก็บกวาดซากของเจ้าล่ะ" เซเลสเทียสะบัดชายผ้าคลุมเดินเลี่ยงออกไป ทิ้งให้ลูเซียน่ายืนอยู่ลำพังกับเวลาที่นับถอยหลังบนหน้าจอระบบ
ลูซสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมพลังเวทสี่ธาตุทั้ง ดิน น้ำ ลม และไฟ ให้ไหลเวียนประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบภายในแก่นพลัง เธอกระชับเสื้อคลุมและก้าวเดินออกจากห้องสมุดมุ่งตรงไปยังเขตหวงห้ามทิศพายัพทันที
เบื้องหน้าคือซากปรักหักพังของหอคอยต้องห้ามที่ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มหมอกสีดำทมิฬผิดธรรมชาติ แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องกระทบยอดหอคอยทอดเงายาวน่ากลัวราวกับอสูรกายที่กำลังอ้าปากรอเหยื่อ
เมื่อลูเซียน่าก้าวข้ามเขตแดนกั้นเข้ามา เสียงกระซิบประหลาดก็ดังแว่วมาจากความมืดมิดภายในซากตึก มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ และไม่ใช่เสียงของสัตว์วิเศษทั่วไป แต่เป็นเสียงหัวiเราะเยือกเย็นที่คุ้นหูอย่างประหลาด—เสียงเดียวกับคนที่เธอกำลังตามหา
*ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบที่แท้จริง, ลูเซียน่า...*
ทันใดนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเธอก็ยุบตัวลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับวงแหวนเวทสีเลือดที่สว่างวาบขึ้นล้อมรอบตัวเธอไว้ทุกด้าน!
***
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับลูเซียน่าและแอสทริดธาตุมนต์นะคะ!
ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม•ตอนที่ 3
ภารกิจแรกจากระบบ SSS
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!