ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม•ตอนที่ 15

กับดักเวทมนตร์โบราณ

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ถ้าเจ้ายังคำนวณองศาของกระแสลมผิดพลาดไปแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ร่างกายของพวกเราในตอนนี้คงกลายเป็นผุยผงไปรวมกับซากอิฐโบราณตรงนั้นแล้วล่ะค่ะ ลูเซียน่า" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความระอาเล็กน้อยของมาสเตอร์เซเลสเทีย ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของโถงทางเดินชั้นที่สามภายในหอคอยต้องห้าม แสงสีฟ้าอ่อนจากผลึกมานารอบตัวสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของอาจารย์สาว เผยให้เห็นคิ้วเรียวที่ขมวดเข้าหากันน้อยๆ แสดงถึงความตึงเครียดที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น ลูเซียน่า หรือที่สหายมักเรียกด้วยความคุ้นเคยว่า ‘ลูซ’ หอบหายใจเบาๆ เม็ดเหงื่อใสผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าเรียวสวย ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ละไปจากแผ่นศิลาโบราณตรงหน้าเลยแม้แต่วินาทีเดียว นิ้วมือเรียวบางทั้งสองข้างกำลังตวัดรัวกลางอากาศ ถักทอเส้น1ใยมานาสีทองอร่ามให้กลายเป็นโครงข่ายเรขาคณิตสามมิติที่ซับซ้อน เบื้องหน้าของพวกเธอมิใช่เพียงแค่ประตูหินธรรมดา แต่เป็น 'กลไกมหาอัคคีพันปี' (Aegis of the Primordial Flame) สิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์โบราณที่สถาปนิกแห่งหอคอยสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้าสู่คลังสมองกลเวทมนตร์ชั้นใน วงแหวนศิลาห้าวงซ้อนทับกันโดยหมุนวนสวนทิศทางด้วยความเร็วสูง ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด ไอความร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสกลไกป้องกันระดับปรมาจารย์] [เงื่อนไขการปลดล็อก: ควบคุมสมดุลพลังงานธาตุดินเพื่อตรึงฐาน และธาตุลมเพื่อสลายแรงเหวี่ยงของอัคคีภัยในเวลาเดียวกัน] [เวลาที่เหลือ: 02:45 นาที ก่อนระบบทำลายตัวเองจะทำงาน] หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าเรืองแสงของระบบอัจฉริยะปรากฏขึ้นตรงหน้า ลูซเหลือบสายตาอ่านตัวเลขที่กำลังนับถอยหลังอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกใจหายวาบ ทว่าสมองส่วนลึกกลับทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่า เธอยังจำบทเรียนเรื่อง 'โครงสร้างหินผลึกซ้อนทับ' จากตำราโบราณในห้องสมุดใต้ดินได้แม่นยำ ทุกทฤษฎีถูกดึงมาประมวลผลผ่านสัญชาตญาณอันเฉียบคม "อาจารย์คะ... อย่าเพิ่งบ่นเรื่องความแม่นยำตอนนี้เลยค่ะ" ลูซเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะนิดๆ เพื่อกลบเกลื่อนความตึงเครียด "ถ้าลูซไม่คำนวณเผื่อกระแสลมหมุนวนจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือเมื่อกี้ เราคงไม่ได้ยืนเถียงกันอยู่ตรงนี้หรอกนะคะ แต่คงไปนั่งจิบชาคุยกับวิญญาณบรรพบุรุษบนเพดานนู้นแทนแล้ว" พูดจบ ลูซก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้เอ่ยปากต่อต้าน ปลายนิ้วเรียวดีดเบาๆ ไปในอากาศ *พรึบ!* พลังเวทมนตร์ธาตุดินสีน้ำตาลเข้มพุ่งทะยานออกจากปลายนิ้วราวกับสายสิญจน์แห่งปฐพี มันพุ่งเข้ายึดเกาะกับร่องสลักบนวงแหวนศิลาวงนอกสุดที่กำลังหมุนด้วยความเร็วสูง แรงปะทะทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นละอองและเศษหินร่วงกราวลงมาจากเพดาน น้ำหนักมหาศาลของธาตุดินทำหน้าที่เป็นสมอเรือนยักษ์ ฉุดรั้งวงแหวนวงแรกให้หยุดนิ่งสนิทในชั่วพริบตา แต่ความยุ่งยากไม่ได้จบเพียงแค่นั้น... ทันทีที่วงแหวนวงแรกหยุดหมุน วงแหวนวงที่สองและสามซึ่งบรรจุอักขระเพลิงกาฬกลับเร่งความเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว เปลวเพลิงสีฟ้าจัดลุกโชนขึ้นพร้อมส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง ไอความร้อนแผดเผาจนเส้นผมสีรัตติกาลของลูซปลิวไสว "ตาคุณแล้วค่ะ มาสเตอร์!" ลูซตะโกนเรียกเสียงดังแข่งกับเสียงคำรามของกลไก มาสเตอร์เซเลสเทียไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย ร่างระหงก้าวออกมาเบื้องหน้าหนึ่งก้าว มือเรียวยาวสะบัดคทาเวทมนตร์ประจำตัว ร่ายอาคมธาตุลมระดับสูงออกมารวดเดียวสามบท กระแสลมพายุหมุนขนาดเล็กแต่ทรงพลังมหาศาลถูกบีบอัดจนกลายเป็นใบมีดอากาศนับร้อยเล่ม พุ่งเข้าประสานงานกับโครงข่ายพลังงานธาตุดินของลูเซียน่าอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ฟิ้ว—! โครม! กระแสลมเย็นยะเยือกทำหน้าที่เป็นตัวลดอุณหภูมิและพยุงแรงเหวี่ยงของอัคคีภัย ขณะที่พลังธาตุดินของลูซทำหน้าที่เป็นฐานรองรับแรงกระแทก ทั้งสองประสานพลังกันอย่างไร้รอยต่อ ความรู้ทางทฤษฎีที่ลูซวิเคราะห์จากระบบ ผสมผสานกับประสบการณ์อันล้ำลึกของอาจารย์สาว กลายเป็นกุญแจดอกเดียวที่ไขเข้าสู่กลไกอันซับซ้อนนี้ได้ *คลิก... กริ๊ก... แกร็ก!* เสียงกลไกภายในกำแพงหินขยับตัวตามแรงหมุนที่ถูกบังคับ วงแหวนทั้งห้าหยุดนิ่งสนิทลงพร้อมกัน ประตูหินโบราณขนาดมหึมาที่ปิดตายมานานนับร้อยปีค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นไอหมอกสีขาวจางๆ และแสงสว่างเรืองรองที่เล็ดลอดออกมาจากห้องโถงลับเบื้องหลัง ลูซทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นด้วยความอ่อนล้า ลมหายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะความเหนื่อยอ่อน เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ขมับเบื้องขวา รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างโล่งอก [แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจย่อย 'ไขปริศนากลไกมหาอัคคี' สำเร็จลุล่วง] [ได้รับแต้มประสบการณ์: +5,000 EXP] [ปลดล็อกทักษะติดตัวใหม่: 'สายตาแห่งปฐพีและวายุ' (ระดับตำนาน)] หน้าต่างระบบแสดงผลสีทองอร่ามปรากฏขึ้นเด่นชัด พร้อมเสียงดนตรีเฉลิมฉลองเบาๆ ในหัวของลูเซียน่า แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอในตอนนี้ มาสเตอร์เซเลสเทียเดินเข้ามาใกล้ ร่างเพรียวหยุดยืนค้ำหัวเด็กสาวผู้กำลังนั่งพักอยู่บนพื้น อาจารย์สาวปัดฝุ่นตามไหล่เสื้อของตนเองเบื้องหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือเรียวขาวสะอาดลงมาตรงหน้า สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่ปิดไม่มิด แม้ริมฝีปากจะยังคงเม้มแน่นเป็นเส้นตรงตามนิสัยก็ตาม "ทำได้ไม่เลวเลยนี่เจ้าเด็กแสบ... คิดว่าสมองอันชาญฉลาดของเธอจะละลายไปกับความร้อนเมื่อกี้เสียอีกนะคะ" อาจารย์สาวเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ลูซเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้ามือเรียวนั้นไว้เพื่อดึงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน "ระดับลูเซียน่าแล้ว ไม่มีทางยอมละลายให้เสียชื่อหรอกค่ะอาจารย์ ว่าแต่... ข้างในนั้น ดูท่าทางจะไม่ใช่แค่ห้องเก็บสมบัติธรรมดาแน่ๆ เลยนะคะ" คำพูดของลูซทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของมาสเตอร์เซเลสเทียเลือนหายไปในพริบตา แววตาคู่คมเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ทัศนียภาพภายในห้องโถงลับที่เพิ่งเปิดออกไม่ได้มีเพียงแค่หีบสมบัติหรือตำราเวทมนตร์โบราณอย่างที่ควรจะเป็น เบื้องหน้าของพวกเธอคือ ‘แท่นบูชาผลึกมืด’ ขนาดมหึมา ที่ใจกลางห้องมีร่างของใครบางคน—หรืออะไรบางคน—กำลังลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนมานาสีดำสนิทที่แผ่ไอความมืดทมิฬออกมารอบทิศทาง และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ดวงตาสสีแดงฉานคู่นั้นกำลังค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ ราวกับเพิ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานนับพันปี! [คำเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับ SSS 'ผู้พิทักษ์แห่งความมืด' ตื่นจากการจำศีล] [ระบบฉุกเฉินทำงาน: ปิดกั้นเส้นทางหนีทั้งหมดโดยอัตโนมัติ] —แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%