ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม•ตอนที่ 14

ประตูสู่หอคอยต้องห้ามชั้นที่สอง

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"หากเจ้ายังคงดื้อดึงที่จะก้าวผ่านธรณีประตูบานนั้นด้วยตรรกะแบบเด็กๆ ข้าเกรงว่าวิญญาณของเจ้าคงได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันหินประดับในห้องโถงนี้ภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจนะคะ ลูเซียน่า" ปลายนิ้วเรียวยาวของมาสเตอร์เซเลสเทียเคาะลงบนแผ่นศิลาจารึกโบราณเบาๆ เสียงกังวานใสดังก้องไปทั่วห้องโถงมืดทึบที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของละอองเวทมนตร์โบราณและฝุ่นผงแห่งกาลเวลา เบื้องหน้าของพวกเราคือมหาวิหารเหล็กกล้าผสมผสานกับสถาปัตยกรรมรูนเวทมนตร์ชั้นสูง—ประตูสู่หอคอยต้องห้ามชั้นที่สองที่ถูกผนึกแน่นหนามานานกว่าสามศตวรรษ ไม่มีนักเรียนคนใดในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ได้รับสิทธิ์ให้ย่างกรายมาถึงจุดนี้ ยกเว้นตัวดิฉัน... เด็กสาวผู้ถือครองระบบอัจฉริยะและผลงานวิจัยนอกรีตที่เพิ่งสร้างความปั่นป่วนไปทั่วทั้งสภาอาจารย์เมื่อสัปดาห์ก่อน ลูเซียน่ากวาดสายตาผ่านหน้าต่างโปร่งใสของระบบที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ข้อมูลทางเวทมนตร์นับล้านบรรทัดไหลผ่านม่านตาของดิฉันอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำหลาก [ติ๊ง! ตรวจพบสนามพลังเวทมนตร์ผันผวนระดับสูง: ธาตุลมผสมธาตุดิน (ความหนาแน่น 85.4 มานาสแควร์)] [คำเตือน: โครงสร้างรูนผนึกประตูชั้นที่สองถูกออกแบบด้วยกลไก 'ปฏิกิริยาลูกโซ่ธาตุ' หากถอดรหัสผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว แรงดันมานาจะตีกลับและทำลายเซลล์ประสาทเวทมนตร์ทั้งหมดในร่างกายทันที] ดิฉันมิได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก ดวงตาสองสีทอประกายระยิบระยับสะท้อนแสงสีฟ้าครามจากหน้าต่างระบบ "อาจารย์กำลังประเมินขีดจำกัดของดิฉันต่ำเกินไปอีกแล้วนะคะ..." ลูเซียน่าเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความมั่นใจเต็มเปี่ยม ขณะที่มือเรียวเล็กยกขึ้นปัดป้องเส้นผมสีเงินยวงที่หลุดลุ่ยลงมาปรกแก้ม "ถ้าข้าพเจ้าถอดรหัสแบบเด็กๆ จริง ป่านนี้คงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อฟังคำเตือนด้วยความเอ็นดูจากท่านหรอกค่ะ" เซเลสเทียชำเลืองมองเด็กสาวรุ่นราวคราวลูกด้วยหางตา ภายใต้ผ้าคลุมสีนิลสนิท แววตาคู่คมของอาจารย์สาวลึกลับไหววูบเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก นางย่อมรู้ดีว่าเด็กคนนี้มีความสามารถเกินกว่ามาตรฐานของสถาบันไปไกลลิบลิ่ว แต่ความฉลาดแกมโกงมักมาพร้อมกับความอาจหาญที่เกินพอดีเสมอ "ปากกล้าเสียจริง... ถ้าเช่นนั้น เชิญแสดงให้ข้าเห็นหน่อยสิว่า เจ้าจะใช้ 'สี่ธาตุ' ที่อยู่ในตัวเปิดทางเข้าสู่หอคอยต้องห้ามชั้นที่สองอย่างไร โดยที่ไม่ทำให้โครงสร้างเวทมนตร์พังทลายลงมาทับพวกเราเสียก่อน" เซเลสเทียถอยหลังไปสองก้าว กอดอกมองด้วยท่าทีเยือกเย็นแต่มั่นคง เปิดทางให้ลูเซียน่าเผชิญหน้ากับประตูยักษ์ตามลำพัง ดิฉันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ พร้อมทั้งเรียกใช้ทักษะวิเคราะห์เชิงลึกจากระบบอัจฉริยะ ในหอคอยต้องห้ามแห่งนี้ แต่ละชั้นไม่ได้ถูกกั้นด้วยอิฐปูนธรรมดา หากแต่ถูกสร้างขึ้นด้วย "กฎเกณฑ์ทางเวทมนตร์" ชั้นที่หนึ่งเป็นเพียงด่านทดสอบการควบคุมมานาพื้นฐาน แต่ชั้นที่สอง... ตามบันทึกโบราณที่ดิฉันแอบลักลอบเข้าไปคัดลอกมาจากห้องสมุดใต้ดิน มันคือดินแดนแห่ง "เงาและกระจกสะท้อน" ที่ซึ่งเวทมนตร์ทุกบทจะสะท้อนกลับมาทำร้ายผู้ใช้เป็นสองเท่าหากไม่สลายแก่นแท้ของมันเสียก่อน ลูเซียน่ายกมือขึ้นขวา เปลวไฟสีฟ้าครามลุกโชนขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงที่วิ่งวนเป็นวงกลมรอบฝ่ามือ นี่คือการประยุกต์ใช้เวทมนตร์ธาตุไฟและธาตุลมเข้าด้วยกัน—*กระแสอัคคีวายุ* ทว่า การจะไขประตูบานนี้ ต้องใช้ทั้งสี่ธาตุประสานกันในอัตราส่วนที่สมบูรณ์แบบราวกับสูตรเคมี "ธาตุดินเป็นฐาน... ธาตุน้ำเป็นตัวหล่อลื่น... ธาตุลมเป็นตัวขับเคลื่อน... และธาตุไฟเป็นตัวจุดชนวน..." ลูเซียน่าพึมพำกับตัวเองด้วยสมาธิอันแน่วแน่ ดิฉันกดฝ่ามือลงบนศิลาจารึก ทันใดนั้น แสงสว่างวาบเจิดจ้าก็สาดส่องไปทั่วห้องโถง รูนโบราณสีทองคำเปลวเริ่มขยับเขยื้อน ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ป่าที่ตื่นจากการจำศีล แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของดิฉันจนเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม แต่ลูเซียน่ายังคงกัดฟันแน่น ฝืนต้านแรงดันมานาที่กำลังพยายามตีกลับด้วยความดื้อรั้น [ระบบกำลังปรับเทียบอัตราส่วนธาตุ: 25% ดิน, 25% น้ำ, 25% ลม, 25% ไฟ...] [สถานะ: สมบูรณ์แบบ 100%] [คลิก! เสียงกลไกภายในประตูบานยักษ์ปลดล็อก] ครืนนนนน! เสียงหินหนาหนักเคลื่อนตัวออกจากกันช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินมืดมิดที่ทอดยาวลึกเข้าไปในความเวิ้งว้างของหอคอยชั้นที่สอง กลิ่นอายโบราณที่เก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่าเดิมพวยพุ่งออกมาปะทะใบหน้าทันที ราวกับมีบางสิ่งบางอย่าง—หรือใครบางคน—กำลังรอคอยการมาเยือนของพวกเราอยู่เบื้องล่างในความมืดมิดนั้น เซเลสเทียก้าวเข้ามาใกล้ ลมหายใจของอาจารย์สาวสะดุดไปชั่วขณะเมื่อมองลอดผ่านช่องประตูที่เปิดกว้าง นางรู้ดีว่ามีอะไรซ่อนอยู่หลังประตูลึกลับนี้ และมันไม่ใช่สิ่งที่เด็กฝึกหัดควรจะได้พบเจอเลยแม้แต่น้อย "เจ้าทำได้ดีมาก ลูเซียน่า..." เซเลสเทียเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่ความมืดมิดเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความกังวลและความประหลาดใจ "แต่จำไว้... สิ่งที่เรากำลังจะเผชิญต่อจากนี้ ไม่ใช่แค่ปริศนาเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันคือ—" ยังไม่ทันที่มาสเตอร์เซเลสเทียจะเอ่ยจบประโยค [เตือนภัยเร่งด่วน! ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงจากใจกลางหอคอยชั้นที่สอง!] [คำเตือนระดับ SSS: พลังงานที่ไม่รู้จักกำลังุ่งตรงมายังจุดที่ท่านยืนอยู่ เตรียมพร้อมรับมือการปะทะภายใน 3... 2...] ฉับพลัน! แสงไฟจากคบเพลิงรอบห้องโถงก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ร่างของเซเลสเทียถูกกระชากถอยหลังไปในเงาด้วยแรงลมปริศนา ขณะที่เสียงกระซิบอันเย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดดังขึ้นข้างใบหูของลูเซียน่า ราวกับมีใครบางคนโน้มตัวลงมาจากความมืดมิดและกระซิบชื่อของดิฉันด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและความโหยหาที่รอคอยมานับร้อยปี... *"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... เด็กน้อยผู้ถือครองระบบ..."* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับลูเซียน่านะคะ หวังว่าจะเพลิดเพลินกับบทนี้ค่ะ — แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบอัจฉริยะของยัยตัวแสบกับหอคอยต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%