ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 8

เสียงกระซิบจากเงามืด

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอายของโลหะสนิมและควันธูปดำที่อัดแน่นอยู่ในห้องใต้ดินร้างแห่งนั้น บีบรัดลำคอจนแทบหายใจไม่ออก รวีพยายามขยับปลายนิ้วที่ชาด้าน ทว่าอาคมผูกพันธนาการรูปอักขระโบราณกลับฝังลึกเข้าสู่ผิวเนื้อ ราวกับนับถอยหลังลมหายใจสุดท้ายของเขา ลมปราณในกายปั่นป่วนจนรสชาติฝาดปร่าของเลือดเอ่อล้นริมฝีปาก "คุณประเมินความโลภของมนุษย์ต่ำไป... ทนายรวี" เสียงทุ้มต่ำที่ลอยมาจากมุมมืดของห้องไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เวธัสก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงโปรดปรานในชุดโค้ดสีเข้มเคลื่อนไหวด้วยความเงียบเชียบราวดรุณีแห่งความตาย ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองค่ายกลอาคมที่กำลังกลืนกินร่างของทนายความหนุ่มด้วยแววตาเรียաբเฉย—แววตาที่ผสมผสานระหว่างความเยียบเย็นของมือสังหารและความเร่าร้อนของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ "ถอยไป... เวธัส" รวีเค้นเสียงลอดไรฟัน เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าคมคาย "นี่ไม่ใช่... เรื่องของคุณ" "ถ้าผมถอย คุณก็แค่กลายเป็นปุ๋ยชั้นดีใต้พื้นคอนกรีตนี้" เวธัสย่างสามขุมเข้ามาใกล้ รอยยิ้มมุมปากเย้ยหยันปรากฏขึ้นชั่ววูบ "น่าเสียดายที่ผมยังไม่อยากให้สมองอันชาญฉลาดของคุณต้องเน่าเปื่อยไปกับไสยเวทชั้นต่ำแบบนี้... อย่างน้อย ก็ไม่ใช่ในตอนนี้" รวีแค่น2เสียงหัวเราะในลำคอ แม้ความเจ็บปวดจะแผดเผาไปทั่วร่าง "คุณมาเพื่อช่วยผม... หรือมาดูว่าผมจะตายอนาถแค่ไหนกันแน่" เวธัสไม่ตอบคำถามนั้น มือหนาถอดถุงมือหนังสีดำออกโยนทิ้งอย่างไร้ความสนใจ ดวงตาสสีนิลจดจ้องไปยังอักขระเรืองแสงสีเลือดที่รัดรึงข้อมือของรวีไว้แน่น อาคมสายมืดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อบดขยี้พลังจิตวิญญาณของผู้ใช้ไสยเวทขาวให้แหลกสลาย หากแก้ด้วยวิธีปรกติ มีแต่จะทำให้รวีกลายเป็นคนวิกลจริตไปตลอดกาล "วิธีเดียวที่จะตัดวงจรอุบาทว์นี้..." เวธัสพึมพำเสียงแผ่ว พลางทรุดกายลงคุกเข่าเบื้องหน้ารวี "คือการทำลายตัวนำโชคของคุณซะก่อน" "คุณหมายความว่า..." ยังไม่ทันที่รวีจะได้ทักท้วง เวธัสก็คว้าข้อมือข้างที่สวมแหวนหยกโบราณ—เครื่องรางประจำตระกูลที่รวีใช้กักเก็บอาคมขาว—ไว้แน่น แรงบีบมหาศาลจากมือของมือสังหารทำให้อัฐิบริเวณนั้นลั่นก๊อบ รวีสูดปากด้วยความเจ็บปวดจนใบหน้าเหเกร็ง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "เวธัส! หยุดนะ!" "ถ้าไม่เจ็บ... ก็ไม่จำ" เปรี้ยง! เสียงคำรามต่ำในลำคอของเวธัสดังขึ้นพร้อมกับพลังอาคมสีดำทมิฬที่ระเบิดออกจากฝ่ามือ เขาไม่ได้ใช้วิธีคลายอาคมตามตำรา แต่เลือกใช้ 'ไสยเวทสายโลหิต' เข้าหักดิบกระชากพลังงานขั้วตรงข้ามเข้าไปในตัวเพื่อทำลายล้างต้นตอ! แสงสีขาวและดำปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกสะเทือนไปทั่วห้องใต้ดิน ฝุ่นละอองและเศษปูนร่วงกราวลงมาประหนึ่งห่าฝน รวีส่งเสียงร้องครางในลำคอ ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงเมื่อพลังงานดิบเถื่อนของเวธัสไหลทะลักเข้าสู่เส้น 0ชีพจรของตนเอง มันคือความรู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผาและน้ำแข็งกัดกินในเวลาเดียวกัน ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกที่ว่าตัวตนและอุดมการณ์ของตนกำลังถูกบดขยี้โดยชายผู้ยืนอยู่คนละฟากฝั่งของศีลธรรม ในจังหวะที่วิกฤตที่สุด รวีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพาพลังที่เหลืออยู่ เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ บดริมฝีปากเข้าหาเวธัสอย่างดุดันและไร้ซึ่งความปรานี เพื่อถ่ายโอนพลังอาคมขาวที่ยังบริสุทธิ์ต้านทานคลื่นความมืดที่กำลังจะกลืนกินเขาทั้งเป็น มันเป็นการต่อสู้บนเส้นบางๆ ระหว่างความตายและการมีชีวิตอยู่ เป็นการปะทะกันของรสชาติสนิมเหล็กจากเลือด และความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของเวธัส ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากันในความมืด อารมณ์ดิบเถื่อนและความดาร์กที่ซ่อนเร้นภายใต้หน้ากากมืออาชีพพวยพุ่งขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เวธัสชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่มือแกร่งจะรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้น ตอบสนองการจู่โจมนั้นด้วยความดุดันไม่แพ้กัน ราวกับต้องการสูบเอาวิญญาณของทนายความหนุ่มเข้าไปในร่างของตน ตูม! แรงระเบิดครั้งสุดท้ายทำลายอักขระทั้งหมดจนแหลกละเอียด ร่างทั้งสองกระเด็นไปคนละAทิศคนละทางตามแรงสะท้อน รวีหอบหายใจโยนตัวลงกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ เม็ดเหงื่อชุ่มโชกแผ่นหลัง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง ดวงตาคู่คมจ้องมองเพดานด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง ขณะที่เวธัสลุกขึ้นยืนช้าๆ ใช้หลังมือปาดคราบเลือดที่มุมปากออก ชายหนุ่มมองผลงานของตัวเองด้วยรอยยิ้มพึงใจระคนแปลกประหลาด "คุณนี่มัน... ดื้อด้านกว่าที่ผมคิดไว้นะ ทนายรวี" เวธัสกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองสำรวจร่องรอยความเสียหายบนร่างของอีกฝ่ายด้วยความหมายลึกซึ้ง รวีพยุงร่างอันสะบักสะบอมของตนลุกขึ้นยืน เขากลืนก้อนเลือดลงคอ พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แม้ว่ามือจะยังสั่นเทา "ผมรอดมาได้... ไม่ได้แปลว่าผมต้องขอบคุณคุณ" "ผมไม่ได้ต้องการคำขอบคุณ" เวธัสก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะรอยแผลที่ริมฝีปากของรวีแผ่วเบา สัมผัสที่แฝงไว้ด้วยความคุกคามอันเย้ายวน "ผมแค่อยากเตือนคุณว่า... เกมนี้ ถ้าคุณยังเล่นด้วยความโลกสวยแบบนี้ ศัตรูของคุณจะไม่จบแค่การขังไว้ในห้องใต้ดินแน่" รวีเบือนหน้าหนีสัมผัสนั้น แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารังเกียจ เคมีอันตรายระหว่างพวกเขารุนแรงเกินกว่าจะปฏิเสธได้ลง ทว่า ก่อนที่บทสนทนาอันตึงเครียดจะดำเนินไปมากกว่านั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งสะท้อนแสงอยู่ใต้ซากปรักหักพังของแท่นบูชาที่เพิ่งพังทลายลงมา มันคือสมุดบันทึกหนังสีดำสนิท ปกหน้าประทับตราสัญลักษณ์รูป 'ตาชั่งไขว้กับดาบเลือด'—ตราสัญลักษณ์ประจำตัวของกลุ่มฆาตกรไร้เงาที่ตำรวจตามหามานานแรมปี และที่สำคัญที่สุด ลายมือที่เขียนอยู่บนหน้าแรกเปิดเผยชื่อของผู้บงการตัวจริง... ชื่อที่ทำให้รวีต้องชะงักงันและลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ เวธัสสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น เขาโน้มตัวลงหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาพลิกดู ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดสุดท้าย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรวีด้วยรอยยิ้มที่ทำให้สันหลังวาบหวิว "ดูเหมือนว่า... เหยื่อรายต่อไปในรายชื่อของพวกมัน" เวธัสเอ่ยกระซิบเสียงต่ำแนบข้างใบหูของทนายความหนุ่ม "ไม่ใช่ใครอื่นไกล... แต่เป็นผู้พิพากษาผู้รักความยุติธรรม ที่กำลังนั่งบัลลังก์ตัดสินคดีใหญ่ในวันพรุ่งนี้ต่างหากล่ะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%