ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 9

ความลับในแฟ้มลับ

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอับของกระดาษโบราณและหมึกพิมพ์ราคาถูกในห้องเก็บแฟ้มคดีลับชั้นใต้ดินของสำนักงานทนายความ มักให้ความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับกลิ่นของโลงศพที่ปิดตายมานานนับปี รวีใช้ปลายนิ้วมือข้างที่สวมถุงมือหนังสีดำลูบไล้ไปตามสันแฟ้มเอกสารนับร้อยที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า แสงไฟจากหลอดนีออนดวงเล็กที่กะพริบติดๆ ดับๆ เหนือศีรษะส่องให้เห็นละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ ยามนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนตรง ช่วงเวลาที่กฎหมายและคุณธรรมมักถูกพับเก็บเข้าลิ้นชัก เพื่อเปิดทางให้ความโลภและบาปกรรมทำงานอย่างเงียบเชียบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้แสดงความลังเลแม้แต่น้อย แม้ในใจเขาจะรู้ดีว่าสิ่งที่เขากำลังทำในวินาทีนี้... คือการทรยศต่ออุดมการณ์ที่เขาใช้เวลาค่อนชีวิตสร้างขึ้นมา ทนายความหนุ่มผู้เคร่งครัดในอาคมขาวและยึดมั่นในความยุติธรรมอย่างยิ่งยวด กำลังขโมย "แฟ้มคดีสีเพลิง" ซึ่งบรรจุรายชื่อเครือข่ายผู้มีอิทธิพลที่ใช้ไสยเวทมนต์ดำครอบงำกระบวนการยุติธรรม เอกสารชิ้นนี้เป็นความลับสุดยอดของสำนักงาน หากหลุดรอดออกไป ย่อมหมายถึงความหายนะขององค์กร และอาจรวมถึงชีวิตของเขาเองด้วย แต่รวีไม่มีทางเลือก "คุณมาช้าไปสามนาที รวี..." เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหู พร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอ ทำให้เส้นขนทั่วร่างของรวีลุกชันขึ้นพร้อมกัน ไม่มีความตกใจระคนหวาดกลัว มีเพียงความตึงเครียดที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เขาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเงาร่างที่ทาบทับลงมานั้นเป็นของใคร เวธัส มือสังหารรับจ้างสายมืดผู้มีรอยยิ้มอันตรายประดับบนริมฝีปากเสมอ เวธัสดึงแฟ้มเอกสารหนาปึึกออกจากมือของรวีไปอย่างง่ายดาย ราวกับกำลังหยิบหนังสือพิมพ์อ่านเล่นในยามบ่าย ปลายนิ้วเรียวยาวของมือสังหารสัมผัสโดนหลังมือของรวีโดยไม่ตั้งใจ (หรืออาจตั้งใจ) ส่งกระแสความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่เยือกเย็นและร้อนรุ่มในคราวเดียวกันแล่นริ้วเข้าสู่กระแสเลือด รวีหันกลับไปเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นใกล้จนเกินกว่าความสัมพันธ์ของ "เหยื่อกับผู้ล่า" หรือ "ศัตรูกับพันธมิตรชั่วคราว" จะนิยามได้ "ผมต้องใช้เวลาในการหลบหลีกกล้องวงจรปิดสายเวทที่คุณก็รู้ว่ามันซับซ้อนแค่ไหน, เวธัส" รวีเอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้อยู่ในความสงบ แม้กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กจากตัวเวธัสจะคอยรบกวนสมาธิของเขาอยู่ตลอดเวลาก็ตาม เวธัสหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึก "ความยุติธรรมนี่มันช่างเปราะบางเสียจริงนะครับ ทนายรวี... คนที่เคยประกาศกร้าวต่อหน้าศาลว่ากฎหมายคือความศักดิ์สิทธิ์ ยามนี้กลับต้องมาลักลอบขโมยกระดาษเก่าๆ เพื่อแลกกับเศษเสี้ยวความจริงที่ผมถืออยู่" เวธัสยกแฟ้มขึ้นระดับสายตา ดวงตาคมกริบสีนิลกวาดมองตัวอักษรบนหน้าปกด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับรวีที่กำลังมองเขาด้วยแววตาที่ซ่อนความดุดันไว้ภายใต้ความนิ่งงัน "เราทำข้อตกลงกันแล้ว" รวีทวงสิทธิ์ น้ำเสียงของเขาเจือความเฉียบขาด "คุณได้แฟ้มคดีนี้ไปเพื่อเปิดโปงฆาตกรไร้เงา ส่วนคุณ... ต้องมอบบันทึกชำระวิญญาณของพี่ชายผมให้ผม" เวธัสยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายจนน่ากลัว เขาก้าวเข้ามาประชิดอีกนิดจนแผ่นหลังของรวีชนเข้ากับชั้นวางหนังสือเหล็กเย็นเฉียบ เวธัสโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กลิ่นอายไสยเวทสายมืดที่แผ่ออกมาจากตัวมือสังหารปะทะเข้ากับอาคมขาวบริสุทธิ์ที่รวีหล่อเลี้ยงไว้รอบตัว เกิดเป็นประจุไฟฟ้าทางจิตวิญญาณที่สั่นคลอนความมั่นคงในจิตใจของทั้งสองฝ่าย "คุณนี่มันดื้อรั้นเสียจริง..." เวธัสกระซิบชิดริมฝีปากของทนายหนุ่ม "รู้ไหมว่าการเล่นกับไฟแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้คุณดูสูงส่งขึ้นเลย... แต่มันทำให้คุณน่าขยี้ให้แหลกคามือผมมากยิ่งขึ้นต่างหาก" รวีไม่ถอยหนี เขากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พลางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทแต่แฝงความท้าทาย "ถ้าคุณคิดว่ามีปัญญาขยี้ผม ก็ลองดูสิครับ... แต่อย่าลืมว่าถ้าไม่มีผม แฟ้มในมือคุณก็เป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าที่ถอดรหัสอาคมไม่ได้" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บทสนทนาที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยเกมจิตวิทยาหยุดลงเมื่อบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนแบบดาร์กโรแมนซ์ ทั้งสองคนต่างยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความถูกต้องและความพินาศ แต่แรงดึงดูดระหว่างขั้วอำนาจที่ต่างกันกลับรุนแรงเกินกว่าจะผลักไส เวธัสหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ เขาละมือจากการลูบไล้กรอบหน้าของรวี (ซึ่งรวีเพิ่งรู้ตัวว่าอีกฝ่ายยกมือขึ้นมาสัมผัสเขาตั้งแต่เมื่อไหร่) ก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท เป็นแฟลชไดรฟ์โลหะสีดำสนิทที่สลักอักขระอาคมป้องกันการเจาะระบบขั้นสูง "นี่คือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับฆาตกรไร้เงา และ... บันทึกชำระวิญญาณที่คุณอยากได้" เวธัสยื่นมันให้ แต่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้เอื้อมมือไปรับ เวธัสกลับชักมือกลับเล็กน้อย พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "แต่ก่อนที่เราจะแลกเปลี่ยนกันอย่างสมบูรณ์ ผมคิดว่าเราควรมี... 'หลักประกัน' ที่แน่นหนากว่าแค่คำพูดของทนายความผู้เที่ยงธรรม" "หลักประกันอะไร?" รวีขมวดคิ้ว เวธัสไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาใช้มือข้างที่ถือแฟลชไดรฟ์คว้าข้อมือของรวีตรึงไว้กับชั้นวางเหล็กอย่างรวดเร็วและทรงพลัง แรงปะทะทำให้รวีต้องหายใจสะดุด ขณะที่มืออีกข้างของเวธัสเอื้อมไปโอบเอวสอบของเขาไว้แน่น รั้งร่างให้เข้ามาแนบชิดจนไม่มีช่องว่าง "เวธัส! คุณทำบ้าอะไร..." รวีตادตื่นขึ้นเล็กน้อย ดวง เบิกกว้างขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่เกินเลยกว่าขอบเขตของคู่ค้าทางธุรกิจ "ผมแค่อยากแน่ใจว่า... คุณจะไม่ออกจากห้องนี้แล้วหันไปแจ้งความจับผมทีหลัง" เวธัสกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากอยู่ห่างจากริมฝีปากของรวีเพียงไม่กี่เซนติเมตร "ลมหายใจของคุณ... และความลับที่คุณเพิ่งขโมยมา... ตอนนี้มันอยู่ในกำมือผมแล้ว ทนายรวี" รวีเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกสั่นไหวที่เขาพยายามกดทับมันมาตลอดหลายสัปดาห์ของการไล่ล่าและเผชิญหน้ากับมือสังหารคนนี้ ความสัมพันธ์สีเทาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและอุดมการณ์ที่ขัดแย้ง บัดนี้กำลังหลอมรวมกันด้วยแรงปรารถนาอันมืดมน ทนายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ อาคมขาวในกายเริ่มสั่นไหวตอบสนองต่ออารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขากำมือข้างที่ว่างแน่น เตรียมจะร่ายคาถาตรึงร่างเพื่อพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายคุมเกม แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ปลายนิ้วของรจะสัมผัสกับอักขระในอากาศ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางทางเดินด้านนอก ก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงทันที *“เฮ้ย! ใครอยู่ในห้องเก็บแฟ้มคดีลับวะ เสียงอะไรตรงนั้น!”* เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดังลั่นก้องโถงทางเดิน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหลายคู่ที่กำลังวิ่งตรงมายังห้องนี้ด้วยความเร็วสูง! เวธัสชะงัก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอย่างมืออาชีพ เขาก้มลงกระซิบข้างหูรวีอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ดูเหมือนว่า... มีคนไม่อยากให้เราทำธุรกรรมให้เสร็จสิ้นนะครับ ทนายรวี" เวธัสยัดแฟลชไดรฟ์ใส่มือของรวีอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถอยร่างออกไปในเงาดำมืดของมุมห้องที่แสงไฟสาดส่องไม่ถึง รวีรีบซ่อนแฟลชไดรฟ์ไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างแนบเนียน พร้อมกับปรับสีหน้าและลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติในเวลาเสี้ยววินาที ประตูห้องเก็บแฟ้มถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง แสงไฟฉายสว่างจ้ากวาดเข้ามาปะทะใบหน้าของรวีที่ยืนอยู่ลำพังท่ามกลางกองแฟ้มเอกสาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนยืนหอบแฮกอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นทนายความชื่อดังยืนอยู่ในเขตหวงห้ามยามวิกาล "คุณรวี...?" เจ้าหน้าที่คนแรกอุทานด้วยความงุนงง "คุณมาทำอะไรที่นี่เวลานี้ครับ? แล้ว... นั่นแฟ้มอะไรในมือคุณ!" รวียังไม่ทันได้เอ่ยปากอธิบาย ดวงตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาดำสายหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดแคบๆ ใต้เพดาน... เงาของเวธัสที่ทิ้งรอยยิ้มสุดท้ายไว้ให้เขา พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ร่วงหล่นลงมาแทบเท้าของเขา รวีค่อยๆ ก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาเปิดอ่านท่ามกลางแสงไฟฉายที่สาดส่องมา ข้อความลายมือหวัดๆ แต่เฉียบคม ปรากฏอยู่บนกระดาษ: *"ระวังตัวไว้ให้ดี... คนที่ส่งคุณมาขโมยแฟ้มนี้ ไม่ใช่สำนักงานของคุณห้างหรอก... แต่เป็นคนที่คุณไว้ใจที่สุดต่างหาก"* หัวใจของรวีร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่อ่านจบ เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะก้าวเข้ามาในสถานที่อิงแอบความมืดนี้ยามเที่ยงคืน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาอาคมกับฆาตกรไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%